ทำไมยุโรปเดือดกว่าเอเชีย? เปิดเหตุผลคลื่นความร้อน พุ่งทะลุ 40°C!

ดร.สนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Sonthi Kotchawat เกี่ยวกับทำไมภาวะ “เอลนีโญ” ยุโรปถึงร้อนรุนแรงกว่าแถบเอเชียอย่างญี่ปุ่นและเกาหลี?
ช่วงฤดูร้อนนี้ ทั้งญี่ปุ่นและยุโรปต่างเผชิญกับอุณหภูมิที่สูงกว่าปกติ แต่ลักษณะความร้อนของทั้งสองภูมิภาคแตกต่างกันอย่างชัดเจน โดยญี่ปุ่นจะร้อนแบบอบอ้าวจากความชื้นสูง ขณะที่ยุโรปเผชิญกับคลื่นความร้อนแห้งจัดที่ทวีความรุนแรงอย่างรวดเร็ว แม้ว่าภาวะเอลนีโญจะมีส่วนทำให้อุณหภูมิโลกสูงขึ้น แต่ปัจจัยทางภูมิศาสตร์และสภาพภูมิอากาศของแต่ละภูมิภาคก็เป็นตัวกำหนดความรุนแรงของคลื่นความร้อนที่แตกต่างกัน
สำหรับประเทศญี่ปุ่น สาเหตุสำคัญที่ทำให้อากาศร้อนอบอ้าว มาจากความกดอากาศสูงแปซิฟิกที่แผ่ปกคลุมประเทศ ทำให้ลมมรสุมพัดพามวลอากาศร้อนและชื้นจากมหาสมุทรแปซิฟิกเข้ามาปกคลุมทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้อุณหภูมิสูงขึ้นพร้อมกับความชื้นในอากาศที่เพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ ญี่ปุ่นยังเป็นประเทศหมู่เกาะที่ล้อมรอบด้วยทะเล จึงมีความชื้นสัมพัทธ์สูงมาก เมื่ออากาศร้อนและชื้น เหงื่อจะระเหยออกจากร่างกายได้ยาก ทำให้รู้สึกอึดอัด อบอ้าว และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคลมแดด (Heatstroke) ได้ง่ายกว่าพื้นที่ที่อากาศแห้ง
อีกปัจจัยหนึ่งคือปรากฏการณ์เกาะความร้อน (Heat Island) โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ เช่น โตเกียวและโอซาก้า ที่มีอาคาร ถนน และพื้นคอนกรีตจำนวนมาก ทำให้การระบายความร้อนทำได้ไม่ดี ความร้อนจึงสะสมอยู่ตลอดทั้งวันและต่อเนื่องไปจนถึงเวลากลางคืน
ขณะที่ยุโรป สาเหตุที่ทำให้คลื่นความร้อนรุนแรงกว่ามาจากหลายปัจจัย เริ่มจากปรากฏการณ์โดมความร้อน (Heat Dome) ซึ่งเป็นการที่มวลความกดอากาศสูงปกคลุมพื้นที่เป็นเวลานาน เปรียบเสมือนฝาชีที่กักเก็บความร้อนเอาไว้ ลมนิ่ง ท้องฟ้าเปิด ทำให้ความร้อนจากแสงแดดสะสมอยู่บริเวณพื้นดินอย่างต่อเนื่องโดยไม่สามารถระบายออกได้
นอกจากนี้ ยุโรปตอนใต้และตอนกลางยังได้รับอิทธิพลจากกระแสลมร้อนและแห้งที่พัดมาจากทะเลทรายซาฮาราในทวีปแอฟริกา ส่งผลให้อุณหภูมิพุ่งทะลุ 40 องศาเซลเซียสได้ไม่ยาก โดยเฉพาะในช่วงที่เกิดคลื่นความร้อนรุนแรง
อีกประเด็นสำคัญคือ ผลการวิจัยหลายชิ้นระบุว่า ยุโรปเป็นทวีปที่อุณหภูมิเฉลี่ยเพิ่มสูงขึ้นเร็วที่สุดในโลก หรือเร็วกว่าค่าเฉลี่ยของโลกประมาณ 2 เท่า ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการละลายของน้ำแข็งขั้วโลกเหนือ ซึ่งทำให้พื้นผิวโลกดูดซับความร้อนจากดวงอาทิตย์ได้มากขึ้น
ขณะเดียวกัน ยุโรปยังเผชิญกับความแห้งแล้งสะสม ความร้อนจึงเป็นลักษณะร้อนแบบแห้ง (Dry Heat) เมื่อความชื้นในดินลดลง พื้นดินจะสะสมความร้อนได้มากขึ้น ส่งผลให้เกิดไฟป่าได้ง่าย และยิ่งทำให้คลื่นความร้อนทวีความรุนแรงมากกว่าเดิม
ดังนั้น แม้ญี่ปุ่นและยุโรปจะเผชิญกับฤดูร้อนที่รุนแรงจากอิทธิพลของภาวะเอลนีโญและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเช่นเดียวกัน แต่ญี่ปุ่นจะร้อนแบบอบอ้าวจากความชื้นสูง ขณะที่ยุโรปร้อนแบบแห้งจากโดมความร้อน ลมร้อนจากทะเลทรายซาฮารา การร้อนขึ้นของทวีปที่รวดเร็ว และความแห้งแล้งสะสม จึงทำให้คลื่นความร้อนในยุโรปมีความรุนแรงและสร้างผลกระทบได้มากกว่าหลายประเทศในเอเชียตะวันออก
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
