ชัยภูมิป่วยพุ่งนับสิบ เชื่อมโยงคลัสเตอร์แรงงานจากพื้นที่เสี่ยงเดินทางกลับบ้าน

ชัยภูมิป่วยพุ่งนับสิบ เชื่อมโยงคลัสเตอร์แรงงานจากพื้นที่เสี่ยงเดินทางกลับบ้าน
มติชน
22 มิถุนายน 2564 ( 12:08 )
7
ชัยภูมิป่วยพุ่งนับสิบ เชื่อมโยงคลัสเตอร์แรงงานจากพื้นที่เสี่ยงเดินทางกลับบ้าน

 

วันที่ 22 มิ.ย.64 นายแพทย์วชิระ บถพิบูลย์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดชัยภูมิ และโฆษกคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดชัยภูมิ เปิดเผยข้อมูลสถานการณ์โควิด-19 ล่าสุดวันนี้ยังพบป่วยเพิ่มอีกรวมหลัก 10 ราย ใน อ.แก้งคร้อ 2 ราย เป็นสามี ภรรยา มาจากแคมป์งานรถไฟฟ้าใต้ดิน เขตรามคำแหง กทม. ที่ อ.เนินสง่า 3 ราย มีประวัติเดินทางไป กทม. สัมผัสใกล้ชิดกับ ผป.ยืนยัน ที่ อ.เมือง 2 ราย เป็นสามี ภรรยา มาจากแคมป์งาน พระราม 9 กทม. ที่ อ.ภักดีชุมพล 1 ราย อยู่ระหว่างเร่งสอบสวนโรคสกัดกลุ่มเสี่ยงใกล้ชิดเพิ่มเติมเป็นการด่วนแล้ว และที่ อ.เกษตรสมบูรณ์ 2 ราย เป็นผู้สัมผัสใกล้ชิดเสี่ยงสูง กับผู้ป่วยรายที่ 326

 

 

 

 

 

ทำให้ยอดผู้ป่วยโควิด-19 ในพื้นที่ จ.ชัยภูมิ ล่าสุดรวมแล้ว 347 ราย เสียชีวิต 9 ราย ซึ่งยังมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอีกต่อเนื่อง ที่ จ.ชัยภูมิ ยังเป็นพื้นที่เสี่ยงสูง หรือเป็นกลุ่มพื้นที่จังหวัดสีเหลือง ที่ยังต้องช่วยกันเฝ้าระวังการระบาดอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในกลุ่มแรงงานผู้ปกครองมาจากพื้นที่เสี่ยงในช่วงเปิดเทอมภาคเรียน ประจำปี 2564 มาได้สัปดาห์แรกในขณะนี้

 

 

 

นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการ จ.ชัยภูมิ กล่าวในรายงานผู้ว่าคุยกับประชาชน ในรายการคลายทุกข์หมดปัญหากับผู้ว่าวิเชียร เมื่อช่วงเวลา 10.00 น.-11.00 น.วันอีกนี้ ว่า สถานการณ์การระบาดโควิด-19 ใน จ.ชัยภูมิ วันนี้เพิ่มอีก 10 ราย ถือว่าสูงมากซึ่งทั้งหมดยังอยู่ในกลุ่มมาจากแคมป์คนงานมาจากพื้นที่เสี่ยงทั้งหมด ที่จะต้องอยู่ระหว่างกักตัวเพื่อรอดูอาการและรอผลตรวจหาเชื้อยืนยันยังไม่ครบ 14 วัน ที่ยังมีแนวโน้มจะพบผู้ป่วยในกลุ่มเสี่ยงนี้ตามมาได้อีกจำนวนมาก และขอให้ประชาชนในพื้นที่ยังต้องช่วยกันการ์ดอย่าตกยังต้องเข้มงวดทุกมาตรการป้องกัน เพื่อไม่ให้มีการแพร่ระบาดขยายวงเป็นกลุ่มก้อนขนาดใหญ่ไปมากกว่านี้ให้ได้ และจากนี้ไปทางจังหวัดจำเป็นจะต้องใช้มาตรการที่อาจจะต้องเข้มงวดในกลุ่มเสี่ยงที่เดินทางเข้าพื้นที่มาจากพื้นที่เสี่ยงให้มากขึ้นในทุกรายจากนี้ไปด้วย เพื่อหยุดการนำเข้าเชื้อโควิด-19 ไม่ให้กลับมาระบาดในพื้นที่เพิ่มจากนี้ไปให้ได้โดยเร็ว

 

 

นายวิเชียร กล่าวอีกว่า ซึ่งรวมทั้งในด้านการฟื้นฟูปัญหาเศรษฐกิจในพื้นที่ ซึ่งมีประชาชนได้รับผลกระทบขาดรายได้มาต่อเนื่องขณะนี้จำนวนมาก ที่ขณะนี้ได้ระดมทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่จังหวัดชัยภูมิไม่ได้นิ่งนอนใจ และอยู่ระหว่างเร่งหาแนวทางออกมาช่วยเหลือ ทั้งในส่วนสถานที่ท่องเที่ยวที่มีศักยภาพที่สำคัญของ จ.ชัยภูมิ ในขณะนี้อย่างที่ทุ่งดอกกระเจียวบาน ในเขตอุทยานแห่งชาติป่าหินงาม อ.เทพสถิต และอุทยานแห่งชาติไทรทอง อ.หนองบัวระเหว ที่มีความสวยงามมากในขณะนี้ ก็ยังพอจะสามารถเปิดรองรับนักท่องเที่ยว ตามมาตรการเที่ยวได้แบบนิวนอร์มอลได้ ที่จะสามารถรองรับได้ไม่เกินวันละ 800-1,000 คน เพื่อที่จะพอสร้างเสริมรายได้ให้กับประชาชนควบคู่กันในช่วงภาวะโควิด-19 ระบาดไปได้ ซึ่งจะสามารถเปิดรับนักท่องเที่ยวจากนี้ไปได้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.64 นี้ อีกทางด้วยเป็นต้นไปตลอดช่วงฤดูกาลที่ดอกกระเจียวที่ชัยภูมิ จะผลิดอกออกมาให้ชมในช่วง 3 เดือนจากนี้ไป

รวมทั้งในการเตรียมรองรับปรังปรุงฟื้นฟูบูรณะแหล่งสถานที่รองรับนักท่องเที่ยวที่สำคัญขึ้นชื่อของจังหวัดชัยภูมิ ถือเป็นสิ่งศักดิ์คู่บ้านคู่เมืองชัยภูมิ ที่ศาลเจ้าพ่อพญาแล(หนองปลาเฒ่า) ศาลเจ้าเมืองคนแรกผู้ก่อตั้งเมืองชัยภูมิ มาได้จนทุกวันนี้ ที่มีการเตรียมสำรวจออกแบบการก่อสร้างบูรณะศาลเจ้าพ่อพญาแลอีกครั้งใหญ่นี้เสร็จเรียบร้อยแล้วในเบื้องต้น ที่จะต้องใช้งบประมาณกว่า 43 ล้านบาท ในระยะเวลาก่อสร้างนาน 2 ปี ที่เบื้องต้นมีงบประมาณแล้วกว่า 20 ล้านบาท ที่ทางจังหวัดชัยภูมิ ก็จะต้องจัดหาเพิ่มเติมจากนี้ไป และยังเปิดโอกาสให้กับประชาชนในพื้นที่หรือผู้สนใจก็สามารถร่วมบริจาคเพื่อให้การดำเนินการบูรณะศาลเจ้าพ่อพญาแลครั้งนี้ผ่านไปด้วยดีต่อไปได้อีกทางเช่นกันในครั้งนี้ที่ก็เป็นการเตรียมแผนรองรับการฟื้นฟูเมืองให้กลับคืนได้โดยเร็ว หากหลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายลงได้โดยเร็วอีกทางช่วยกันให้มากขึ้นได้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง