รีเซต

จับตาฤดูไต้ฝุ่นปี 69 เสี่ยงติดอันดับฤดูพายุที่ดุเดือดที่สุด!

จับตาฤดูไต้ฝุ่นปี 69 เสี่ยงติดอันดับฤดูพายุที่ดุเดือดที่สุด!
TNN ช่อง16
25 สิงหาคม 2569 ( 16:59 )
7

ฤดูพายุไต้ฝุ่นในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตกเฉียงเหนือปี 2569 ถูกจับตาเป็นพิเศษ หลังหน่วยงาน Tropical Storm Risk หรือ TSR ประเมินว่า ปีนี้อาจเป็นหนึ่งในฤดูพายุไต้ฝุ่นที่มีความเคลื่อนไหวรุนแรงที่สุดเป็นประวัติการณ์ โดยมีแนวโน้มเกิดพายุจำนวนมากกว่าค่าเฉลี่ยอย่างชัดเจน ท่ามกลางสัญญาณจากมหาสมุทรและบรรยากาศที่เอื้อต่อการก่อตัวและพัฒนาของพายุหมุนเขตร้อน


รายงานคาดการณ์ฤดูพายุของ TSR ซึ่งครอบคลุมช่วงวันที่ 1 มิถุนายน-30 พฤศจิกายน 2569 ระบุว่า ปีนี้มีแนวโน้มเกิดพายุหมุนเขตร้อนรวม 28 ลูก สูงกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวช่วงปี 2534-2563 ที่ 25.5 ลูก หรือเพิ่มขึ้นราว 10% ขณะที่จำนวนพายุไต้ฝุ่นคาดว่าจะอยู่ที่ 20 ลูก เทียบกับค่าเฉลี่ย 16 ลูก และอาจมีพายุไต้ฝุ่นกำลังรุนแรงถึง 13 ลูก จากค่าเฉลี่ย 9.3 ลูก


ปัจจัยสำคัญที่ถูกจับตาคือ ปรากฏการณ์เอลนีโญ ซึ่งกำลังก่อตัวและมีแนวโน้มรุนแรงต่อเนื่องในช่วงฤดูร้อนและฤดูใบไม้ร่วงของซีกโลกเหนือ โดยสภาพดังกล่าวสามารถเปลี่ยนแปลงรูปแบบลมและอุณหภูมิผิวน้ำทะเลในมหาสมุทรแปซิฟิก และเพิ่มโอกาสให้พื้นที่แปซิฟิกตะวันตกเฉียงเหนือมีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการพัฒนาของพายุหมุนเขตร้อน


นอกจากนี้ ในช่วงเดือนมิถุนายนและกรกฎาคมที่ผ่านมา กระแสลมค้าตะวันออก หรือ Trade Winds มีความอ่อนกำลังลงอย่างมาก ซึ่งเป็นระดับที่อ่อนที่สุดนับตั้งแต่ปี 2508 สะท้อนการเปลี่ยนแปลงของระบบบรรยากาศที่สัมพันธ์กับการอุ่นขึ้นของมหาสมุทรแปซิฟิกจากอิทธิพลของเอลนีโญ และเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้บรรยากาศโดยรวมเอื้อต่อการก่อตัวของพายุมากกว่าปกติ


ขณะเดียวกัน กิจกรรมของพายุในช่วงต้นฤดูกาลก็อยู่ในระดับสูง โดยค่าดัชนีพลังงานสะสมของพายุหมุนเขตร้อน หรือ ACE จนถึงวันที่ 7 สิงหาคม อยู่ในระดับสูงเป็นอันดับ 7 เมื่อเทียบกับข้อมูลย้อนหลังตั้งแต่ปี 2508 และก่อนเข้าสู่เดือนสิงหาคม มีพายุไต้ฝุ่นระดับ 5 ก่อตัวขึ้นแล้วถึง 3 ลูก สะท้อนว่าสภาพมหาสมุทรและบรรยากาศในปีนี้มีความเหมาะสมต่อการพัฒนาของพายุที่มีกำลังแรง


อย่างไรก็ตาม การที่จำนวนพายุในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตกมีแนวโน้มสูงกว่าค่าเฉลี่ย ไม่ได้หมายความว่าประเทศไทยจะมีพายุพัดเข้าสู่ประเทศมากขึ้นโดยตรง เนื่องจากเส้นทางของพายุแต่ละลูกยังขึ้นอยู่กับปัจจัยทางบรรยากาศหลายด้าน ทั้งความกดอากาศ กระแสลม และระบบมรสุมในช่วงเวลานั้น


สิ่งที่การคาดการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็น คือ ปี 2569 เป็นอีกปีที่ต้องเฝ้าระวังฤดูพายุอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในช่วงเดือนที่พายุหมุนเขตร้อนมีกิจกรรมสูง เพราะแม้พายุจะไม่ได้เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยโดยตรง แต่อาจส่งผลทางอ้อมต่อสภาพอากาศของไทย ทั้งการเพิ่มความชื้น ปริมาณฝน และความรุนแรงของมรสุมในบางช่วง จึงจำเป็นต้องติดตามการพยากรณ์และเส้นทางพายุอย่างต่อเนื่องตลอดฤดูกาล

ข่าวที่เกี่ยวข้อง