ประวัติวันวาเลนไทน์ 14 กุมภาพันธ์ วันแห่งความรัก

วันวาเลนไทน์คืออะไร
วันวาเลนไทน์ หรือ วันนักบุญวาเลนไทน์ ตรงกับวันที่ 14 กุมภาพันธ์ของทุกปี เป็นวันที่ผู้คนทั่วโลกใช้แสดงความรัก ความห่วงใย และความปรารถนาดีต่อกัน ไม่ว่าจะเป็นคู่รัก ครอบครัว หรือเพื่อนสนิท
ประวัติของวันวาเลนไทน์มีอายุกว่า 1,500 ปี โดยมีรากฐานจากทั้งความเชื่อในยุคโรมันโบราณและประเพณีของศาสนาคริสต์ ก่อนจะพัฒนาเป็นวันแห่งความรักในความหมายแบบปัจจุบัน
ต้นกำเนิดจากเทศกาลลูเพอร์คาเลียของโรมัน
ก่อนจะมีวันวาเลนไทน์ ชาวโรมันมีเทศกาลที่เรียกว่า Lupercalia จัดขึ้นระหว่างวันที่ 13–15 กุมภาพันธ์ เพื่อเฉลิมฉลองความอุดมสมบูรณ์และการชำระล้างบาป เทศกาลนี้จัดขึ้นเพื่อบูชาเทพ Faunus เทพแห่งความอุดมสมบูรณ์
พิธีกรรมจัดขึ้นบริเวณถ้ำลูเพอร์คัลบนเนินเขาพาลาทีน ซึ่งตามตำนานเป็นสถานที่ที่หมาป่าเลี้ยงดู Romulus and Remus ผู้ก่อตั้งกรุงโรม
ภายในเทศกาลมีพิธีบูชายัญ และกิจกรรมจับฉลากชื่อหญิงสาวให้ชายหนุ่มจับคู่กันในช่วงเทศกาล ซึ่งบางคู่พัฒนาไปสู่การแต่งงานในภายหลัง ถือเป็นจุดเริ่มต้นแนวคิดการจับคู่ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์
ตำนานนักบุญวาเลนไทน์ จุดกำเนิดวันแห่งความรัก
เรื่องราวสำคัญของวันวาเลนไทน์เกี่ยวข้องกับ Saint Valentine นักบวชชาวโรมันในคริสต์ศตวรรษที่ 3
ในยุคของ Claudius II จักรพรรดิทรงเชื่อว่าชายโสดเป็นทหารที่ดีกว่าผู้ที่มีครอบครัว จึงออกคำสั่งห้ามการหมั้นและแต่งงานในกรุงโรม
วาเลนไทน์เห็นว่าความรักเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ จึงแอบทำพิธีแต่งงานให้คู่รักอย่างลับ ๆ เมื่อเรื่องถูกเปิดเผย เขาถูกจับกุมและประหารชีวิตในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ราวปี ค.ศ. 269–270
ตำนานเล่าว่า ก่อนถูกประหาร เขาได้เขียนจดหมายถึงหญิงสาวผู้มาเยี่ยมในคุก ลงท้ายว่า “From Your Valentine” ซึ่งกลายเป็นต้นแบบของการ์ดวาเลนไทน์ในปัจจุบัน
การประกาศอย่างเป็นทางการโดยศาสนจักร
ในปี ค.ศ. 496 สมเด็จพระสันตะปาปาเกลาซิอุสที่ 1 ทรงประกาศให้วันที่ 14 กุมภาพันธ์เป็นวันฉลองนักบุญวาเลนไทน์อย่างเป็นทางการ เพื่อแทนที่เทศกาลลูเพอร์คาเลียของชาวเพเกน
แม้ต่อมาในปี ค.ศ. 1969 จะมีการถอดวันดังกล่าวออกจากปฏิทินนักบุญสากลของโรมัน เนื่องจากข้อมูลทางประวัติศาสตร์ไม่ชัดเจน แต่การเฉลิมฉลองยังคงดำเนินต่อเนื่องในหลายประเทศทั่วโลก
วาเลนไทน์กับวรรณกรรมยุโรป
วันวาเลนไทน์เริ่มเชื่อมโยงกับความรักโรแมนติกอย่างชัดเจนในศตวรรษที่ 14 ผ่านผลงานของ Geoffrey Chaucer ในบทกวี The Parliament of Fowls ที่กล่าวถึงนกเลือกคู่ในวันเซนต์วาเลนไทน์
ต่อมา William Shakespeare ก็กล่าวถึงวันวาเลนไทน์ในผลงานหลายเรื่อง ทำให้วันนี้ได้รับความนิยมมากขึ้นในอังกฤษ และพัฒนาเป็นธรรมเนียมมอบดอกไม้และการ์ดอวยพรตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 15 เป็นต้นมา
สัญลักษณ์สำคัญของวันวาเลนไทน์
วันวาเลนไทน์มีสัญลักษณ์ที่คุ้นเคย ได้แก่
- ดอกกุหลาบสีแดง สื่อถึงความรักและความปรารถนา
- คิวปิด เทพแห่งความรักผู้ถือคันธนู
- การ์ดวาเลนไทน์ ที่มีข้อความบอกรัก
- รูปหัวใจ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์สากลของความรัก
สิ่งเหล่านี้กลายเป็นองค์ประกอบหลักของวัฒนธรรมวาเลนไทน์ทั่วโลก
วันวาเลนไทน์ในยุคปัจจุบัน
ปัจจุบัน วันวาเลนไทน์ไม่ได้จำกัดเฉพาะความรักแบบคู่รักเท่านั้น แต่ยังหมายถึงการแสดงความห่วงใยต่อคนรอบตัว ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว เพื่อน หรือบุคคลที่เราชื่นชม
กิจกรรมที่พบได้บ่อย ได้แก่ การมอบดอกไม้ ช็อกโกแลต ของขวัญ การ์ดอวยพร และการรับประทานอาหารร่วมกัน
จากเทศกาลโบราณที่เกี่ยวข้องกับพิธีกรรมทางศาสนา สู่วันแห่งความรักที่อบอุ่นใจ วันวาเลนไทน์จึงเป็นตัวอย่างของการผสมผสานประวัติศาสตร์ ความเชื่อ และวัฒนธรรมที่เดินทางข้ามเวลากว่า 15 ศตวรรษ
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
