นายกสมาคมค้าทองคำ ชี้ 3 ปัจจัยหนุนราคาทองแตะ 6,000 ดอลลาร์ แนะนักลงทุนทยอยสะสม

คุณจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ WEALTH LIVE ประเมินทิศทางราคาทองคำยังคงอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น (Sideway Up) โดยค่อย ๆ ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมประเมินเป้าหมายในระยะยาวว่ามีโอกาสปรับขึ้นไปทดสอบระดับ 6,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์
สำหรับภาพรวมในระยะนี้ คุณจิตติ ระบุว่าแนวรับสำคัญของราคาทองคำโลกจะอยู่ที่ระดับ 4,500 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ซึ่งประเมินว่าเป็นจุดที่ไม่น่าจะปรับตัวหลุดลงไปจากนี้ อย่างไรก็ตาม สำหรับราคาทองคำในประเทศนั้น ปัจจุบันเคลื่อนไหวอยู่บริเวณ 72,000 กว่าบาทต่อบาททองคำ โดยปัจจัยที่กดดันไม่ให้ราคาทองคำในประเทศปรับตัวสูงขึ้นมากนัก มาจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นเกือบ 20 สตางค์ ทั้งนี้ หากพิจารณาจากแนวรับโลกที่ 4,500 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ จะเทียบเท่ากับราคาทองคำในประเทศที่ต่ำกว่าระดับ 70,000 บาทเล็กน้อย หรืออยู่ในช่วงเกือบ 70,000 บาท
นายกสมาคมค้าทองคำ ได้ประเมินถึง 3 ปัจจัยหลักที่จะเป็นแรงหนุนให้ราคาทองคำโลกทะยานขึ้นสู่ระดับ 6,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ดังนี้
นโยบายของโดนัลด์ ทรัมป์ และการลดการถือครองดอลลาร์
นโยบายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและก่อให้เกิดสงครามการค้า ความไม่แน่นอนนี้ทำให้ธนาคารกลางหลายแห่งทั่วโลก ขาดความเชื่อมั่นในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ จึงทยอยลดการถือครองดอลลาร์และหันมาซื้อทองคำเพื่อเป็นทุนสำรองแทน ซึ่งความต้องการที่เพิ่มขึ้นจากธนาคารกลางทั่วโลกนี้ จะเป็นแรงผลักดันสำคัญต่อราคาทองคำ
สถานการณ์สงครามตะวันออกกลางและราคาน้ำมัน
หากสงครามในตะวันออกกลางสามารถคลี่คลายหรือยุติลงได้ จะส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวลดลง ซึ่งราคาน้ำมันที่เข้าสู่ภาวะปกติ จะส่งผลดีต่อการลดระดับเงินเฟ้อ
ทิศทางดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)
แม้สหรัฐฯ จะได้นาย เควิน วอช (Kevin Warsh) เข้ามาดำรงตำแหน่งประธานเฟดคนใหม่ แต่ตลาดยังคงคาดการณ์ว่า หากเงินเฟ้อไม่รุนแรงและราคาน้ำมันเข้าสู่ภาวะปกติ เฟดมีโอกาสพิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงในเดือนกันยายน ซึ่งการปรับลดดอกเบี้ยจะส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลง และเป็นปัจจัยบวกโดยตรงที่หนุนให้ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้น
คุณจิตติ ให้คำแนะนำสำหรับนักลงทุนที่ต้องการเข้าซื้อทองคำในช่วงนี้ว่า ในระยะสั้นราคาทองคำอาจยังมีความผันผวน แต่สำหรับนักลงทุนระยะยาวที่มี "เงินเย็น" (เงินที่ยังไม่มีความจำเป็นต้องใช้ในระยะเวลาอันใกล้) สามารถหาจังหวะทยอยเข้าซื้อสะสมได้เมื่อราคามีการย่อตัวลงมา โดยใช้ระดับ 4,500 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ (หรือต่ำกว่า 70,000 บาทต่อบาททองคำ) เป็นแนวรับสำคัญในการพิจารณาเข้าซื้อ และควรรอคอยผลตอบแทนในระยะยาว นอกจากนี้ ผู้ลงทุนยังคงต้องติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด และต้องมีการบริหารจัดการความเสี่ยงที่ดีควบคู่ไปด้วย
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
