ตลาดขนมทานเล่นโตแรง ไทยส่งออกเพิ่ม รับเทรนด์สุขภาพโลก

ตลาดของทานเล่นหรือขนมขบเคี้ยว (Snacks) ยังคงเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมอาหารที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก จากพฤติกรรมผู้บริโภคที่ต้องการความสะดวก รวดเร็ว และสามารถรับประทานได้ทุกเวลา
ข้อมูลจากสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) ระบุว่า มูลค่าตลาด Snacks โลกอยู่ที่ประมาณ 64,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และในช่วงปี 2564–2568 เติบโตเฉลี่ย 8% ต่อปี สะท้อนการขยายตัวที่แข็งแกร่ง
ไทยส่งออกโตต่อเนื่อง แตะ 3 หมื่นล้านบาท
ในฝั่งของไทย อุตสาหกรรม Snacks ยังเติบโตต่อเนื่อง โดยในช่วงปี 2564–2568 การส่งออกขยายตัวเฉลี่ย 7.55% ต่อปี และในปี 2568 มีมูลค่าประมาณ 30,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% จากปีก่อน
ตลาดหลักยังคงเป็น
สหรัฐฯ และออสเตรเลีย (กำลังซื้อสูง)
สปป.ลาว เมียนมา และจีน (ตลาดภูมิภาค)
ขณะที่ยุโรปเริ่มเป็นตลาดใหม่ที่น่าสนใจ จากพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาทานของว่างมากขึ้น
“Snackification” เปลี่ยนโครงสร้างการกิน
หนึ่งในเทรนด์สำคัญคือ “Snackification” หรือการที่ของว่างกลายเป็นส่วนหนึ่งของมื้ออาหารในชีวิตประจำวัน
ข้อมูลชี้ว่า
Snacks คิดเป็นเกือบ 40% ของมูลค่าอาหารในค้าปลีกยุโรป
13% ของผู้บริโภคใช้ขนมแทนมื้อหลัก
28% ทานควบคู่กับมื้อหลัก
สะท้อนว่า “ของว่าง” ไม่ใช่แค่ของกินเล่นอีกต่อไป แต่กลายเป็นโครงสร้างใหม่ของพฤติกรรมการบริโภค
เทรนด์สุขภาพกดดันอุตสาหกรรม
แม้ตลาดจะเติบโต แต่กระแสรักสุขภาพกำลังกลายเป็นตัวแปรสำคัญ โดยผู้บริโภคเริ่มเลือกสินค้าที่
น้ำตาลต่ำ
โซเดียมต่ำ
โปรตีนสูง หรือมีไฟเบอร์
ข้อมูลจาก Euromonitor ระบุว่า ผู้บริโภคทั่วโลกกว่า 21% เลือกของว่างเพื่อสุขภาพ ขณะที่ตลาด Healthy Snacks มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง จาก 95,610 ล้านดอลลาร์ในปี 2566 ไปสู่ 144,640 ล้านดอลลาร์ในปี 2573
โอกาส-ความท้าทายของไทย
แม้ไทยมีจุดแข็งด้านวัตถุดิบและคุณภาพการผลิต แต่การแข่งขันในตลาดโลกสูงขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการต้องเร่งปรับตัว โดยแนวทางสำคัญ ได้แก่
พัฒนาสินค้าโภชนาการสูง เช่น โปรตีน-ไฟเบอร์
ลดน้ำตาลและโซเดียม
ใช้บรรจุภัณฑ์รักษ์โลก และสะดวกพกพา
สื่อสารสินค้าเป็น “ของว่างสุขภาพ”
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
