เปิดโอกาสที่โลกจะเผชิญ "ดอกเบี้ย" ที่สูงยาวนาน "IMF" มอง "เอเชีย" แกร่งเกินวิกฤต

คริสตาลิน่า กอเกียว่า กรรมการผู้จัดการ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ IMF เปิดเผยกับ TNN ถึงประเด็นการรับมือกับโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนในช่วงสามปีที่ผ่านมา อย่างการประชุมที่มาร์ราเกช ประเทศโมร็อกโก มีการพูดถึงแนวคิด “higher for longer” ซึ่งหมายถึงอัตราเงินเฟ้อ และอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับสูงเป็นเวลานาน
และสถานการณ์ในปัจจุบันกำลังเผชิญกับความกังวลเรื่องราคาน้ำมันที่อาจพุ่งขึ้น เราจำเป็นต้องคงนโยบายทางด้านดอกเบี้ยที่สูงและนานขึ้นหรือไม่ โลกอยู่ในสถานการณ์ที่มีความไม่แน่นอนสูงขึ้น และการรับมือกับความไม่แน่นอนนั้นต้องการให้ผู้กำหนดนโยบายททางการเงิน และธนาคารกลางให้ความสำคัญกับข้อมูลเป็นอย่างยิ่ง
ที่สำคัญ “higher for longer” ได้เกิดขึ้นจริงแล้ว หลายประเทศทั่วโลกมีเงินเฟ้อสูงอยู่ช่วงหนึ่ง และอัตราดอกเบี้ยก็สูงตามไปด้วย และเมื่อมองไปที่สหรัฐอเมริกา ทั้งเงินเฟ้อ และอัตราดอกเบี้ยยังคงสูงกว่าระดับที่ควรจะเป็น โดยคาดการณ์ว่าเงินเฟ้อของสหรัฐฯ จะกลับไปสู่เป้าหมาย 2% ได้ในปี 2027 ซึ่งมีผลต่อทิศทางอัตราดอกเบี้ย
อย่างไรก็ตาม แต่ละภูมิภาคของโลกมีสถานการณ์ที่แตกต่างกัน ตัวอย่างเช่น ในเอเชียเงินเฟ้อค่อนข้างต่ำกว่าค่าเฉลี่ยโลก และธนาคารกลางก็มีการดำเนินนโยบายอย่างรอบคอบเพื่อควบคุมปริมาณเงิน
เนื่องจากเอเชียได้เรียนรู้บทเรียนจากวิกฤตในอดีต เช่นวิกฤตเอเชียตะวันออกที่แม้จะเจ็บปวด แต่ก็สอนให้ประเทศต่าง ๆ สร้างกันชนทางเศรษฐกิจและดำเนินนโยบายการเงินอย่างระมัดระวัง
เช่นเดียวกัน วิกฤตการเงินโลกก็ถูกใช้เป็นโอกาสในการเสริมความแข็งแกร่งให้กับประเทศในเอเชีย ดังนั้นในวันนี้ เมื่อโลกต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนอีกครั้ง หลายประเทศในเอเชียมีเงินสำรอง และกันชนที่แข็งแกร่ง ทำให้พร้อมรับมือกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นได้ดีกว่า
แต่อย่างไรก็ตามโลกได้เปลี่ยนไปแล้ว มันเป็นโลกที่มีความเสี่ยงจากผลกระทบ และมีความไม่แน่นอนมากขึ้น ซึ่งแต่ละประเทศจำเป็นที่จะต้องมีความคล่องตัวและปรับตัวได้มากขึ้น
ในขณะที่สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางสงคราม ส่งผลให้เศรษฐกิจโลกที่มีความยืดหยุ่นต่อแรงกระแทกต่าง ๆ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา กำลังถูกทดสอบอีกครั้ง แน่นอนว่าทุกคนต้องการเห็นความขัดแย้งได้รับการแก้ไขโดยเร็ว ซึ่งเป็นผลดีต่อทุกฝ่าย ในกรณีนี้ สิ่งที่คาดหวังมากที่สุดคือประเทศต่าง ๆ ที่เผชิญกับความไม่แน่นอน จะดำเนินนโยบายภายในประเทศอย่างเด็ดขาด
เนื่องจากความขัดแย้งได้ส่งผลต่อเศรษฐกิจ ได้แก่ ราคาพลังงาน ความเชื่อมั่น การหยุดชะงักของการค้า และการเดินทาง ดังนั้นผู้กำหนดนโยบายต้องประเมินผลกระทบอย่างรอบคอบ และดำเนินการอย่างรับผิดชอบ ไม่ว่าสถานการณ์ภายนอกจะเป็นอย่างไร
สิ่งที่ IMF สื่อสารกับประเทศสมาชิกเสมอคือ ในโลกที่ไม่แน่นอนมากขึ้น แต่ละประเทศต้องทำให้เศรษฐกิจของตัวเองแข็งแกร่งที่สุด จัดการภายในให้ดี อย่าหวังพึ่งโชค แต่ให้พึ่งพาความพยายามของตัวเอง
ในขณะเดียวกัน IMF ตั้งข้อสังเกตว่าประเทศที่พึ่งพาการลงทุนในตลาดทุนมากขึ้น จะมีนวัตกรรมมากขึ้น กล้ารับความเสี่ยงมากขึ้น และสามารถเพิ่มผลิตภาพและการเติบโตได้ดีขึ้น ดังนั้นจึงแนะนำประเทศสมาชิกว่า แม้ระบบธนาคารที่มีการกำกับดูแลที่ดีจะสำคัญ แต่ธนาคารมักมีความระมัดระวังสูง ในขณะที่ตลาดทุนช่วยกระตุ้นการรับความเสี่ยงและช่วยจัดสรรทรัพยากรไปยังที่ที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด
สิ่งที่ควรทำคือ พัฒนาตลาดทุนให้ลึกและมีสภาพคล่องมากขึ้น เปิดโอกาสให้บริษัทสามารถเริ่มต้นและเข้าถึงเงินทุนได้ และหากไม่ประสบความสำเร็จ ก็สามารถออกจากตลาดได้ง่าย การมีกลไกจัดการล้มละลายที่ดีเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้การจัดสรรเงินทุนมีประสิทธิภาพสูงสุด
ส่วนการที่ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพการจัดการประชุมใหญ่ประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ร่วมกับกลุ่มธนาคารโลก หรือ World Bank Group ในเดือนตุลาคม 2569 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ผู้บริหาร IMF กล่าวว่า มีความรู้สึกตื่นเต้นมากที่กำลังจะมาที่กรุงเทพฯ และมีโอกาสได้ไปดูสถานที่จัดการประชุม ซึ่งยอดเยี่ยมมาก
และแน่นอนว่าคนไทยเป็นเจ้าภาพที่มีน้ำใจอย่างน่าประทับใจ ได้มีโอกาสเห็นกรุงเทพฯ จากมุมมองของตัวเอง และสิ่งที่เห็นคือเมืองที่มีชีวิตชีวา เขียวขจี สะอาด และตลอดการเดินทางก็มีแต่รอยยิ้มรายล้อมอยู่
IMF คาดหวังว่าประเทศไทยจะมอบโอกาสที่ยอดเยี่ยมให้สมาชิกของเราได้มีปฏิสัมพันธ์กันในสภาพแวดล้อมที่สร้างสรรค์ และจะช่วยทำให้ประเทศไทยโดดเด่นในเวทีโลก และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าคนไทยจะยินดีต้อนรับผู้ร่วมประชุม และใช้โอกาสนี้ในการแสดงความมีน้ำใจและการต้อนรับที่เป็นเอกลักษณ์ของคนไทย โดยธีมของการประชุมประจำปีนี้คือ “พลวัตและความยืดหยุ่น : Dynamism and Resilience” ซึ่งเป็นสิ่งที่โลกต้องการอย่างมากในวันนี้
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
