รีเซต

"ชาการัน" จากสูตรคุณแม่ สู่ House of Brand ชาไทยพรีเมียม

"ชาการัน" จากสูตรคุณแม่ สู่ House of Brand ชาไทยพรีเมียม
TNN ช่อง16
21 สิงหาคม 2569 ( 12:32 )
8

ธัญย์ณภัคช์ ศิริประภาเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง บริษัท การัน เบฟเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้หญิงที่เชื่อว่า ความสำเร็จไม่ได้วัดกันที่ตัวเลข แต่เริ่มต้นจากความฝันเล็ก ๆ ของตัวเอง จากสูตรชาที่ทำดื่มกันในครอบครัว สู่การสร้างแบรนด์ชาไทยระดับพรีเมียม และกำลังเดินหน้าขยายตลาดไปต่างประเทศ เรื่องราวของ คุณรัส ผู้ก่อตั้ง "ชาการัน" สะท้อนให้เห็นว่า ธุรกิจที่เติบโตอย่างยั่งยืนอาจไม่ได้เริ่มต้นจากเงินทุนมหาศาลหรือแผนธุรกิจที่ซับซ้อน หากแต่อาจเริ่มจาก “สิ่งเล็ก ๆ ใกล้ตัว” ที่เรามองเห็นคุณค่าและกล้าที่จะลงมือทำ

คุณรัสไม่ได้มองธุรกิจของตัวเองเพียงในฐานะผู้ทำตลาดชาไทย แต่กำลังสร้างให้บริษัทก้าวไปสู่การเป็น “House of Brands” ที่มีเป้าหมายในการสร้างและพัฒนาแบรนด์หลากหลายเข้าสู่ตลาด

“เราอยากให้มองว่าเราเป็นคนปั้นแบรนด์ บางครั้งเราอาจหยิบสินค้าที่ผู้บริโภคคุ้นเคยอยู่แล้วมาพัฒนาและยกระดับคุณค่าของมันขึ้นมา”

ซึ่งการยกระดับสิ่งใกล้ตัว สร้างคุณค่าให้สินค้าไทย ในมุมมองของคุณรัส ประเทศไทยมีข้อได้เปรียบที่สำคัญจากความอุดมสมบูรณ์ด้านอาหารและวัตถุดิบ ขณะเดียวกันผู้บริโภคทั่วโลกก็เริ่มให้ความสนใจกับสินค้าและอาหารที่มีความเป็นไทยมากขึ้น หลายสิ่งที่คนไทยคุ้นเคยและอาจมองข้าม กลับกลายเป็นสิ่งที่สร้างความสนใจให้กับตลาดต่างประเทศได้ เมื่อถูกนำมาพัฒนาในรูปแบบใหม่และยกระดับคุณภาพ

นี่จึงเป็นโอกาสที่เธอมองเห็นว่า ธุรกิจไทยสามารถสร้างคุณค่าใหม่จากสิ่งที่มีอยู่แล้วในประเทศ หนึ่งในตัวอย่างที่ชัดเจนคือการนำชาไทยมาพัฒนาเป็นแบรนด์พรีเมียม และสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้บริโภค จนวันนี้แบรนด์มีสาขาในกรุงเทพมหานครประมาณ 20 สาขา และขยายไปยังจังหวัดต่าง ๆ เช่น ภูเก็ตและขอนแก่น ขณะที่มีแผนเปิดสาขาที่เชียงใหม่ในเดือนตุลาคม ที่สำคัญกว่านั้นคือการก้าวออกนอกประเทศ โดยมีฮ่องกงเป็นตลาดต่างประเทศแห่งแรก โดยมีแผนเปิดสาขาในเดือนตุลาคมเช่นกัน

“เราไม่ได้อยากให้คนมองว่าเราเป็นแค่แบรนด์ชาไทย แต่อยากให้มองว่าเราเป็น House of Brand เป็นคนสร้างแบรนด์ไทยให้สามารถเติบโตไปได้ไกลกว่านั้น”

เมื่อให้ลองเปรียบเทียบแบรนด์กับผู้หญิงสักคน คุณรัสกล่าวว่า ชาการันคงเป็นผู้หญิงที่ “สวย” แต่ความสวยไม่ได้หมายถึงรูปลักษณ์เพียงอย่างเดียว แต่เป็นผู้หญิงที่สวยจากภายใน สวยจากความสามารถ และมีความแข็งแรงในตัวเอง

คำตอบนี้สะท้อนตัวตนของแบรนด์ได้อย่างน่าสนใจ เพราะการสร้างแบรนด์ในตลาดที่มีการแข่งขันสูงไม่ได้อาศัยเพียงภาพลักษณ์ แต่ต้องมีทั้งคุณภาพ ความสามารถ และความแข็งแรงในการยืนหยัดอยู่ในตลาด และในมุมของผู้บริหารหญิง คุณรัสมองว่า ความเป็นผู้หญิงเองก็มีจุดแข็งที่สามารถนำมาใช้ในการทำธุรกิจได้

สำหรับธุรกิจอาหารที่ต้องดูแลทั้งสินค้า หน้าร้าน และประสบการณ์ของลูกค้า สิ่งหนึ่งที่เธอมองว่าเป็นข้อได้เปรียบของผู้หญิงคือ Attention to Detail หรือการใส่ใจในรายละเอียด ธรรมชาติของผู้หญิงและบทบาทความเป็นแม่ ทำให้ผู้หญิงจำนวนมากมีความละเอียดอ่อน และสังเกตสิ่งเล็ก ๆ รอบตัวได้ดี ซึ่งคุณสมบัตินี้สามารถนำมาใช้กับงานบริการและการบริหารธุรกิจได้

“เราอาจได้เปรียบในเรื่องนี้ เพราะธุรกิจอาหารและรีเทลต้องใส่ใจรายละเอียดเล็ก ๆ รวมถึงเรื่องบริการ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้หญิงมีจุดแข็ง”

นอกจากนี้ เธอยังมองว่าความอ่อนโยนและความเป็นมิตรของผู้หญิงสามารถกลายเป็นแต้มต่อในการเจรจาธุรกิจ โดยเฉพาะการทำงานกับคู่ค้าต่างประเทศ ปัจจุบันบริษัทกำลังเจรจาธุรกิจกับคู่ค้าในประมาณ 6-7 ประเทศ และฮ่องกงเป็นตลาดแรกที่สามารถปิดดีลได้สำเร็จ โดยฮ่องกงเป็นตลาดที่มีการแข่งขันสูงและให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพ และความรวดเร็วในการทำธุรกิจอย่างมาก แต่คุณรัสกลับพบว่า ความแตกต่างทางบุคลิกและวัฒนธรรมระหว่างเธอกับคู่ค้ากลับกลายเป็นข้อได้เปรียบ

“คนฮ่องกงค่อนข้างจริงจังและให้ความสำคัญกับ Efficiency มาก แต่พอเขาเจอเรา เราเป็นสายจอย เป็นคนไทย เป็นผู้หญิง ทำให้บรรยากาศในการคุยเปลี่ยนไป เขารู้สึกเหมือนมองเราเป็นเพื่อนหรือที่ปรึกษามากกว่า”

ท้ายที่สุดสิ่งที่ดูเหมือนเป็นความแตกต่าง กลับทำให้การเจรจาไหลลื่นขึ้น และช่วยสร้างความสัมพันธ์ทางธุรกิจที่มากกว่าการซื้อขายสินค้า จึงเป็นอีกบทเรียนสำคัญว่า ในโลกธุรกิจ ไม่จำเป็นต้องพยายามเหมือนคนอื่นเสมอไป เพราะบางครั้งความเป็นตัวเองก็สามารถกลายเป็นจุดแข็งได้

สำหรับทิศทางในอนาคต คุณรัสไม่ได้วางเป้าหมายไว้เพียงการเพิ่มจำนวนสาขาหรือยอดขายชาไทย แต่ต้องการขยายธุรกิจออกไป สองแกนพร้อมกัน คือ “กว้างขึ้น” และ “ลึกขึ้น”

แกนแรกคือการทำให้แบรนด์ชาการันก้าวสู่การเป็น Global Brand โดยการขยายตลาดไปยังประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก ซึ่งขณะนี้บริษัทกำลังเดินหน้าตามแผนและอยู่ในกระบวนการขยายธุรกิจไปต่างประเทศ

ขณะที่อีกแกนหนึ่งคือการสร้างแบรนด์ใหม่ ๆ ภายใต้แนวคิด House of Brand เพื่อเพิ่มความหลากหลายให้กับผู้บริโภค ดังนั้น ในอนาคตผู้บริโภคอาจไม่ได้เห็นเพียงการขยายสาขาของชาการัน แต่ยังอาจได้เห็นสินค้าและแบรนด์ใหม่ ๆ ที่สร้างความเซอร์ไพรส์ออกมาอย่างต่อเนื่อง

“เราไม่ได้ขยายแค่แกนเดียว แต่จะขยายทั้งกว้างขึ้นและลึกขึ้น ทั้งการทำแบรนด์ให้เป็น Global Brand และการสร้างแบรนด์ใหม่ ๆ เข้ามาในตลาด”

ในฐานะผู้ประกอบการที่ต้องการส่งต่อกำลังใจให้คนรุ่นใหม่ คุณรัสมีมุมมองต่อคำว่าความสำเร็จที่น่าสนใจ โดยไม่อยากให้คนรุ่นใหม่คิดว่าการประสบความสำเร็จต้องมียอดขายระดับหลายร้อยล้านหรือหลายพันล้านบาทเท่านั้น เพราะสิ่งที่ทำสามารถสร้างความสุขให้กับตัวเอง ผู้บริโภค และคนรอบข้างได้ นั่นก็คือความสำเร็จรูปแบบหนึ่งแล้ว

“อย่ามองข้ามตัวเอง และอย่ามองข้ามความสำเร็จเล็ก ๆ ที่เราเริ่มต้น เพราะกว่าที่จะมาถึงวันนี้ เราต้องผ่านเรื่องที่ท้าทายมามากมาย”

เรื่องราวของชาการันเป็นตัวอย่างที่ชัดเจน เพราะจุดเริ่มต้นของชาไม่ได้เกิดจากโรงงานขนาดใหญ่หรือแผนธุรกิจระดับโลก แต่เกิดจาก สูตรชาของคุณแม่ที่ทำรับประทานกันเองที่บ้าน ไม่มีใครรู้ในวันนั้นว่า สูตรชาธรรมดาในครอบครัวจะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของธุรกิจที่กำลังพยายามนำแบรนด์ไทยออกไปสู่ตลาดต่างประเทศ

สิ่งที่คุณรัสอยากฝากถึงคนรุ่นใหม่จึงไม่ใช่สูตรสำเร็จในการทำธุรกิจ แต่คือการเปิดตาและเปิดใจมองหาโอกาสจากสิ่งที่อยู่รอบตัว ความฝันบางอย่างอาจดูเล็ก ความคิดบางอย่างอาจเคยถูกมองข้าม หรือสิ่งที่เราชื่นชอบอาจดูธรรมดาเกินกว่าจะนำมาทำธุรกิจ แต่หากเรารักมันมากพอ ใส่ใจมากพอ และมองหาช่องว่างในตลาดอยู่เสมอ สิ่งเล็ก ๆ เหล่านั้นก็อาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ของชีวิต

จากสูตรชาคุณแม่ในครัววันนั้น สู่การสร้างแบรนด์ชาไทยระดับพรีเมียมในวันนี้ และกำลังเดินทางไปสู่ตลาดโลก ชาการันจึงไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของชาไทย แต่เป็นเรื่องของผู้หญิงคนหนึ่งที่เลือกเชื่อในสิ่งเล็ก ๆ ที่ตัวเองเห็นคุณค่า และค่อย ๆ เปลี่ยนความเชื่อนั้นให้กลายเป็นธุรกิจ เพราะบางครั้ง การสร้างธุรกิจที่ยิ่งใหญ่ อาจไม่ได้เริ่มต้นจากการมองหาอะไรที่ยิ่งใหญ่ที่สุด แต่อาจเริ่มจากสิ่งเล็ก ๆ ที่อยู่ตรงหน้า และกล้าที่จะทำให้มันเติบโตขึ้นทีละก้าว

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง