นายกฯ ลาว เร่งเครื่อง "แบตเตอรี่แห่งเอเชีย" ลั่นฉายานี้ไม่ได้คิดเอง!

นายกฯ "ลาว" ย้ำเป้าหมายเปลี่ยนประเทศจากรัฐไร้ทางออกสู่ทะเล สู่ศูนย์กลางคมนาคมและพลังงานสะอาดของภูมิภาค แม้ต้องรับแรงกดดันจากราคาพลังงานที่พุ่งสูงจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
รัฐบาลลาวยังคงเดินหน้าตามยุทธศาสตร์ระยะยาวในการเปลี่ยนประเทศจากรัฐที่ไม่มีทางออกสู่ทะเล ให้กลายเป็นศูนย์กลางการคมนาคม โลจิสติกส์ และพลังงานของภูมิภาคเอเชีย
นายสอนไซ สีพันดอน นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว กล่าวระหว่างการประชุม Future of Asia ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ว่า ลาวยังคงมุ่งมั่นผลักดันแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ เพื่อเชื่อมโยงเศรษฐกิจของประเทศเข้ากับเครือข่ายการค้าและการขนส่งระดับภูมิภาค
อย่างไรก็ตาม ลาวกำลังเผชิญความท้าทายสำคัญจากต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้น หลังความตึงเครียดในตะวันออกกลางส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น โดยลาวยังต้องพึ่งพาการนำเข้าเชื้อเพลิงฟอสซิลทั้งหมด ส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการขนส่ง เงินเฟ้อ และค่าครองชีพของประชาชน
นายกรัฐมนตรีลาวระบุว่า รัฐบาลได้จัดตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจและออกมาตรการต่าง ๆ เพื่อบรรเทาผลกระทบด้านค่าครองชีพ พร้อมควบคุมแรงกดดันด้านราคาไม่ให้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจภายในประเทศมากเกินไป
แม้เผชิญความท้าทายดังกล่าว แต่ลาวยังคงเดินหน้าลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะโครงการรถไฟลาว-จีน ซึ่งเปิดให้บริการตั้งแต่ปี 2564 และกลายเป็นเส้นทางหลักในการขนส่งสินค้าและผู้โดยสารระหว่างนครหลวงเวียงจันทน์กับนครคุนหมิงของจีน
รัฐบาลลาวมองว่าโครงการรถไฟสายนี้เป็นหัวใจสำคัญของยุทธศาสตร์การเปลี่ยนประเทศจาก “Landlocked Country” หรือประเทศไร้ทางออกสู่ทะเล ไปสู่ “Land-linked Country” หรือประเทศศูนย์กลางการเชื่อมโยงการขนส่งของภูมิภาค
นอกจากนี้ ลาวยังเร่งพัฒนาโครงการเชื่อมโยงโครงข่ายคมนาคมกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะโครงการทางด่วนเวียงจันทน์-ฮานอย และโครงการรถไฟลาว-เวียดนาม ซึ่งอยู่ระหว่างการพัฒนาและก่อสร้างร่วมกัน
โครงการเหล่านี้มีเป้าหมายเชื่อมโยงระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก เพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งสินค้าไปยังท่าเรือน้ำลึกในเวียดนาม และช่วยลดต้นทุนโลจิสติกส์ของทั้งภูมิภาค
นายสอนไซยังเน้นย้ำถึงบทบาทของลาวในฐานะแหล่งผลิตพลังงานสะอาดของเอเชีย โดยระบุว่าประเทศมีศักยภาพสูงด้านพลังงานหมุนเวียน โดยเฉพาะพลังงานน้ำจากแม่น้ำและลำน้ำจำนวนมากทั่วประเทศ
เขากล่าวว่า ฉายา “แบตเตอรี่แห่งเอเชีย” ไม่ได้เกิดจากการตั้งชื่อของรัฐบาลลาวเอง แต่เป็นคำที่นักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญต่างประเทศใช้เรียกประเทศลาว เนื่องจากศักยภาพในการผลิตและส่งออกไฟฟ้าพลังงานสะอาดไปยังประเทศเพื่อนบ้าน
ปัจจุบัน ลาวกำลังขยายความร่วมมือด้านพลังงานผ่านโครงการเชื่อมโยงโครงข่ายไฟฟ้าระดับภูมิภาค ภายใต้แนวคิด ASEAN Power Grid หรือโครงข่ายไฟฟ้าอาเซียน เพื่อเพิ่มความมั่นคงทางพลังงานและรองรับการซื้อขายไฟฟ้าข้ามพรมแดนในอนาคต
ล่าสุด ลาวยังได้เชื่อมโยงโครงข่ายไฟฟ้ากับจีนเพิ่มเติม แม้ว่าจีนจะมีต้นทุนค่าไฟฟ้าที่ต่ำกว่าลาวก็ตาม สะท้อนถึงเป้าหมายการสร้างเครือข่ายพลังงานระดับภูมิภาคที่มีความเชื่อมโยงมากขึ้น
ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ รัฐบาลลาวเชื่อว่าการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน การเชื่อมโยงระบบขนส่ง และการพัฒนาพลังงานสะอาด จะเป็นเครื่องยนต์สำคัญที่ช่วยผลักดันการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว และยกระดับบทบาทของลาวบนแผนที่เศรษฐกิจเอเชียในอนาคต
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
