รีเซต

ฟ้าใสแต่โลกร้อน! เมื่อจีนลดมลพิษสำเร็จ แต่กลับเร่งอุณหภูมิโลกโดยไม่ตั้งใจ

ฟ้าใสแต่โลกร้อน! เมื่อจีนลดมลพิษสำเร็จ  แต่กลับเร่งอุณหภูมิโลกโดยไม่ตั้งใจ
TNN ช่อง16
11 กุมภาพันธ์ 2569 ( 09:30 )

ในศตวรรษที่ 21 จีนถูกมองว่าเป็นทั้งผู้ปล่อยก๊าซเรือนกระจกรายใหญ่ที่สุดของโลก และเป็นประเทศที่ดำเนินนโยบายสิ่งแวดล้อมเชิงรุกอย่างเข้มข้นที่สุดประเทศหนึ่งเช่นกัน ความพยายามครั้งใหญ่ของจีนในการแก้ปัญหามลพิษทางอากาศ ทำให้ท้องฟ้าที่เคยถูกปกคลุมด้วยหมอกควันเริ่มกลับมาใสสะอาด ส่งผลดีต่อสุขภาพประชาชนอย่างมหาศาล อย่างไรก็ตาม งานวิจัยล่าสุดกลับเผยให้เห็นความจริงที่ซับซ้อนว่า ความสำเร็จด้านคุณภาพอากาศนี้ อาจกำลังเผยให้เห็นปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่รุนแรงขึ้นโดยไม่ตั้งใจ

หลังปี 2013 จีนได้เริ่มดำเนินมาตรการควบคุมมลพิษทางอากาศอย่างจริงจัง โรงไฟฟ้าถ่านหินจำนวนมากถูกติดตั้งระบบควบคุมการปล่อยมลพิษ อุตสาหกรรมถูกบังคับใช้มาตรฐานสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้น และมีการปรับโครงสร้างพลังงานเพื่อลดการปล่อยก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ผลลัพธ์ที่เห็นได้ชัดคือ ปริมาณฝุ่นละอองและก๊าซมลพิษลดลงอย่างมาก คุณภาพชีวิตของผู้คนดีขึ้น และเมืองใหญ่เริ่มกลับมามองเห็นท้องฟ้าสีฟ้าอีกครั้ง ความสำเร็จนี้ถือเป็นหนึ่งในชัยชนะด้านสาธารณสุขที่สำคัญที่สุดของโลกยุคใหม่

แต่ในขณะเดียวกัน ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ที่ถูกลดลงนั้น เคยมีบทบาทสำคัญอย่างคาดไม่ถึงในระบบภูมิอากาศของโลก เมื่อก๊าซชนิดนี้ลอยขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ มันจะกลายเป็น “ละอองลอยซัลเฟต” ซึ่งทำหน้าที่สะท้อนแสงอาทิตย์กลับสู่อวกาศ เปรียบเสมือนม่านบาง ๆ ที่ช่วยลดความร้อนของโลก นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าละอองลอยเหล่านี้เคยช่วยชะลอภาวะโลกร้อนได้ประมาณหนึ่งในสาม ดังนั้นเมื่อการปล่อยก๊าซลดลง ม่านสะท้อนแสงนี้จึงบางลง และความร้อนจากดวงอาทิตย์ก็เข้าสู่โลกมากขึ้น 

แบบจำลองสภาพภูมิอากาศพบว่า การลดการปล่อยซัลเฟอร์ไดออกไซด์ของจีน อาจทำให้อุณหภูมิโลกเพิ่มขึ้นราว 0.06–0.07 องศาเซลเซียสในช่วงปี 2007–2025 ตัวเลขนี้อาจดูเล็กน้อย แต่ในโลกของภูมิอากาศ เศษเสี้ยวองศามีความหมายอย่างยิ่ง เพราะสามารถเพิ่มความรุนแรงของคลื่นความร้อน พายุ น้ำท่วม และระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นได้ นอกจากนี้ ความเข้มข้นของละอองซัลเฟตเหนือมหาสมุทรแปซิฟิกลดลงอย่างเห็นได้ชัด ส่งผลให้สมดุลพลังงานของโลกเปลี่ยนไป

ปรากฏการณ์นี้สะท้อนให้เห็นความจริงสำคัญว่า ระบบภูมิอากาศของโลกมีความซับซ้อนและเชื่อมโยงกันอย่างลึกซึ้ง การแก้ปัญหาหนึ่งอาจส่งผลต่ออีกปัญหาหนึ่งโดยไม่ตั้งใจ แม้ว่าการลดมลพิษทางอากาศจะเป็นสิ่งจำเป็นและถูกต้อง แต่ก็ย้ำเตือนว่า การแก้ไขปัญหาสภาพภูมิอากาศต้องอาศัยแนวทางที่ครอบคลุมและรอบด้านยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการลดก๊าซเรือนกระจกซึ่งเป็นสาเหตุหลักของภาวะโลกร้อน

ท้ายที่สุด เรื่องราวนี้ไม่ได้หมายความว่าการลดมลพิษเป็นสิ่งผิด แต่กลับเป็นบทเรียนสำคัญของโลกว่า การดูแลสิ่งแวดล้อมไม่ใช่เพียงการแก้ปัญหาเฉพาะจุด หากแต่ต้องมองทั้งระบบอย่างเชื่อมโยงและระยะยาว เพราะแม้ท้องฟ้าจะใสขึ้นในวันนี้ แต่ความท้าทายของโลกที่ร้อนขึ้นยังคงต้องการความร่วมมือจากทุกประเทศต่อไป

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง