รีเซต

GBS คัด 10 หุ้นน่าลงทุน มองกรอบดัชนี 1,485-1,530จุด

GBS คัด 10 หุ้นน่าลงทุน มองกรอบดัชนี 1,485-1,530จุด
ทันหุ้น
2 มีนาคม 2564 ( 10:27 )
41
GBS คัด 10 หุ้นน่าลงทุน มองกรอบดัชนี 1,485-1,530จุด

บล. โกลเบล็ก (GBS) ประเมินดัชนีหุ้นไทยสัปดาห์นี้แกว่งตัวผันผวนเหตุกังวลเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติไหลออก และเกิดแรงขายทำกำไรหลังประกาศผลประกอบการครบ พร้อมแนะจับตาการประชุมกนง.ในเดือนมีนาคมนี้จึงให้กรอบการเคลื่อนไหวของดัชนี 1,485 - 1,530 จุด พร้อมแนะลงทุนหุ้นที่ได้ประโยชน์จากค่าระวางเรือขาขึ้น ได้แก่TTA-PSL-RCL รวมทั้งหุ้นที่ได้ประโยชน์จากการฉีดวัคซีนต้านโควิด-19 ได้แก่ AWC-MINT- CENTEL-CPN – CRC – SPA-AOT


นางสาววิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด หรือ GBS ประเมินทิศทางตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์นี้ยังคงแกว่งตัวผันผวน จากปัจจัยกดดันเม็ดเงินของนักลงทุนต่างชาติที่ไหลออกต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปีกว่า 2.9 หมื่นล้านบาทและการประกาศงบการเงินที่สิ้นสุดลงทำให้นักลงทุนตอบรับกับข่าวและขายทำกำไรออกมา แม้ว่าราคาน้ำมันดิบ WTI ที่ปรับตัวขึ้นเกือบ 18% ในเดือนกุมภาพันธ์ และวัคซีนป้องกันไวรัสโควิด -19 ล็อตแรกถึงไทยและทยอยฉีดให้กับบุคลากรทางการแพทย์ในเขตพื้นที่เสี่ยงแล้วเป็นปัจจัยบวกต่อหุ้นกลุ่มท่องเที่ยวและค้าปลีก จึงประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของดัชนีไว้ที่ระดับ 1,485 - 1,530 จุด


ส่วนปัจจัยบวกในประเทศนั้น อาทิ กระทรวงสาธารณสุขอยู่ระหว่างติดตามประกาศมาตรฐานกลางขององค์การอนามัยโลก(WHO) เกี่ยวกับการออกมาตรการวัคซีนพาสปอร์ต (Vaccine Passport) เพื่อออกมาตรการให้สอดรับกันเพื่อเรียกความเชื่อมั่นจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ หลังจากที่ทั่วโลกเริ่มได้รับวัคซีนป้องกันไวรัสโควิด-19 แล้ว และล่าสุดทางสหรัฐรับรองวัคซีนป้องกันไวรัสโควิด-19 ของบริษัทจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน (J&J) เพื่อใช้ในกรณีฉุกเฉินเพิ่มเข้ามาอีกด้วย


ขณะที่ปัจจัยจากต่างประเทศ อาทิ ธนาคารกลางสหรัฐ (FED)ได้ประเมินตัวเลขGDP ของสหรัฐว่ามีแนวโน้มขยายตัวแข็งแกร่ง 6% ในปีนี้ โดยได้แรงหนุนจากการกระจายการฉีดวัคซีนต้านโควิด-19 ในวงกว้าง และสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐผ่านความเห็นชอบแผนบรรเทาทุกข์ผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 มูลค่า 1.9 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐแล้ว


อย่างไรก็ตามยังคงต้องจับตาประเด็นที่น่าสนใจต่อ อาทิการประชุมครม.ในวันนี้(2 มี.ค.) การประชุมของคณะกรรมการร่วม 3 สถาบันภาคเอกชน (กกร.) ในวันที่ 3 มี.ค. และกระทรวงพาณิชย์แถลงสถานการณ์ด้านราคาสินค้าและบริการในวันที่5 มี.ค. ส่วนปลายเดือนมีนาคมจะมีการประชุมกนง.ครั้งที่ 2 รวมทั้งการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจที่จะทยอยประกาศออกมา อีกทั้งการปรับตัวเพิ่มขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีของสหรัฐกดดันการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงและ ทางส.อ.ท. หวั่นส่งออกปี 2564 อาจโตไม่เป็นไปตามเป้าหมาย 3-4% ได้หากปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ลากยาวถึงสิ้นปีที่สำคัญแนวโน้มเศรษฐกิจไทยไตรมาสแรกส่งสัญญาณชะลอตัวในเดือนม.ค.เพราะได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ระบาดรอบใหม่กระทบการใช้จ่ายและการท่องเที่ยว และการเมืองในประเทศมีความไม่แน่นอนอีกครั้งจากปมการแก้ไขรธน.และกระแสข่าวปรับครม.


ดังนั้นจึงแนะนำลงทุนในหุ้นที่ได้ประโยชน์จากดัชนีค่าระวางเรือปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง ได้แก่TTA-PSL และ RCLรวมทั้งหุ้นที่ได้ประโยชน์จากการทยอยฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสโควิด-19ในกลุ่มค้าปลีกและการท่องเที่ยว-โรงแรมได้แก่ AWC-MINT- CENTEL-CPN-CRC-SPA และ AOT


ส่วนทิศทางการลงทุนในทองคำ นายณัฐวุฒิ วงศ์เยาวรักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล. โกลเบล็ก ประเมินทิศทางราคาทองคำในสัปดาห์นี้ที่ 1,700-1,765 $/หากหลุดแนวรับ 1,700 มีโอกาสปรับตัวลงแรงสู่ 1,670$ โดยประเด็นกดดันมาจากแรงขายของกองทุน SPDR ที่มีสถานะขายตั้งแต่ต้นปี 73 ตัน (ปี 63 สถานะซื้อ 275 ตัน) และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐอายุ 10 ปีสู่ระดับสูงสุดในรอบ 1 ปียังเป็นปัจจัยกดดันเพิ่มเติม


อยากลงทุนสำเร็จ เป็นเพื่อนกับเรา พร้อมรับข่าวสารได้ทุกช่องทางที่
APP ทันหุ้น ANDROID คลิก
https://qrgo.page.link/US6SA
APP ทันหุ้น IOS คลิก
https://qrgo.page.link/QJKT7
LINE@ คลิก
https://lin.ee/uFms4n5
FACEBOOK คลิก
https://www.facebook.com/Thunhoonofficial/
YOUTUBE คลิก
https://www.youtube.com/channel/UCYizTVGMealUUalT6VdUdNA
TELEGRAM คลิก
https://t.me/thunhoon_news
Twitter คลิก
https://twitter.com/thunhoon1

ข่าวที่เกี่ยวข้อง