นายกรัฐมนตรี-รมว.กต. ส่งสารแสดงความยินดี 45 ปีการสถาปนาความสัมพันธ์การทูตไทย-จีน

นายกรัฐมนตรี-รมว.กต. ส่งสารแสดงความยินดี 45 ปีการสถาปนาความสัมพันธ์การทูตไทย-จีน
มติชน
30 มิถุนายน 2563 ( 15:38 )
29
1
นายกรัฐมนตรี-รมว.กต. ส่งสารแสดงความยินดี 45 ปีการสถาปนาความสัมพันธ์การทูตไทย-จีน

เนื่องในโอกาสครบ 45 ปีของการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทย-จีน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มีสารแสดงความยินดีถึงนายหลี่ เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีจีน ขณะที่นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ มีสารแสดงความยินดีถึงนายหวัง อี้ มนตรีแห่งรัฐและรัฐมนตรีต่างประเทศจีนเช่นกัน

 

สารแสดงความยินดีจากนายกรัฐมนตรี

ถึงนายหลี่ เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนจีน

ในโอกาสครบรอบ 45 ปี แห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต

ระหว่างราชอาณาจักรไทยกับสาธารณรัฐประชาชนจีน

วันที่ 1 กรกฎาคม 2563

* * * * *

ฯพณฯ

 

วันที่ 1 กรกฎาคม 2563 ราชอาณาจักรไทยกับสาธารณรัฐประชาชนจีนจะครบรอบ 45 ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกัน ในโอกาสพิเศษอันเป็นมงคลนี้ ในนามของรัฐบาลและประชาชนแห่งราชอาณาจักรไทย ข้าพเจ้าถือเป็นเกียรติที่จะส่งคำอวยพรอย่างจริงใจมาถึงท่าน และผ่านท่านไปยังรัฐบาลและประชาชนแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน นอกจากนี้ ข้าพเจ้าขอแสดงความขอบคุณอย่างจริงใจต่อประธานาธิบดีสี จิ้นผิงและท่านที่ได้ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างเราทั้งสองประเทศ

เมื่อมองย้อนกลับไปบนเส้นทางแห่งมิตรภาพและความร่วมมือระหว่างไทยกับจีน นับเป็นความพิเศษที่ทั้งสองประเทศได้แบ่งปันความทรงจำอันล้ำค่าและฝ่าฟันช่วงเวลาที่ยากลำบากร่วมกัน สิ่งนี้ได้ช่วยหล่อหลอมเป็นความผูกพันอันใกล้ชิดและลึกซึ้งระหว่างไทยกับจีนที่ไม่เพียงครอบคลุมความสัมพันธ์ระดับรัฐบาลกลาง แต่ยังได้ขยายไปสู่รัฐบาลระดับมณฑล ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และประชาชนของพวกเรา ความสัมพันธ์พิเศษนี้เหมาะสมอย่างยิ่งกับคำกล่าวในภาษาจีนที่ว่า “ไทยกับจีนใช่อื่นไกล เป็นพี่น้องกัน” (Zhong-Tai Yi Jia Qin)

ตลอดระยะเวลา 45 ปีที่ผ่านมา ไทยกับจีนได้ร่วมกันพัฒนาความสัมพันธ์ให้มีความก้าวหน้าอย่างเด่นชัด อันนำมาซึ่ง “การเป็นหุ้นส่วนความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์อย่างรอบด้าน” ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นฐานของ “นโยบายจีนเดียว” ความไว้เนื้อเชื่อใจกัน การเคารพซึ่งกันและกัน และผลประโยชน์ร่วมกัน รวมทั้งการมีวิสัยทัศน์ร่วมกันต่อสันติภาพ ความเจริญรุ่งเรือง และการพัฒนาอย่างยั่งยืน

ที่ผ่านมา ผู้นำและเจ้าหน้าที่ระดับสูงไทยและจีนต่างมีมิตรไมตรีต่อกันและติดต่อสื่อสารกันอย่างตรงไปตรงมา ซึ่งได้กระชับให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นผ่านการแลกเปลี่ยนการเยือน ในด้านเศรษฐกิจ นับตั้งแต่การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย – จีน ปริมาณการค้าทวิภาคีได้เพิ่มขึ้นถึง 3,000 เท่า ขณะที่การลงทุนสะสมระหว่างกันมีมูลค่ามากกว่า 12 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ปัจจุบัน จีนเป็นประเทศคู่ค้าที่ใหญ่ที่สุดของไทย ขณะที่นักท่องเที่ยวชาวจีนมีสัดส่วนมากที่สุดในจำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศที่มาเยือนไทย ทั้งสองประเทศต่างให้ความสำคัญกับการส่งเสริมความเชื่อมโยงระหว่างกันและภายในภูมิภาคผ่านโครงการความร่วมมือรถไฟไทย – จีน เพื่อส่งเสริมการดำเนินการตามข้อริเริ่มสายแถบและเส้นทาง (Belt and Road Initiative: BRI) และยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศไทย 4.0 ความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนก็มีพลวัตเช่นกัน โดยมีการแลกเปลี่ยนด้านการศึกษา กีฬา และวัฒนธรรมเพิ่มขึ้น ซึ่งมีส่วนช่วยเสริมสร้างความเข้าใจอันดีและมิตรภาพระหว่างสองประเทศ การเป็นหุ้นส่วนความร่วมมือที่แน่นแฟ้นระหว่างไทยกับจีนยังครอบคลุมความร่วมมือในกรอบอาเซียน – จีน กรอบความร่วมมือล้านช้าง – แม่โขง และกรอบ ACMECS รวมทั้งเวทีพหุภาคีอื่น ๆ ในการนี้ ไทยสนับสนุนบทบาทอันสร้างสรรค์และในเชิงรุกของจีน ซึ่งสอดคล้องกับพันธกิจหลักของประธานาธิบดีสี จิ้นผิงที่จะแสดงบทบาทของจีนในฐานะประเทศมหาอำนาจที่มีความรับผิดชอบในเวทีระหว่างประเทศ

ขณะที่เรากำลังก้าวสู่ความสัมพันธ์ในทศวรรษถัดไป ท่ามกลางความไม่แน่นอนของโลก ซึ่งรวมถึงสถานการณ์ COVID-19 ในปัจจุบัน มีความจำเป็นมากยิ่งขึ้นที่ไทยและจีนจะร่วมมือกันรับมือกับความท้าทายที่เราจะต้องเผชิญด้วยจิตวิญญาณแห่งมิตรภาพและความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ในการนี้ ข้าพเจ้าขอยืนยันความมุ่งมั่นอย่างแน่วแน่ของรัฐบาลไทยที่จะทำงานอย่างใกล้ชิดร่วมกับรัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีนเพื่อยกระดับและขยายขอบเขตของการเป็นหุ้นส่วนความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์อย่างรอบด้านต่อไป

 

ขอแสดงความนับถือ

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา

นายกรัฐมนตรี

 

สารแสดงความยินดีจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

ถึงนายหวัง อี้ มนตรีแห่งรัฐและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน

ในโอกาสครบรอบ 45 ปี แห่งการสถาปนาทางการทูตระหว่างราชอาณาจักรไทยกับสาธารณรัฐประชาชนจีน

วันที่ 1 กรกฎาคม 2563

 

* * * * *

ฯพณฯ

 

ในฤกษ์งามยามดีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างราชอาณาจักรไทยกับสาธารณรัฐประชาชนจีนครบรอบ 45 ปีในวันที่ 1 กรกฎาคม 2563 ข้าพเจ้ามีความยินดีที่จะส่งความยินดีอย่างจริงใจและความปรารถนาดีถึงท่าน และผ่านท่านไปยังรัฐบาลและประชาชนของสาธารณรัฐประชาชนจีน

ตลอด 45 ปีที่ผ่านมา กระทรวงการต่างประเทศของไทยและกระทรวงการต่างประเทศของจีนได้มีบทบาทสำคัญในการบ่มเพาะความสัมพันธ์ไทย – จีน จนพัฒนาไปสู่การเป็นหุ้นส่วนความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์อย่างรอบด้านที่มีความพิเศษและสดใส บนพื้นฐานของความไว้เนื้อเชื่อใจกัน การเคารพซึ่งกันและกัน และผลประโยชน์ร่วมกัน ข้าพเจ้าขอแสดงความขอบคุณอย่างจริงใจสำหรับมิตรภาพ ตลอดจนเวลาและพลังงานที่ท่านได้ทุ่มเทเพื่อทะนุบำรุงความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ

ในส่วนของข้าพเจ้า ข้าพเจ้ารู้สึกเป็นเกียรติที่ได้มีสารแสดงความยินดีมาในโอกาสนี้และได้เห็นถึงความสัมพันธ์ไทย – จีนที่เฟื่องฟูในทุกระดับและทุกมิติ ในฐานะผู้ที่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับแต่ละช่วงเวลาของความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างเราทั้งสองประเทศในระหว่างการดำรงตำแหน่งต่าง ๆ ซึ่งรวมถึงเอกอัครราชทูตไทยประจำสาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างปี 2543-2547 และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศในปัจจุบัน

ความสัมพันธ์ที่แข็งเกร่งและความร่วมมือที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่องระหว่างไทยกับจีนเกิดจากความปรารถนาของทั้งสองประเทศที่จะร่วมมือกันในสาขาที่เป็นความสนใจร่วมกันและเป็นผลประโยชน์ร่วมของทั้งสองฝ่าย ทั้งไทยและจีนต่างก็ได้รับประโยชน์จากความร่วมมือที่เข้มแข็งตลอดมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านเศรษฐกิจ ซึ่งมีส่วนสำคัญต่อการพัฒนาประเทศและการส่งเสริมความอยู่ดีกินดีของประชาชนของทั้งสองประเทศ ปัจจุบัน จีนเป็นประเทศคู่ค้าที่ใหญ่ที่สุดของไทย โดยปริมาณการค้าทวิภาคีเพิ่มขึ้นมากกว่า 12 เท่าจากปี 2543 ขณะที่นักท่องเที่ยวชาวจีนมีสัดส่วนสูงสุดหากเทียบกับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเยือนไทย ขณะเดียวกัน ความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนก็เติบโตอย่างต่อเนื่องผ่านความร่วมมือที่แข็งขันในด้านการศึกษา วัฒนธรรม และกรอบความสัมพันธ์เมืองพี่เมืองน้องที่เพิ่มขึ้นกว่า 40 คู่ ซึ่งช่วยให้ไทยและจีนสามารถบ่มเพาะความเข้าใจซึ่งกันและกัน เสริมสร้างสายสัมพันธ์แห่งมิตรภาพ และกระชับความร่วมมือทวิภาคีในด้านต่าง ๆ ที่เป็นผลประโยชน์ร่วมกัน ให้แนบแน่นยิ่งขึ้นต่อไป

พัฒนาการของความสัมพันธ์ไทยกับจีนเหล่านี้จะไม่สามารถเกิดขึ้นได้หากปราศจากรากฐานที่มั่นคงที่รัฐบาลของเราทั้งสองได้ร่วมกันวางไว้จากการแลกเปลี่ยนการเยือนอย่างสม่ำเสมอของผู้นำและเจ้าหน้าที่ระดับสูง ตลอดจนการปรึกษาหารืออย่างใกล้ชิดผ่านการหารือเชิงยุทธศาสตร์และการประชุมคณะทำงานร่วมระหว่างไทยกับรัฐบาลระดับมณฑลต่าง ๆ ของจีน ข้าพเจ้ายินดีเป็นอย่างยิ่งกับการเยือนไทยอย่างเป็นทางการของนายหลี่ เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2562 ซึ่งถือเป็นอีกก้าวสำคัญที่ช่วยตอกย้ำความเป็นหุ้นส่วนและความมุ่งมั่นในการส่งเสริมความร่วมมือต่อไปเพื่อการพัฒนาของประเทศและประชาชนของเรา รวมทั้งช่วยขับเคลื่อนเป้าหมายที่มีร่วมกันในการสร้างความกลมเกลียวและความเจริญรุ่งเรืองของภูมิภาค

ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับจีนได้ผ่านการทดสอบจากกาลเวลาและความท้าทายต่าง ๆ ความเอื้ออาทรที่หลั่งไหลมาจากรัฐบาล ภาคธุรกิจ และประชาชนของทั้งสองประเทศในการช่วยเหลือซึ่งกันและกันเพื่อเอาชนะสถานการณ์ COVID-19 ได้ช่วยทำให้สายสัมพันธ์และความผูกพันระหว่างทั้งสองประเทศลึกซึ้งยิ่งขึ้น

การระลึกถึงการครบรอบ 45 ปีความสัมพันธ์จีน – ไทยเป็นช่วงเวลาที่จะได้เฉลิมฉลองความสำเร็จที่ผ่านมาและร่วมกันแสวงหาหนทางที่จะเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับการเป็นหุ้นส่วนระหว่างกันเพื่ออนาคตที่สดใสยิ่งขึ้น

ในการนี้ ไทยมุ่งหวังที่จะทำงานอย่างใกล้ชิดกับจีนเพื่อเสริมสร้างการเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ที่มีความสำคัญและก้าวหน้า พร้อมกับสนับสนุนบทบาทที่สร้างสรรค์ของจีนในกรอบอนุภูมิภาคและภูมิภาค โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาเซียน – จีน ความร่วมมือแม่โขง – ล้านช้าง (MLC) และยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจอิรวดี – เจ้าพระยา – แม่โขง (ACMECS) ตลอดจนความมุ่งมั่นของจีนในการเป็นมหาอำนาจที่มีความรับผิดชอบของโลก

 

ขอแสดงความนับถือ

นายดอน ปรมัตถ์วินัย

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง