รีเซต

ทำไม “ไวรัสนิปาห์” ถูกจัดเป็นโรคติดต่ออันตราย และเหตุใด WHO ต้องจับตาใกล้ชิด

ทำไม “ไวรัสนิปาห์” ถูกจัดเป็นโรคติดต่ออันตราย และเหตุใด WHO ต้องจับตาใกล้ชิด
TNN ช่อง16
23 มกราคม 2569 ( 22:38 )
9

แม้การระบาดของ ไวรัสนิปาห์ ในแต่ละครั้งจะไม่ได้เกิดเป็นวงกว้างเหมือนโรคระบาดใหญ่ แต่เชื้อนี้กลับถูกจัดให้อยู่ในกลุ่ม “โรคติดต่ออันตราย” ทั้งในระดับประเทศและระดับโลก เหตุผลสำคัญไม่ใช่จำนวนผู้ป่วย หากแต่เป็น ความรุนแรงของโรค ศักยภาพการแพร่เชื้อ และช่องโหว่ด้านการรักษา ที่ยังไม่มีคำตอบชัดเจน

ในมุมขององค์การสาธารณสุขโลก หรือ องค์การอนามัยโลก ไวรัสนิปาห์ถูกจัดอยู่ในกลุ่มเชื้อที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ เพราะหากระบบสาธารณสุขควบคุมไม่ทัน อาจลุกลามจนกลายเป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขได้

ความรุนแรงที่ไม่ได้วัดจากจำนวนผู้ป่วย

จุดเริ่มต้นของความกังวลอยู่ที่อัตราการเสียชีวิตของโรค ซึ่งจากการระบาดในหลายประเทศพบว่า ผู้ติดเชื้อมีโอกาสเสียชีวิตประมาณ 40–75% และบางเหตุการณ์ในเอเชียใต้เคยสูงกว่านั้นมาก ผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยมีอาการรุนแรงตั้งแต่ระยะแรก โดยเชื้อสามารถเข้าสู่ระบบประสาท ทำให้เกิดสมองอักเสบเฉียบพลัน หรือระบบทางเดินหายใจล้มเหลวในเวลาอันสั้น

แม้ผู้ที่รอดชีวิตจะพ้นภาวะวิกฤต แต่บางส่วนต้องเผชิญผลกระทบระยะยาว เช่น ความจำถดถอย อ่อนเพลียเรื้อรัง หรือปัญหาทางอารมณ์ ภาระต่อระบบสาธารณสุขจึงไม่ได้จบลงเมื่อจำนวนผู้ป่วยลดลง แต่ลากยาวไปในระยะฟื้นฟู



โรคจากสัตว์สู่คนที่ยัง “เกิดซ้ำได้”

ไวรัสนิปาห์เป็นโรคติดต่อจากสัตว์สู่คน โดยมีค้างคาวกินผลไม้เป็นรังโรคตามธรรมชาติ เชื้อสามารถถ่ายทอดสู่คนได้ทั้งทางตรงและผ่านสัตว์ตัวกลาง  ลักษณะนี้ทำให้ความเสี่ยงของการ “ข้ามสายพันธุ์” หรือ spillover เกิดขึ้นได้ซ้ำในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะประเทศที่มีความใกล้ชิดระหว่างคน สัตว์ และสิ่งแวดล้อม

นอกจากนี้ บางสายพันธุ์ยังมีรายงานการแพร่จากคนสู่คน โดยเฉพาะในครอบครัวและสถานพยาบาล หากมาตรการควบคุมการติดเชื้อไม่รัดกุม การระบาดแบบคลัสเตอร์ในโรงพยาบาลจึงเป็นสถานการณ์ที่หลายประเทศกังวล

ช่องโหว่สำคัญ ยารักษาและวัคซีนยังไม่พร้อม

อีกเหตุผลหลักที่ทำให้ไวรัสนิปาห์ถูกจัดเป็นเชื้ออันตราย คือ การไม่มีทางเลือกด้านการรักษาเฉพาะทาง ปัจจุบันการดูแลผู้ป่วยยังอาศัยการรักษาประคับประคองเป็นหลัก ความอยู่รอดของผู้ป่วยจึงขึ้นกับศักยภาพของระบบสาธารณสุขในพื้นที่ระบาดเป็นสำคัญ

ด้วยเหตุนี้ องค์การอนามัยโลกจึงบรรจุไวรัสนิปาห์ไว้ในกลุ่ม “priority pathogens” ภายใต้แผน R&D Blueprint เพื่อเร่งการพัฒนายา วัคซีน และเครื่องมือวินิจฉัย สำหรับโรคอุบัติใหม่ที่อาจก่อผลกระทบข้ามพรมแดน

มาตรการในไทย เฝ้าระวังแม้ยังไม่พบผู้ป่วย

ในประเทศไทย ไวรัสนิปาห์ถูกจัดอยู่ในกลุ่มโรคติดต่ออันตรายตามกฎหมาย และอยู่ภายใต้ระบบเฝ้าระวังโรคไข้สมองอักเสบ โดยมีการติดตามทั้งในคนและสัตว์อย่างต่อเนื่อง แม้จนถึงปัจจุบันจะยังไม่พบผู้ป่วยในประเทศ

หน่วยงานด้านสาธารณสุขย้ำว่า การเฝ้าระวังเชิงรุกเป็นสิ่งจำเป็น เพราะหากเชื้อหลุดเข้าสู่ระบบบริการสุขภาพโดยไม่รู้ตัว อาจนำไปสู่การแพร่กระจายในสถานพยาบาลได้เหมือนที่เคยเกิดขึ้นในบางประเทศ

โรคที่ “ไม่ระบาดใหญ่ แต่ประมาทไม่ได้”

ภาพรวมทั้งหมดทำให้ไวรัสนิปาห์แตกต่างจากโรคระบาดทั่วไป มันอาจไม่แพร่เร็ว ไม่กระจายกว้าง แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วกลับสร้างผลกระทบสูง ทั้งต่อชีวิตผู้ป่วยและต่อระบบสาธารณสุข นี่คือเหตุผลที่ทำให้ไวรัสนิปาห์ถูกจัดเป็นโรคติดต่ออันตราย และยังคงอยู่ในสายตาขององค์การอนามัยโลกอย่างใกล้ชิดจนถึงวันนี้

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง