รีเซต

WHO ชี้ คลื่นความร้อนทำให้คนเสียชีวิตจากโรคหัวใจมากขึ้น

WHO ชี้ คลื่นความร้อนทำให้คนเสียชีวิตจากโรคหัวใจมากขึ้น
TNN ช่อง16
25 มิถุนายน 2569 ( 10:27 )

ในช่วงเดือนมิถุนายนถือเป็น ต้นฤดูร้อนของยุโรป และในปีนี้หลายประเทศในยุโรปเผชิญคลื่นความร้อนรุนแรงตั้งแต่ช่วงต้นฤดูร้อน โดยมีรายงานผู้เสียชีวิตจากความร้อนในบางพื้นที่ของฝรั่งเศส สเปน อิตาลี โปรตุเกส และประเทศอื่น ๆ ที่ได้รับผลกระทบจากอุณหภูมิสูงผิดปกติ หลายคนอาจเข้าใจว่าผู้เสียชีวิตจากคลื่นความร้อนมักเกิดจาก “โรคลมแดด” หรือ Heat Stroke เท่านั้น แต่ในความเป็นจริง องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุชัดว่า คลื่นความร้อนเพิ่มความเสี่ยงการเสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือดได้จริง และเป็นหนึ่งในปัญหาสุขภาพที่พบได้ชัดในช่วงอากาศร้อนจัดของยุโรป

อากาศร้อนส่งผลต่อหัวใจอย่างไร

เมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น ร่างกายต้องพยายามรักษาอุณหภูมิแกนกลางให้อยู่ในระดับปกติ โดยการขยายหลอดเลือดและเพิ่มการไหลเวียนเลือดไปยังผิวหนังเพื่อระบายความร้อน ส่งผลให้หัวใจต้องทำงานหนักขึ้น

ขณะเดียวกัน การสูญเสียน้ำและเกลือแร่จากเหงื่อจำนวนมาก อาจทำให้เกิดภาวะขาดน้ำ ความดันโลหิตเปลี่ยนแปลง และเลือดมีความหนืดมากขึ้น ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดลิ่มเลือด หัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน หัวใจเต้นผิดจังหวะ และโรคหลอดเลือดสมอง

องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า ความร้อนจัดสามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคไต โรคเบาหวาน และโรคทางเดินหายใจ รวมถึงทำให้อัตราการเสียชีวิตเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุและผู้ป่วยโรคเรื้อรัง

หลักฐานจากคลื่นความร้อนในยุโรป

เหตุการณ์คลื่นความร้อนในยุโรปปี 2003 ถือเป็นหนึ่งในภัยพิบัติทางสภาพอากาศที่ร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์สมัยใหม่ โดยมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 70,000 คนภายในช่วงฤดูร้อนเพียงไม่กี่เดือน ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุและผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือด

ข้อมูลจาก WHO Europe ระบุว่า ความเครียดจากความร้อน (Heat Stress) เป็นสาเหตุการเสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับสภาพภูมิอากาศอันดับหนึ่งในยุโรป และความร้อนสามารถกระตุ้นให้อาการของโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง และโรคทางเดินหายใจกำเริบได้

นอกจากนี้ WHO ประเมินว่าในช่วงปี 2000–2019 มีผู้เสียชีวิตจากความร้อนทั่วโลกประมาณ 489,000 คนต่อปี โดยกว่า 36% เกิดขึ้นในยุโรป และ 45% อยู่ในเอเชีย ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าอากาศร้อนจัดไม่ใช่เพียงเรื่องของความไม่สบายตัว แต่เป็นปัญหาสาธารณสุขที่ส่งผลต่อการเสียชีวิตจริง



กลุ่มเสี่ยงที่ต้องระวังเป็นพิเศษ

กลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงต่อภาวะแทรกซ้อนจากความร้อน ได้แก่

  • ผู้สูงอายุอายุ 65 ปีขึ้นไป
  • ผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือด
  • ผู้ป่วยความดันโลหิตสูง
  • ผู้ป่วยเบาหวานและโรคไต
  • ผู้ที่รับประทานยาขับปัสสาวะหรือยาลดความดันบางชนิด
  • ผู้ที่ทำงานกลางแจ้งเป็นเวลานาน

ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกา (CDC) ระบุว่า ความร้อนสามารถทำให้อาการของโรคหัวใจแย่ลง และยังส่งผลร่วมกับมลพิษทางอากาศที่เพิ่มขึ้นในช่วงอากาศร้อน ซึ่งอาจกระตุ้นให้เกิดภาวะหัวใจวาย โรคหลอดเลือดสมอง และภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะได้มากขึ้น


สัญญาณอันตรายที่ไม่ควรมองข้าม

หากอยู่ในสภาพอากาศร้อนจัดและมีอาการดังต่อไปนี้ ควรรีบพบแพทย์ทันที


  • แน่นหน้าอก
  • ใจสั่นผิดปกติ
  • หายใจเหนื่อย
  • เวียนศีรษะหรือเป็นลม
  • อ่อนเพลียผิดปกติ
  • สับสน พูดไม่ชัด
  • ตัวร้อนจัดหรือหมดสติ

อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของภาวะลมแดดหรือโรคหัวใจและหลอดเลือดที่กำลังกำเริบ



วิธีป้องกันผลกระทบต่อหัวใจในช่วงคลื่นความร้อน

  • ดื่มน้ำอย่างสม่ำเสมอ แม้ยังไม่รู้สึกกระหาย
  • หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งช่วง 11.00–15.00 น.
  • พักในสถานที่อากาศถ่ายเทหรือมีเครื่องปรับอากาศ
  • รับประทานยาตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด
  • สังเกตอาการผิดปกติของตนเองและคนใกล้ชิด โดยเฉพาะผู้สูงอายุ
  • ติดตามประกาศเตือนคลื่นความร้อนจากหน่วยงานสาธารณสุข



ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง