รีเซต

จับตา 52 วันสุดท้ายของฤดูฝน ดร.เสรีหวั่นปีนี้ “ฝนหมดเร็ว” ทำแล้งลากยาวถึงก.ค. 70

จับตา 52 วันสุดท้ายของฤดูฝน ดร.เสรีหวั่นปีนี้ “ฝนหมดเร็ว” ทำแล้งลากยาวถึงก.ค. 70
TNN ช่อง16
9 กันยายน 2569 ( 11:15 )

เหลือเวลาอีก 52วันก่อนเข้าสู่ฤดูแล้งอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 พฤศจิกายน ช่วงเวลาที่เหลือจึงถือเป็นโอกาสสำคัญในการเร่งกักเก็บน้ำฝน เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนสำหรับรับมือกับฤดูแล้งที่กำลังจะมาถึง ขณะที่นักวิชาการเตือนว่า สภาพอากาศปีนี้มีความผิดปกติและฝนอาจหมดเร็วกว่าที่คาด ทำให้ช่วงเวลา 52วันที่เหลืออาจไม่เพียงพอต่อการเติมน้ำต้นทุน


รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ประเมินว่า สภาพอากาศในปีนี้ไม่เป็นไปตามรูปแบบฤดูกาลปกติ โดยมีแนวโน้มว่าฝนจะเริ่มแผ่วลงตั้งแต่ช่วงกลางเดือนกันยายนเนื่องจากทิศทางกระแสลมจะเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ส่งผลให้ฤดูฝนอาจสิ้นสุดเร็วกว่าปกติ และฤดูหนาวเข้ามาเร็วขึ้น แม้อุณหภูมิจะไม่ได้หนาวเย็นมากนัก


หลังกลางเดือนกันยายน ปริมาณฝนมีแนวโน้มลดลงอย่างเห็นได้ชัด เว้นแต่จะมีพายุเคลื่อนเข้ามาช่วยเติมปริมาณน้ำ โดยขณะนี้ยังมีพายุที่ต้องติดตามอีกประมาณ 7-8 ลูกแต่โอกาสที่พายุเหล่านี้จะส่งผลกระทบต่อประเทศไทยยังมีไม่มาก เนื่องจากปีนี้ประเทศไทยอยู่ภายใต้อิทธิพลของปรากฏการณ์เอลนีโญ


จับตา 9-13 ก.ย. ฝนหนักชุดสุดท้าย

สำหรับช่วงเวลาที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ คือวันที่ 9-13 กันยายนซึ่งคาดว่าจะเป็นช่วงที่มีฝนตกหนักชุดสุดท้ายของเดือน ขณะที่ตั้งแต่วันที่ 10 กันยายนเป็นต้นไปต้องจับตาพื้นที่ภาคกลางตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง และภาคตะวันออก ซึ่งมีโอกาสได้รับผลกระทบจากฝนตกหนัก


สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ช่วงเวลาที่เหลือก่อนเข้าสู่ฤดูแล้งมีความสำคัญอย่างมาก เนื่องจากหากฝนลดลงเร็วกว่าคาด โอกาสในการเติมน้ำเข้าสู่แหล่งน้ำและเขื่อนต่าง ๆ จะลดลงตามไปด้วย


น้ำต้นทุนทั่วประเทศเหลือเฉลี่ย 50%

ขณะเดียวกัน นักวิชาการประเมินว่า ปัจจุบันปริมาณน้ำต้นทุนทั่วประเทศมีอยู่เฉลี่ยประมาณ 50% ซึ่งต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนประมาณ 4,000-5,000 ล้านลูกบาศก์เมตร


แม้ภาพรวมปริมาณน้ำต้นทุนในพื้นที่เขตชลประทานยังอยู่ในระดับที่เพียงพอสำหรับรองรับฤดูแล้งหน้า แต่ปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดคือสภาพอากาศที่มีแนวโน้มร้อนและแห้งแล้งมากขึ้นซึ่งจะส่งผลให้อัตราการระเหยของน้ำสูงกว่าปีก่อน และอาจทำให้ปริมาณน้ำที่มีอยู่ลดลงเร็วกว่าที่ประเมินไว้


เอลนีโญแรงขึ้น เสี่ยงพื้นที่นอกชลประทาน

อีกปัจจัยสำคัญคือความรุนแรงของปรากฏการณ์เอลนีโญ ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นประมาณ 3 เท่าเมื่อเปรียบเทียบกับสถานการณ์ในช่วงปี 2015-2016 และปี 2024 ส่งผลให้พื้นที่นอกเขตชลประทานมีความเสี่ยงจากภาวะแห้งแล้งและการขาดแคลนน้ำมากกว่าพื้นที่ที่มีระบบชลประทานรองรับ


หากปริมาณน้ำต้นทุนไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้น้ำ อาจจำเป็นต้องเตรียมมาตรการจำกัดการใช้น้ำเพื่อบริหารจัดการน้ำให้เพียงพอตลอดฤดูแล้ง โดยเฉพาะภาคการเกษตรและพื้นที่นอกเขตชลประทานที่มีความเปราะบางต่อภาวะแห้งแล้งมากกว่า


หวั่นแล้งยาวถึงกรกฎาคม 2570

ทั้งนี้ ภาวะความแห้งแล้งในปีนี้มีแนวโน้มยืดเยื้อ โดยอาจลากยาวไปจนถึงเดือนกรกฎาคม 2570 ทำให้การบริหารจัดการน้ำตั้งแต่ช่วงปลายฤดูฝนมีความสำคัญอย่างยิ่ง


ดังนั้น ช่วงเวลา 53 วันที่เหลือก่อนเข้าสู่ฤดูแล้งจึงเป็นช่วงชี้ขาดในการบริหารจัดการน้ำ ทั้งการเร่งกักเก็บน้ำจากฝนที่ยังมีอยู่ การติดตามพายุที่อาจช่วยเติมน้ำต้นทุน และการเตรียมมาตรการรองรับกรณีฝนหมดเร็วกว่าปกติ เพื่อป้องกันผลกระทบจากภาวะน้ำไม่เพียงพอในฤดูแล้งที่จะมาถึง

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง