รีเซต

มูดี้ส์ ปรับเครดิตไทยดีขึ้นแล้ว คนไทยได้อะไรจากคำว่า “มีเสถียรภาพ”

มูดี้ส์ ปรับเครดิตไทยดีขึ้นแล้ว คนไทยได้อะไรจากคำว่า “มีเสถียรภาพ”
TNN ช่อง16
24 เมษายน 2569 ( 13:52 )
8

ท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่ผันผวน ข่าวใหญ่ที่สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือระดับโลกอย่าง Moody’s ปรับมุมมองความน่าเชื่อถือของประเทศไทยจาก “เชิงลบ” เป็น “มีเสถียรภาพ” (Stable) พร้อมคงอันดับไว้ที่ระดับ Baa1 รวมถึงข่าวดีที่ไทยหวนคืนสู่ 25 อันดับแรกของโลก ในดัชนีความเชื่อมั่นการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (Kearney FDI Confidence Index) ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของ "ตัวเลขในกระดาษ" แต่นี่คือสัญญาณบวกที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อปากท้องและอนาคตของคนไทย

เมื่อไทย “เครดิตดี” ขึ้น ชาวบ้านได้อะไรบ้าง?

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ผลเชิงบวกที่เกิดขึ้นไม่ได้หยุดอยู่แค่ในห้องประชุม แต่จะถ่ายทอดลงมาสู่ระดับฐานรากผ่านกลไกสำคัญ 3 ประการ ดังนี้:

1. ต้นทุนการเงินถูกลง - ผู้ประกอบการไปต่อได้ เมื่อมูดี้ส์ประเมินความเสี่ยงไทยต่ำลง ต้นทุนการกู้ยืมของประเทศทั้งภาครัฐและเอกชนจะมีแนวโน้มลดลง เมื่อต้นทุนการกู้ยืมถูกลง สถาบันการเงินจะกล้าปล่อยสินเชื่อมากขึ้น โดยเฉพาะกับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) พ่อค้าแม่ขาย หรือผู้ประกอบการรายย่อยจะสามารถเข้าถึง "แหล่งทุน" ได้ในอัตราดอกเบี้ยที่เป็นธรรมมากขึ้น ช่วยให้ธุรกิจขยายตัวได้ และมีสภาพคล่องในการหมุนเวียนธุรกิจ

2. การลงทุนต่างชาติกลับมา - จ้างงานเพิ่ม รายได้ขยับ การที่ไทยกลับมาติดท็อป 25 ของดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนโลก สะท้อนว่านโยบายรัฐบาลที่มุ่งเป้าไปที่อุตสาหกรรมแห่งอนาคต (Data Center, EV, พลังงานสะอาด) กำลังเดินมาถูกทาง  เมื่อนักลงทุนต่างชาติเชื่อมั่นและเข้ามาเปิดโรงงานหรือขยายฐานการผลิต สิ่งที่จะเกิดขึ้นทันทีคือ "การจ้างงาน" ลูกหลานในพื้นที่มีงานทำในอุตสาหกรรมสมัยใหม่ ซึ่งยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตของประชาชนในภาพรวม ไม่ใช่แค่ตัวเมือง แต่รวมถึงเศรษฐกิจรอบนิคมอุตสาหกรรมด้วย

3. เศรษฐกิจเดินหน้า - ลดความเสี่ยงค่าครองชีพ เสถียรภาพที่ Moody’s รับรอง หมายความว่าโลกมองว่ารัฐบาลไทยมีนโยบายที่ต่อเนื่องและบริหารจัดการหนี้ได้  ความเชื่อมั่นนี้ช่วยสร้างเสถียรภาพในตลาดการเงิน ทำให้ค่าเงินและราคาสินค้ามีความผันผวนน้อยลง ประชาชนสามารถวางแผนค่าใช้จ่ายได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องตื่นตระหนกกับข่าวลือเรื่องวิกฤตเศรษฐกิจ ช่วยให้รัฐบาลสามารถดึงงบประมาณมาพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อลดภาระค่าครองชีพในระยะยาวได้จริง

รัฐบาลย้ำ "ทุนใหม่" เพื่อ "โอกาสใหม่" และต้องโปร่งใส

แม้ภาพรวมเศรษฐกิจจะมีทิศทางที่ดีขึ้น แต่ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ย้ำชัดเจนว่ารัฐบาลไม่ประมาท โดยเฉพาะในเรื่องการบริหารจัดการงบประมาณและการกู้เงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ

ในประเด็นเรื่องการออกพระราชกำหนดกู้เงิน รัฐบาลชี้แจงว่าสถาบันการเงินและองค์กรจัดอันดับความน่าเชื่อถือต่างชาติเข้าใจถึงความจำเป็น เพราะปัจจุบันไม่ใช่ "ภาวะปกติ" ประเทศจึงจำเป็นต้องมี "ทุนใหม่" เพื่อสร้าง "โอกาสใหม่" หัวใจสำคัญคือความโปร่งใส

โดยรัฐบาลให้คำมั่นสัญญาว่าทุกบาททุกสตางค์ของเงินก้อนนี้จะถูกตรวจสอบได้ มีแผนการสร้างรายได้เพื่อส่งคืนคลังอย่างชัดเจน และเน้นย้ำถึงจุดยืนที่ว่า "เราจะไม่ปล่อยให้ประชาชนสู้โดยลำพัง" โดยจะใช้ความเชื่อมั่นที่ได้รับนี้มาเป็นแรงขับเคลื่อนในการดูแลประชาชนและวางรากฐานประเทศ เพื่อให้การเติบโตที่เกิดขึ้นเป็นความเติบโตที่เข้มแข็งและยั่งยืนสำหรับคนไทยทุกคน

วันนี้ประเทศไทยเปรียบเสมือนคนที่มี "เครดิตดี" ในสายตาโลก หน้าที่ของรัฐบาลคือการเปลี่ยน "เครดิตที่ดี" นี้ ให้กลายเป็น "ชีวิตที่ดี" ของพี่น้องประชาชนอย่างเป็นรูปธรรมที่สุด

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง