ไม่ได้อยากโสด แต่ต้องโทษเศรษฐกิจ? เมื่อปากท้องมาก่อนความรัก คนไทยเมินแต่งงาน ไม่อยากมีลูก

จริงหรือไม่? "โสด" เพราะไม่มีเงิน เลี้ยงตัวเองยังแทบไม่รอด เมื่อยุคนี้ปัญหาปากท้องเป็นเรื่องใหญ่ กระทบไปถึงความรัก ทำให้คนไทยเมินแต่งงาน ไม่อยากมีลูก ยุคแห่ง "Solo Economy"
"ความรักแพงขึ้น?" ทำให้หลายคนไม่อยากมีแฟน ไม่อยากมีครอบครัว ไม่คิดอยากจะมีลูก หันไปเลี้ยงหมาเลี้ยงแมว ซึ่งย้ำว่าไม่ใช่เพราะว่าเกลียดเด็ก หรือไม่อยากมีความรัก แต่ทุกวันนี้ แค่เอาตัวเองก็ยังจะไม่รอด เพราะปัญหาปากท้อง และต้นทุนการใช้ชีวิตยุคนี้ไม่ง่าย อัตราการแต่งงานของไทยจึงหดตัวลงเรื่อยๆ เช่นเดียวกับตัวเลขเด็กเกิดใหม่ที่น้อยลงๆในทุกปี
ความรักกำลังแพงขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ในวันที่ปากท้องยังเอาไม่รอด ค่าแรงวิ่งตามไม่ทันค่าครองชีพ เพราะความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจได้กลายเป็นเงื่อนไขใหม่ที่บีบคั้นทำให้คนไม่กล้ามีความรัก ไม่อยากมีใคร ไม่กล้ามีลูก และไม่กล้าแม้แต่จะฝันถึงครอบครัว
ความเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ในประเทศใดประเทศหนึ่ง หรือไม่ใช่แค่เมืองไทยเท่านั้น แต่นี่คือปรากฏการณ์ร่วมที่เกิดในหลายเมือง ท่ามกลางโลกที่อยู่ในยุคของเศรษฐกิจเปราะบาง เจอกับเงินเฟ้อ เจอกับภาระหนี้สิน และมีแต่ความไม่แน่นอน ทั้งหมดนี้ คือ เป็นตัวแปรสำคัญที่เข้ามากำหนดความสัมพันธ์หรือความรัก และการครองคู่
ไปเจาะดูข้อมูลในประเทศไทย การแต่งงานน้อยลง การมีลูกลดลง ข้อมูลจากกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทยระบุว่า จำนวนการจดทะเบียนสมรสของไทยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาอยู่ในทิศทางลดลงต่อเนื่อง จากช่วงต้นทศวรรษ 2550 ที่มีคู่สมรสมากกว่า 3 แสนคู่ต่อปี ลดลงเหลือต่ำกว่า 2 แสนคู่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา และบางปีหลังโควิด ตัวเลขลดลงแรงจนแตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่การจดทะเบียนหย่ากลับทรงตัวในระดับสูง สะท้อนว่าความสัมพันธ์ไม่ได้เริ่มต้นง่าย และเมื่อเริ่มแล้วก็ยากจะประคองให้อยู่รอดภายใต้แรงกดดันทางเศรษฐกิจ และยังสอดคล้องกับข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติที่ชี้ว่าในเวลานี้มีครัวเรือนไทยแบบอยู่คนเดียวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ขณะที่อัตราการเกิดของประเทศไทยเองก็เข้าขั้นวิกฤต ล่าสุดเด็กเกิดใหม่ในปีที่ผ่านมา มีเด็กเกิดใหม่ต่ำที่สุดในรอบ 75 ปี และต่ำกว่า 5 แสนคนต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 เข้าสู่ภาวะ “เกิดน้อยสุดเป็นประวัติการณ์” โดยตัวเลขการเกิดปี 2568 อยู่ที่ 416,574 คน ลดลงจากปีก่อนหน้าถึง 143,000 คน ขณะที่ยอดการเสียชีวิตหรือการตายมากกว่าเกิดต่อเนื่องปีที่ 5 โดยตัวเลขการเสียชีวิตในปี 2568 อยู่ที่ 559,684 คน
การมีลูกซึ่งเคยถูกมองว่าเป็นผลลัพธ์ตามธรรมชาติของความรักและการแต่งงาน กลับกลายเป็นการตัดสินใจทางเศรษฐกิจที่ต้องคิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพราะการมีลูกหนึ่งคนอาจจะจนไปมากกว่าสิบปี มีรายงานระบุว่าค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดูเด็กหนึ่งคนตั้งแต่เกิดจนเรียนจบระดับปริญญาตรีถูกประเมินว่าสูงถึงหลายล้านบาท ในขณะที่รายได้ของคนไทยก็ยังไม่ฟื้นตัว
รายงานของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ระบุว่า รายได้เฉลี่ยของแรงงานไทยฟื้นตัวช้ากว่าค่าครองชีพ โดยเฉพาะค่าอาหาร ที่อยู่อาศัย และค่าใช้จ่ายด้านการเลี้ยงดูบุตร ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้คนวัยทำงานชะลอการแต่งงานและการมีลูก
และที่สำคัญ ในแง่ของหนี้สินของคนไทยก็ยังหนัก ข้อมูลจากธนาคารกลางธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประเมินว่าหนี้ครัวเรือนไทยยังอยู่ในระดับสูงกว่า 80%-90% ของ GDP แม้จะเริ่มชะลอลงมาบ้างในปีที่ผ่านมา ขณะที่ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจสถานภาพหนี้ครัวเรือนไทยปี 2568 พบว่า ครัวเรือนไทยมากกว่า 95.1% มีภาระหนี้สิน โดยแต่ละครัวเรือนมีหนี้เฉลี่ยสูงถึง 740,596.94 บาท เพิ่มขึ้นถึง 22% จากปีที่ผ่านมา ถือเป็นระดับสูงสุดในรอบ 4 ปี ขณะที่ภาระผ่อนชำระโดยเฉลี่ยในแต่ละเดือน อยู่ที่ 22,022.08 บาท
นอกจากนี้ในระดับโลกก็น่าตกใจไม่แพ้กัน ภาพของความรักที่แพงขึ้นยิ่งชัดเจน เพราะประเทศพัฒนาแล้วหลายชาติกำลังตกอยู่ในปัญหาเดียวกันไม่ต่างจากไทย ตั้งแต่ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ จีน ยุโรป และสหรัฐอเมริกา ต่างก็มีอัตราการแต่งงานและการมีลูกลดลง เช่น เกาหลีใต้มีอัตราการเกิดต่ำที่สุดในโลก ขณะที่จีนซึ่งเคยอยู่ในฐานะประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลก และใช้เป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ก็ยังต้องเจอกับวิกฤตประชากรวูบหายไปเป็นประวัติการณ์ แม้รัฐบาลจะงัดยาแรงออกมาตรการกระตุ้นและจูงใจการมีลูกอย่างหนักแล้วก็ตาม แต่ต้นทุนชีวิตในเมืองใหญ่ และค่าอยู่อาศัยที่พุ่งสูงในประเทศ รวมไปถึงการแข่งขันในตลาดแรงงาน ทำให้คนรุ่นใหม่หันไปเลือกใช้ชีวิตลำพังมากกว่า
แม้ฟังดูแล้วเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคน แต่ถ้าหากเรามองในภาพรวมทางเศรษฐกิจ นี่คือ ปัญหาที่กำลังก่อตัว ที่จะมีผลกระทบไกลไปถึงเศรษฐกินโลก กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และ World Economic Forum (WEF) เตือนตรงกันว่า แนวโน้มคนโสด ไม่มีลูก และสังคมสูงวัย จะกระทบต่อกำลังแรงงาน ศักยภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจ และฐานภาษีของรัฐในระยะยาวได้อย่างแน่นอน
อย่างไรก็ตาม เทรนด์คนโสด คนไม่มีลูก ได้กลายเป็นเทรนด์ระดับโลกที่สามารถทำเงินได้เช่นกัน ภายใต้แนวคิด "SOLO Economy" เศรษฐกิจตัวคนเดียว
ตัวเลขการแต่งงานที่ลดลง คนอยู่คนเดียวมากขึ้น เป็นการเปลี่ยนแปลงทางสังคมที่สำคัญ แต่สำหรับภาคธุรกิจ คือการเปลี่ยน “ฐานลูกค้า” และ “พฤติกรรมการใช้จ่าย” ครั้งใหญ่
อุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบโดยตรงคือธุรกิจที่ผูกกับครอบครัวแบบดั้งเดิม ตั้งแต่อสังหาริมทรัพย์ บ้านเดี่ยวขนาดใหญ่ รถยนต์ครอบครัว โรงเรียนเอกชน ไปจนถึงสินค้าแม่และเด็ก ซึ่งในหลายประเทศเริ่มเผชิญภาวะตลาดหดตัวหรือเติบโตช้าลง ขณะเดียวกัน ธุรกิจงานแต่ง งานพิธี และบริการที่เกี่ยวข้องกับการมีบุตร ต้องแข่งขันหนักขึ้นในตลาดที่ลูกค้าหดตัวลง
แต่ในอีกด้านหนึ่งสิ่งที่กำลังเป็นโอกาสของ SOLO Economy ที่มาช่วยเปิด “พื้นที่เติบโตใหม่” ก็มีไม่น้อย กับธุรกิจที่ตอบโจทย์ชีวิตคนเดียวอย่างตรงจุด เช่นตลาดที่อยู่อาศัยหรืออสังหาริมทรัพย์ ปรับแบบไปสู่คอนโดขนาดเล็ก ห้องสตูดิโอ หรือที่อยู่อาศัยสำหรับคนอยู่คนเดียวโดยเฉพาะ หรือให้เลี้ยงหมาเลี้ยงแมวได้มากขึ้น ตอบโจทย์คนเลี้ยงสัตว์แทนลูก หรือ เทรนด์ Pet Parents รวมไปถึงธุรกิจเฟอร์นิเจอร์และของใช้ในบ้านหันมาออกแบบสินค้าไซซ์เล็ก ใช้ง่าย และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเดียวมากขึ้น
ขณะที่ตลาดของอาหารและเครื่องดื่มก็เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน ร้านอาหารแบบภัตตาคาร ที่มีโต๊ะขนาดใหญ่หรือเมนูครอบครัวเริ่มเสียเปรียบ ขณะที่ร้านอาหารสำหรับลูกค้าคนเดียว ชุดอาหารไซซ์เล็ก แม้กระทั่งบริการเดลิเวอรี และอาหารพร้อมรับประทานเติบโตสวนกระแส เทรนด์นี้สะท้อนว่าคนโสดไม่ได้ใช้จ่ายน้อยลง แต่ใช้จ่าย “เฉพาะตัว” มากขึ้น
ในภาคบริการ การท่องเที่ยวและไลฟ์สไตล์คนเดียวกลายเป็นตลาดใหม่ โรงแรมแบบ Solo Stay ทริปท่องเที่ยวสำหรับคนเดียว ฟิตเนสส่วนตัว คลาสเรียนขนาดเล็ก ไปจนถึงบริการดูแลสุขภาพและสุขภาพจิต
ขณะเดียวกัน กลุ่ม Single Income, No Kids (SINK) มักมีรูปแบบการใช้จ่ายที่แตกต่างจากครอบครัว พวกเขาอาจไม่มีภาระเลี้ยงดูบุตร แต่ต้องแบกรับต้นทุนชีวิตทั้งหมดเพียงลำพัง ทำให้การตัดสินใจใช้จ่ายเน้น “คุณภาพชีวิตปัจจุบัน” มากกว่า “การลงทุนระยะยาวเพื่อครอบครัว” ส่งผลให้ตลาดสินค้าพรีเมียม เทคโนโลยี บริการสมัครสมาชิก และประสบการณ์เฉพาะบุคคล เติบโตควบคู่ไปกับเศรษฐกิจตัวคนเดียว
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
