Mach Reaper รถบังคับวิทยุเร็วที่สุดในโลก ทะลุ 412 กม./ชม.

สตีเฟน วอลลิส (Stephen Wallis) วิศวกรชาวอังกฤษ สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับวงการรถบังคับวิทยุ (RC car) ด้วยการส่งผลงานชิ้นเอกที่ชื่อว่า "Mach Reaper" ทำลายสถิติความเร็วระดับ 250 ไมล์ต่อชั่วโมง หรือ 402.34 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้สำเร็จถึงสองครั้งภายในเวลาเพียงสองสัปดาห์ ก้าวขึ้นเป็นรถบังคับวิทยุที่เร็วที่สุดบนพื้นโลกในขณะนี้
ความสำเร็จอันน่าทึ่งนี้เป็นผลมาจากความมุ่งมั่นใน "Project 250" โครงการทางวิศวกรรมที่ใช้เวลาพัฒนากว่า 8 เดือน เพื่อเป้าหมายทะลุกำแพง 250 ไมล์ต่อชั่วโมง หรือ 402.34 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยในการแข่งขัน ROSSA หรือ Radio Operated Scale Speed Association) ที่สนามบิน Llanbedr ในพื้นที่ North Wales รถ Mach Reaper สามารถทำความเร็วอย่างเป็นทางการได้ที่ 250.67 ไมล์ต่อชั่วโมง หรือ 403.4 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
และเพียงสองสัปดาห์ต่อมาในงาน Yes Mate Speed Event ณ รันเวย์เดียวกัน รถคันนี้ก็ทุบสถิติของตัวเองด้วยการทำความเร็วสูงสุดที่บันทึกโดย GPS ทะยานไปถึง 256.47 ไมล์ต่อชั่วโมง หรือ 412.7 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แม้ว่าในการวิ่งครั้งนั้นจะต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่ไม่เป็นใจ ทั้งลมท้ายรถและฝนที่บดบังทัศนวิสัยก็ตาม
เบื้องหลังวิศวกรรมสุดล้ำจากโดรนสู่ขีปนาวุธทางเรียบ
รถบังคับวิทยุ Mach Reaper ไม่ได้เป็นเพียงของเล่นงานอดิเรก แต่เรียกได้ว่าเป็นการฝึกฝนวิศวกรรมไฟฟ้าอากาศยานในขนาดย่อส่วน สตีเฟน วอลลิส (Stephen Wallis) ซึ่งเป็นเจ้าของสถิติโลกกินเนสส์เดิมจากรถรุ่นก่อนหน้าอย่าง "The Beast" ความเร็ว 234.7 ไมล์ต่อชั่วโมง หรือ 377.72 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้ต่อยอดแนวคิดสุดแหวกแนวในการนำโดรนควอดคอปเตอร์มาเปลี่ยนใบพัดแนวตั้งเป็นล้อแนวนอน
ชิ้นส่วนทุกชิ้นของรถบังคับวิทยุ Mach Reaper ถูกสร้างขึ้นใหม่จากศูนย์ โดยใช้ซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์ออกแบบ (CAD) และพลศาสตร์ของไหล (CFD) แบบเดียวกับที่วิศวกรใช้จำลองการไหลเวียนของอากาศในรถยนต์จริง ตัวรถขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้ามอเตอร์ 4 ตัว ซึ่งประกอบขึ้นจากชิ้นส่วนสั่งทำพิเศษและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อความเร็วสูงสุด
การปรับแต่งเพื่อทลายกำแพงความเร็ว เพื่อให้รถทำความเร็วได้ในระดับนี้ Wallis มีเวลาเพียง 5 สัปดาห์ก่อนลงสนามเพื่อปรับปรุง 3 ระบบหลัก ได้แก่ แบตเตอรี่ มอเตอร์ และล้อ
อัปเกรดระบบพลังงานและลดน้ำหนัก ตัวรถใช้ระบบแบตเตอรี่แบบ 18 เซลล์ (18s) ที่ให้แรงดันไฟฟ้าสูงขึ้น ช่วยลดความซับซ้อนของสายไฟ และลดน้ำหนักส่วนเกิน นอกจากนี้ ยังถอดแผงระบายความร้อนที่หนักออก เปลี่ยนไปใช้แผ่นควบคุมมอเตอร์แบบคัสตอม ซึ่งช่วยลดน้ำหนักได้ถึง 600 กรัม หรือ 1.3 ปอนด์ และแทนที่จะเร่งเครื่องเต็มสูบทันที สตีเฟน วอลลิสใช้วิธีค่อยๆ เพิ่มกำลังไฟเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ความร้อนพุ่งสูงเกินไปอย่างรวดเร็ว
เนื่องจากยางมาตรฐานไม่รองรับวงล้อที่ใหญ่ขนาดนี้ สตีเฟน วอลลิสจึงเจียรยางให้บางลง ซึ่งช่วยลดความเครียดของวัสดุโฟมด้านใน และทำให้เส้นผ่านศูนย์กลางล้อลดลงจาก 99 มม. เหลือ 94 มม. เพื่อเพิ่มแรงยึดเกาะถนนในช่วงที่รถวิ่งเกิน 240 ไมล์ต่อชั่วโมง หรือ 386.24 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
อย่างไรก็ตาม สถิติความเร็ว 412.7 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อาจเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้น เพราะสตีเฟน วอลลิส ยืนยันว่าเขาจะยังไม่หยุดนิ่ง และมีแผนที่จะผลักดันขีดจำกัดความเร็วของ Mach Reaper ต่อไปในช่วงที่เหลือของฤดูกาล เพื่อหาคำตอบว่า ท้ายที่สุดแล้วขีดจำกัดทางฟิสิกส์ของรถคันนี้จะไปหยุดอยู่ที่ตัวเลขใด
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
