จับตา “เอลนีโญ” 2026 กำลังเร่งตัวแตะระดับรุนแรง ปี 2027 เสี่ยงร้อนที่สุดในประวัติศาสตร์

"เอลนีโญ" เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เกิดขึ้นเมื่ออุณหภูมิผิวน้ำทะเลในมหาสมุทรแปซิฟิกตอนกลางและตะวันออกเพิ่มสูงขึ้นมากกว่าค่าเฉลี่ย ซึ่งเป็นผลจากการอ่อนกำลังลงของลมค้า โดยทั่วไปจะเกิดขึ้นทุก ๆ 2-7 ปี และกินระยะเวลาประมาณ 9-10 เดือน แม้จะเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติแต่สามารถส่งผลกระทบไปทั่วโลกได้ เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิในมหาสมุทรแปซิฟิกรบกวนระบบการไหลเวียนของบรรยากาศ และทำให้สภาพภูมิอากาศในหลายพื้นที่เกิดการเปลี่ยนแปลง ส่งผลให้เกิดภัยธรรมชาติต่างๆ ทั้งฝนตกหนัก น้ำท่วม ภัยแล้ง คลื่นความร้อน และยังมีผลกระทบต่อผลผลิตทางการเกษตรได้รับความเสียหายอีกด้วย
ข้อมูลจากสำนักงานอุตุนิยมวิทยาแห่งสหราชอาณาจักร หรือ Met Office เปิดเผยว่า มีความเป็นไปได้สูงที่อุณหภูมิผิวน้ำทะเลในบริเวณใกล้เส้นศูนย์สูตรของมหาสมุทรแปซิฟิกอาจเพิ่มขึ้นสูงที่สุดเท่าที่เคยบันทึกไว้ โดยทั่วไปแล้วช่วงที่เกิดปรากฏการณ์เอลนีโญ อุณหภูมิบริเวณพื้นผิวมหาสมุทรแปซิฟิกจะเพิ่มขึ้นราว 1-2 องศาเซลเซียส และการเพิ่มขึ้นมากกว่า 2 องศาเซลเซียส ถือเป็นจุดที่ปรากฏการณ์เอลนีโญแตะระดับ “ซูเปอร์เอลนีโญ” แต่แบบจำลองสภาพภูมิอากาศแสดงให้เห็นถึงความเป็นไปได้ที่อุณหภูมิพื้นผิวมหาสมุทรจะเพิ่มขึ้นมากกว่า 3 องศาเซลเซียสในช่วงปลายปี 2026 ซึ่งหมายถึง “ซูเปอร์เอลนีโญ” ระดับรุนแรงอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
Met Office ระบุว่า ปี 2026 อาจเป็นปีที่เกิดเอลนีโญครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา และอาจเป็นเหตุการณ์รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 โดยแบบจำลองสภาพภูมิอากาศจากศูนย์พยากรณ์อื่น ๆ แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มความรุนแรงไปในทิศทางเดียวกัน
สิ่งที่ทำให้ปรากฏการณ์เอลนีโญในปี 2026 น่ากังวลมากขึ้น เนื่องจากอุณหภูมิพื้นฐานของโลกเพิ่มสูงขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แม้เอลนีโญจะไม่ใช่ต้นเหตุที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อน แต่ก็เป็นตัวเร่งที่ผลักให้อุณหภูมิโลกเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากความร้อนที่ถูกกักเก็บไว้ในมหาสมุทรถ่ายเทขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ
ในช่วงที่ผ่านมา ปีที่เกิดเอลนีโญรุนแรงมักจะมีแนวโน้มที่อุณหภูมิเฉลี่ยโลกจะพุ่งสูงทำลายสถิติ ซึ่ง Met Office ได้ประเมินว่า ปี 2027 นี้มีโอกาสสูงมากที่จะกลายเป็นปีที่ร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์ ทุบสถิติสูงสุดของปี 2024 ทั่วโลกอาจต้องเผชิญกับอุณหภูมิที่เพิ่มสูงขึ้น และสภาพอากาศสุดขั้วที่เกิดพร้อมกันในหลายพื้นที่
นอกจากอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นแล้ว ปรากฏการณ์เอลนีโญยังส่งผลกระทบต่อภาคเกษตรกรรม เนื่องจากรูปแบบฝนและอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมอาจทำให้ผลผลิตทางการเกษตรได้รับความเสียหาย บางพื้นที่อาจต้องเผชิญกับภัยแล้งรุนแรง และภาวะฝนทิ้งช่วงยาวนานมากขึ้น ขณะที่บางพื้นที่อาจมีฝนตกหนักผิดปกติจนเกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่ หรือพายุที่รุนแรงมากขึ้นกว่าเดิม
ตามการคาดการณ์ของ Met Office ยังคงต้องจับตาสัญญาณเตือนเอลนีโญครั้งนี้อย่างใกล้ชิด หากเป็นไปตามการคาดการณ์ของแบบจำลอง ก็อาจทำให้ทั่วโลกต้องเผชิญกับความร้อนและสภาพอากาศสุดขั้วในระดับที่ท้าทายความสามารถในการรับมือของมนุษย์
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
