รีเซต

14 กุมภาพันธ์ วันวาเลนไทน์ 2566 เปิดเมนู "ขนมหวาน" สื่อรัก ใครได้รับก็ถูกใจ

14 กุมภาพันธ์ วันวาเลนไทน์ 2566 เปิดเมนู "ขนมหวาน" สื่อรัก ใครได้รับก็ถูกใจ
TNN ช่อง16
8 กุมภาพันธ์ 2566 ( 19:01 )
90
14 กุมภาพันธ์ วันวาเลนไทน์ 2566 เปิดเมนู "ขนมหวาน" สื่อรัก ใครได้รับก็ถูกใจ

14 กุมภาพันธ์ 2566 เทศกาลวาเลนไทน์ หรือ วันแห่งความรัก คู่รักหลายคู่ อาจเตรียมมอบของขวัญแทนใจให้แก่กัน นอกจากดอกไม้แล้ว ส่วนใหญ่ มักจะเป็นขนมหวาน เพื่อเป็นสัญลักษณ์แทนความหวาน ความสุข ความรัก 

ขนมหวานยอดนิยม ที่ถูกนำมามอบให้แก่กัน ได้แก่ ช็อกโกแลต คุกกี้ สตรอว์เบอร์รี่เคลือบช็อกโกแลต คัพเค้ก บราวนี่

"ขนมหวาน" สื่อรักแล้วยังให้พลังงานสูง

1. ช็อกโกแลต 1 ชิ้นคำ ขนาด 10 กรัม ให้พลังงานประมาณ 50 กิโลแคลอรี  

2. คุกกี้ 1 ชิ้น ขนาด 10 กรัม ให้พลังงานประมาณ 50 กิโลแคลอรี 

3. สตรอว์เบอร์รี่เคลือบช็อกโกแลต  1 ชิ้น ขนาด 35 กรัม ให้พลังงานประมาณ 60 กิโลแคลอรี 

4. คัพเค้ก 1 ชิ้น ขนาด 60 กรัม ให้พลังงานประมาณ 130 กิโลแคลอรี 

5. บราวนี่ 1 ชิ้น ขนาด 60 กรัม ให้พลังงานประมาณ 250 กิโลแคลอรี  

เนื่องจากขนมเหล่านี้ให้พลังงานค่อนข้างสูง อีกทั้ง ความหวานที่ได้จากน้ำตาลที่เพิ่มลงไปนั้น  จัดเป็นอาหารที่ มีสารอาหารที่เป็นประโยชน์น้อย (Empty Calories) หากกินโดยไม่มีการควบคุมบ่อย ๆ เป็นระยะเวลานาน จะทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่ไม่เหมาะสม และอาจเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวาน โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคไขมันในเลือดสูง และโรคอ้วนในระยะยาวได้

องค์การอนามัยโลกแนะนำว่าใน 1 วัน ไม่ควรบริโภคน้ำตาลเกิน 6 ช้อนชา หรือ 24 กรัม เพื่อไม่ให้ได้รับพลังงานจากน้ำตาลมากเกินไป ซึ่งพลังงานจากอาหารว่าง ขนม และเครื่องดื่ม ไม่ควรเกินวันละ 150-200 กิโลแคลอรีต่อวัน 

ดังนั้น หากกินช็อกโกแลต คุกกี้ สตรอว์เบอร์รี่เคลือบช็อกโกแลต ไม่ควรเกินวันละ 3-4 ชิ้น ส่วนคัพเค้กและบราวนี่ไม่ควรมากกว่า 1 ชิ้นต่อวัน หากสามารถทำขนมเองได้แนะนำให้เลือกสูตรหวานน้อย และเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการด้วยใยอาหารจากธัญพืชต่างๆ  หรือผลไม้รสไม่หวานจัด 

สำหรับผู้ที่ต้องการซื้อขนมมากินเองหรือเป็นของขวัญ ควรเลือกผลิตภัณฑ์ ที่มีสัญลักษณ์ “ทางเลือกเพื่อสุขภาพ” และควรปรับพฤติกรรมการกิน โดยค่อยๆ ลดความหวานลง และหมั่นออกกำลังกายเป็นประจำด้วย




ข้อมูลจาก กรมอนามัย

ภาพจาก AFP / TNN ONLINE

ข่าวที่เกี่ยวข้อง