รีเซต

Meta เคลื่อนไหว ลบบัญชีกว่า 540,000 บัญชี แนะใช้ระบบตรวจอายุใหม่

Meta เคลื่อนไหว ลบบัญชีกว่า 540,000 บัญชี แนะใช้ระบบตรวจอายุใหม่
TNN ช่อง16
15 มกราคม 2569 ( 10:33 )
35

หลังกฎหมายออสเตรเลียห้ามผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 16 ปีใช้โซเชียลมีเดียถูกประกาศใช้ครบ 1 เดือน ทาง Meta ได้ออกมาอัปเดตความคืบหน้าในการปฏิบัติตามกฎหมาย พร้อมเผยว่า กฎหมายดังกล่าวอาจยัง “ไม่สามารถบรรลุเป้าหมายหลัก” ในการเพิ่มความปลอดภัยและสุขภาวะของเยาวชนออสเตรเลียตามที่ต้องการ

Meta ลบบัญชี 544,052 บัญชี

Meta ได้ออกมาประกาศลบและปิดการเข้าถึงบัญชีโซเชียลมีเดียที่คาดว่าเป็นบัญชีของผู้ใช้ที่มีอายุต่ำกว่า 16 ปี ในออสเตรเลียไปเกือบ 544,052 บัญชี ประกอบไปด้วย Instagram 330,639 บัญชี Facebook 173,497 บัญชี และ Threads 39,916 บัญชี

ทาง Meta ได้ยอมรับอย่างตรงไปตรงมา ว่าการตรวจสอบอายุบนโลกออนไลน์ยังคงเป็นเรื่องที่ยากในปัจจุบัน เนื่องจากยังไม่มีมาตรฐานกลางของอุตสาหกรรม ส่งผลให้กระบวนการยืนยันอายุมีความคลาดเคลื่อนและต้องมีการอัปเดตอย่างต่อเนื่อง

หลังจากกฎหมายมีผลบังคับใช้ Meta จึงได้ประกาศเข้าร่วมเป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้ง OpenAge Initiative (โอเพ่นเอจ อินิชิเอทีฟ) องค์กรไม่แสวงหากำไรที่มุ่งพัฒนาระบบยืนยันอายุที่คำนึงถึงความเป็นส่วนตัว

หนึ่งในเครื่องมือสำคัญคือ AgeKeys (เอจคีย์ส) ที่ให้ผู้ใช้ยืนยันอายุตัวเองได้หลายวิธี ผ่านทางเอกสารราชการ บัตรประชาชน ข้อมูลทางการเงิน การประเมินใบหน้า ไปจนถึงระบบกระเป๋าเงินดิจิทัลระดับชาติ (National Digital Wallet) ระบบดิจิทัลที่รัฐรับรอง ใช้เก็บข้อมูลประจำตัวของประชาชนในรูปแบบออนไลน์ โดยข้อมูลจะถูกเก็บไว้บนอุปกรณ์ของผู้ใช้เอง และแชร์เฉพาะข้อมูลอายุที่จำเป็นเท่านั้น โดยทาง Meta มีแผนนำระบบ AgeKeys (เอจคีย์ส) นี้มาใช้งานในออสเตรเลียและประเทศอื่น ๆ ภายในปี 2026

ทำไม Meta มองว่า “การยืนยันอายุระดับ App Store” ดีกว่า

แม้ AgeKeys (เอจคีย์ส)  จะเป็นก้าวสำคัญ แต่ Meta ชี้ว่าเยาวชนและผู้ปกครองยังต้องยืนยันอายุแยกเป็นรายแอป ซึ่งไม่สอดคล้องกับพฤติกรรมการใช้งานจริง โดยงานวิจัยในสหรัฐฯ ระบุว่าวัยรุ่นยุคปัจจุบัน มีการใช้งานแอปพลิเคชันมากกว่า 40 แอปต่อสัปดาห์ และหลายแอปอาจไม่ได้ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยหรือไม่ได้อยู่ภายใต้กฎหมายแบนโซเชียลมีเดีย

Meta จึงเสนอแนวทางที่มีประสิทธิภาพมากกว่า คือการยืนยันอายุและการขออนุญาตจากผู้ปกครองในระดับ App Store เพื่อให้เกิดมาตรการคุ้มครองที่สม่ำเสมอทั่วทั้งอุตสาหกรรม และลดปัญหาที่เด็กย้ายไปใช้แอปพลิเคชันอื่น ๆ เพื่อหลบเลี่ยงกฎหมาย

การยืนยันอายุระดับ App Store คือการให้แอปสโตรอย่าง Apple Store หรือ Google Play Store เป็นจุดศูนย์กลางในการตรวจสอบอายุผู้ใช้ และขอความยินยอมจากผู้ปกครอง แทนที่แต่ละแอปพลิเคชันตะต้องมาตรวจอายุแยกกันเอง ข้อดีคือ

  1. ผู้ใช้หรือผู้ปกครองยืนยันอายุครั้งเดียวกับ App Store ผ่านเอกสารราชการ หรือกับบัญชีผู้ปกครอง (Family Sharing)

  2. ทาง App Store จะรู้ว่าใครมีอายุต่ำกว่า 16 ปีบ้าง

  3. เมื่อเด็กพยายามดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน ถ้าเป็นแอปโซเชียล ระบบจะบล็อกหรือต้องขออนุญาตผู้ปกครองก่อน ถ้าเป็นแอปพลิเคชันทั่วไป ก็จะให้อนุญาตตามอายุ หรือตามข้อกำหนด

  4. นักพัฒนาแอปพลิเคชันไม่ต้องเก็บข้อมูลอายุเอง ซึ่งลดความเสี่ยงด้านความเป็นส่วนตัวลง

ผลกระทบที่ Meta กังวลจากกฎหมายแบนโซเชียลมีเดีย

Meta ระบุว่าตั้งแต่กฎหมายมีผลบังคับใช้ มีความกังวลจากผู้เชี่ยวชาญ กลุ่มเยาวชน และผู้ปกครองหลายประเด็น เช่น

  • เยาวชนที่เปราะบางอาจถูกตัดขาดจากชุมชนออนไลน์ที่ให้การสนับสนุน

  • เด็กถูกผลักดันไปใช้แอปพลิเคชันหรือพื้นที่ออนไลน์ที่มีการกำกับดูแลน้อยกว่า

  • วิธีการยืนยันอายุยังไม่สอดคล้องกันระหว่างแพลตฟอร์ม

  • ความสนใจในการปฏิบัติตามกฎหมายของวัยรุ่นและผู้ปกครองยังอยู่ในระดับต่ำ

Meta ชี้ว่าหนึ่งในเป้าหมายของกฎหมายนี้ คือการป้องกันไม่ให้เด็กเผชิญกับ “ประสบการณ์ที่ขับเคลื่อนด้วยอัลกอริทึม” ซึ่งยังไม่ตรงกับความเป็นจริง เนื่องจากแม้ผู้ใช้จะอยู่ในสถานะไม่ล็อกอิน แพลตฟอร์มก็ยังใช้อัลกอริทึมในการเลือกเนื้อหาอยู่ดี เพียงแต่ปรับให้เหมาะสมกับอายุในระดับหนึ่ง บริษัทจึงเน้นย้ำถึงความสำคัญของฟีเจอร์อย่าง Teen Accounts (ทีนแอคเคานต์ส) ที่มีระบบป้องกันในตัวและเครื่องมือให้ผู้ปกครองดูแลบุตรหลานได้ แต่กฎหมายแบนกลับทำให้เยาวชนไม่สามารถเข้าถึงฟีเจอร์เหล่านี้ได้อีกต่อไป

Teen Accounts คือบัญชีโซเชียลที่ Meta ออกแบบมาเฉพาะสำหรับวัยรุ่นโดยเฉพาะ ซึ่งจะมีข้อจำกัดมากกว่าบัญชีทั่วไป เช่น สามารถจำกัดว่าใครส่งข้อความหาได้ จำกัดเนื้อหาที่ระบบแนะนำ ปิดฟีเจอร์บางอย่างโดยอัตโนมัติ ผู้ปกครองสามารถดูเวลาการใช้งาน ตั้งค่าต่าง ๆ ไปจนถึงควบคุมบางฟีเจอร์ได้

Meta ยืนยันว่าจะปฏิบัติตามกฎหมายอย่างต่อเนื่อง แต่ในขณะเดียวกันก็เรียกร้องให้รัฐบาลออสเตรเลียเปิดพื้นที่ความร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรม เพื่อยกระดับมาตรฐานด้านความปลอดภัย ความเหมาะสมตามวัย และการคุ้มครองความเป็นส่วนตัว แทนการใช้มาตรการ “ห้ามแบบครอบคลุม” ซึ่งอาจก่อให้เกิดผลกระทบที่ไม่ตั้งใจต่อเยาวชนในระยะยาว

แหล่งที่มา : Medium

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง