บิตคอยน์ ดิ่งแรงหลุด 5 หมื่นดอลลาร์เกิดจากอะไร??

บิตคอยน์ ดิ่งแรงหลุด 5 หมื่นดอลลาร์เกิดจากอะไร??
TNN ช่อง16
23 กุมภาพันธ์ 2564 ( 11:02 )
103
บิตคอยน์ ดิ่งแรงหลุด 5 หมื่นดอลลาร์เกิดจากอะไร??

ต้องยอมรับว่าในช่วงปีที่ผ่านมากระแส บิตคอยน์  ได้รับความสนใจจากนักลงทุนอย่างมาก โดยเฉพาะเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมาที่ราคา บิตคอยน์ พุ่งขึ้นไปแตะ 1 ล้านบาท ยิ่งทำให้ นักลงทุนในบ้านเราทั้งรายใหญ่และรายย่อยค่อนข้างตื่นเต้นกับราคา บิตคอยน์  และหันมาศึกษาการลงทุนในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลกันมากขึ้น   

แน่นอนว่าราคา บิตคอยน์ ที่ปรับพุ่งขึ้นมาสูงมากด้วยหลายปัจจัย โดยเฉพาะการมาของนักลงทุนซุปตาร์อย่าง อีลอน มัสก์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัทเทสลา อิงค์ ผู้ผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้ารายใหญ่ของโลก ที่ประกาศซื้อเงินบิตคอยน์ มูลค่า 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ ราว 4.5 หมื่นล้านบาท และเตรียมเริ่มรับสกุลเงินเข้ารหัส (cryptocurrency) เพื่อการชำระเงินในการซื้อผลิตภัณฑ์ของบริษัทของเขาด้วย เมื่อช่วงต้นเดือนก.พ.ที่ผ่านมา หรือก่อนหน้านี้ก็มี  PayPal ที่เปิดให้นำสกุลเงินดิจิทัลชำระซื้อสินค้าที่ เป็นพันธมิตรได้ หนึ่งในนั้นก็คือ บิตคอยน์  

แต่ล่าสุดเมื่อคืนที่ผ่านมาหรือประมาณ 21.17 น.ตามเวลาไทยราคา บิตคอยน์ ร่วงลง 9,807 ดอลลาร์ หรือ 17.25% สู่ระดับ 47,023 ดอลลาร์ ในการซื้อขายบนแพลตฟอร์ม Coinbase ทำเอานักลงทุนตกใจกันอยู่ไม่น้อย 

ซึ่งคุณเอกราช ศรีศุภวิชากิจ  Head of Risk Management & Research Specialist  Zipmex Trader  เปิดเผยกับ TNN ONLINE ว่าสาเหตุหลักๆก็มาจาก 2 ปัจจัย ได้แก่ 

1. อีลอน มัสก์ เจ้าพ่อเทคโนโลยีนี่แหละ ที่ออกมาทวิตข้อความผ่าน ทวิตเตอร์  เตือนราคาของบิตคอยน์อยู่ในระดับที่สูงเกินไปในขณะนี้  ซึ่งข้อความดังกล่าวนี้มีผลในแง่จิตวิทยาของบรรดานักลงทุนที่ติดตามซื้อ บิตคอยน์ ตามเขาทั้งที่เป็นรายใหญ่และรายย่อยก็เกิดความกังวล พากันเทขาย บิตคอยน์ ไปตามๆกัน 

และ 2.กรณีที่ เจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของสหรัฐอเมริกา ออกมาระบุว่า ไม่เชื่อว่า บิตคอยน์ จะถูกใช้อย่างกว้างขวาง เท่ากับทองคำ และ บิตคอยน์ ยังมีความผันผวนสูง  ซึ่งคำพูดของเยลเลนในทุกครั้งก็มีอิทธิพลต่อตลาดสินทรัพย์เช่นกัน 

2 ปัจจัยดังกล่าวมีผลต่อความเชื่อมั่นนักลงทุนอยู่พอสมควร ขณะเดียวกันราคา บิตคอยน์ ตอนนี้ก็ยังเป็นระดับที่นักลงทุนพร้อมที่จะปิดรับความเสี่ยง และพากันเท(ขาย) บิตคอยน์ ไปตามๆกัน ซึ่งก็เป็นเหตุผลว่า กระแส บิตคอยน์ มาดีขนาดนี้แล้วทำไมราคาถึงร่วงได้รุนแรงเหลือเกิน 

ถ้านับมาจากช่วงที่ราคาค่อยปรับลงจนมาถึงตอนนี้เรียกได้แล้วว่า บิตคอยน์ เข้าสู่ช่วงของการปรับฐานหรือพักฐาน หลังจากผ่านช่วงนาทีทองมาแล้ว แต่บรรยากาศการลงทุนในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลบ้านเรา กลับตรงกันข้ามจากทางฝั่งต่างชาติ ที่ยังชอบความท้าทายถึงแม้ราคา บิตคอยน์ จะผันผวนจะมีแค่บางส่วนที่เริ่มกังวลบ้าง ซึ่งนักลงทุนคาดกันว่าราคาอาจจะพักฐานลึกมากกว่า 20% ก็เป็นไปได้  แถมยังรอจังหวะช้อนซื้อแล้วก็มี  บางส่วนก็ให้แนวรับที่ 40,000 ดอลลาร์ หรือลดลงประมาณ 33% จากราคาสูงสุดที่เคยทำได้ที่ 60,000 ดอลลาร์ เลยทีเดียว  

ถึงอย่างไรแล้ว สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์หรือ ก.ล.ต. ได้ให้ความสำคัญเรื่องการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล ตลอดจนมีกฎหมายเข้ามากำกับดูแล ตักเตือน และดูแลนักลงทุนอย่างต่อเนื่อง  ซึ่งในส่วนของนักลงทุนเองก็จะต้องป้องกันความเสี่ยง ศึกษาข้อมูลให้ครบถ้วนก่อนตัดสินใจลงทุนไม่ว่าจะเป็นการลงทุนใน บิตคอยน์ หรือสินทรัพย์ประเภทอื่นๆก็ตาม 

ภาพประกอบ โดย Miloslav Hamřík , Pete Linforth ,WorldSpectrum จาก Pixabay 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง