รับเหมาดีดโครงการเพียบ CK แบ็กล็อกสูงมาร์จิ้นสวย

#CK #ทันหุ้น – รับเหมามาแรง กูรูมองปีนี้แข่งขันลดหลังผู้รับเหมาบางรายขาดคุณสมบัติ ท่ามกลางโครงการภาครัฐใหญ่เพียบ ช่วยดันมาร์จิ้นยืนสูง 6-7% ได้ต่อเนื่อง ส่อง CK แบ็กล็อกมาร์จิ้นสูง 1.7 แสนล้านบาท เตรียมรับงานประมูลครึ่งปีหลัง เตรียมแจ้งกำไร 26 กุมภาพันธ์นี้ โบรกวางเป้า 23 – 23.40 บาท
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวถึง การปรับตัวเพิ่มขึ้นของกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง เนื่องจากสถานการณ์ในปี 2569 มีปัจจัยหนุนจากบรรยากาศการแข่งขันที่ลดความร้อนแรงลง หลังผู้รับเหมาบางรายขาดคุณสมบัติ (Disqualify) ที่จะเข้าประมูลโครงการขนาดใหญ่ภาครัฐ
เป็นปัจจัยหนุนกลุ่มรับเหมาที่จะมีศักยภาพการรักษาอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ในระดับสูงต่อเนื่องปี 2569 – 2570 สอดคล้องกับงานในมือของบริษัทรับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ โดยเฉพาะ บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) หรือ CK ที่ยังคงดำเนินการต่อเนื่องหลายรายการ อาทิ โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง, โครงการรถไฟทางคู่ รวมถึงโครงการภาคเอกชนต่างๆ
ขณะเดียวกัน การประมูลโครงการภาครัฐบาลที่จะทยอยเปิดประมูลออกมาช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ก็จะสะท้อนบรรยากาศการแข่งขันที่ลดลงอย่างชัดเจน เบื้องต้นคาดว่าจะสามารถรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้ทรงตัวเหนือ 6 – 7% ได้อย่างแข็งแกร่ง
“ปี 2569 ต่อเนื่อง 2570 ผู้รับเหมารายใหญ่ในอุตสาหกรรมทั้ง CK และ STECON ต่างยังคงทำงานที่มีในมือ ซึ่งเป็นงานที่ GPM สูงอยู่แล้ว และด้วยบรรยากาศการประมูลที่ผ่อนคลายลงตั้งแต่ช่วงครี่งหลังของปี 2569 เป็นต้นไป ที่คาดว่าจะเริ่มเข้าสู่การดำเนินงานเต็มที่ในปี 2571 เป็นต้นไปจะรักษา GPM ที่สูงกว่า 6-7% ได้อย่างแข็งแกร่ง”
@กำไรโตแกร่ง
สำหรับ CK มีกำหนดประกาศผลประกอบการไตรมาส 4/2568 วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 โดยคาดว่าจะมีกำไรสุทธิราว 730 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 95% จากปีก่อนหน้า (YoY) แต่มีแนวโน้มปรับลดลง เมื่อเทียบกับไตรมาส 3/2568 (QoQ) เนื่องจากไม่มีเงินปันผลรับจากบริษัท TTW และส่วนแบ่งกำไรจากโครงการหลวงพระบาง (LPB) ลดลง พร้อมประมาณการกำไรทั้งปี 2568 ไว้ที่ 2.1 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 88% YoY ณ สิ้นปี 2568 CK มีงานในมือมูลค่าประมาณ 169,000 ล้านบาท คาดว่ามูลค่างานใหม่ในปี 2569 จะยังอยู่ในระดับสูง
อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิปี 2569 มีแนวโน้มใกลัเคียงกับกำไรปกติที่ราว 1,963 ล้านบาท กดดันจากรายได้โครงการ CKP และ BEM ที่อาจอ่อนตัวลง นอกจากนี้ ยังต้องติดตามโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐที่จะเปิดประมูลในปีนี้ ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเติบโตของงานในมือและรายได้ในระยะถัดไป
คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมายสิ้นปี 2569 ที่ 23.40 บาท อิงค่า PER 20 เท่า แม้ว่าจะมีความกังวลต่อทิศทางกำไรระยะสั้นจากผลประกอบการไตรมาส 4/2565 ที่อาจชะลอตัว แต่เชื่อว่าประเด็นดังกล่าวได้รับการสะท้อนในราคาหุ้นแล้ว
@จับตาแจ้งกำไร
บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) คาดกำไรสุทธิงวดไตรมาส 4/2568 ของ CK ที่ 248 ล้านบาท ลดลง 86% เมื่อเทียบกับงวดไตรมาส 3/2568 (QoQ) กดดันจากส่วนแบ่งกำไรจาก CKP ที่ลดลงตามฤดูกาล แต่พลิกจากที่ขาดทุน 171 ล้านบาทเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน (YoY) ได้รับผลดีจากการไม่ต้องรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจากบริษัทหลวงพระบางพาวเวอร์ และรายได้ที่เพิ่มขึ้น พร้อมคาดกำไรขั้นต้นคาดที่ 7% ทรงตัว YoY แต่ลดลงจาก 7.9% ในงวดไตรมาส 3/2568 คาดว่าเกิดจากโครงการที่มีกำไรขั้นต้นต้นสูงมีสัดส่วนลดลง และค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น 8%YoY, และเพิ่มขึ้น 10%QoQ มาอยู่ที่ 642 ล้านบาท ทั้งนี้หากกำไรสุทธิออกมาตามคาดจะทำให้กำไรทั้งปี 2568 อยู่ที่ 3,132 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17% สูงกว่าประมาณการเดิมที่ทำไว้ 3,075 ล้านบาท ส่วนกำไรปกติจะอยู่ที่ 2,318 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 60%
ณ สิ้นปี 2568 CK มี Backlog ในมือราว 170,000 ล้านบาท เนื่องจาก CK ไม่มีการประมูลงานใหม่เข้ามาเติมในช่วงปลายปี 2568 แต่ด้วย Backlog ที่ยังอยู่ในระดับสูงเพียงพอรองรับรายได้ช่วงครึ่งแรกของปี 2569 (1H/69) เบื้องต้นคาดว่าหลังการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ในปี 2569 จะมีการเปิดประมูลโครงการขนาดใหญ่ออกมา รวมถึงมีความคืบหน้าโครงการ Double Deck อีกโครงการ
อย่างไรก็ตามในปี 2569 จะไม่มีการรับรู้ส่วนแบ่งจากโครงการหลวงพระบางเข้ามา จึงพิจารณาปรับลดรายได้ลงจากเดิมเล็กน้อยมาอยู่ที่ 45,036 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2%YoY และประเมินกำไรสุทธิได้ใหม่ที่ 2,144 ล้านบาท ลดลง 8%YoY คงคำแนะนำ "ซื้อ" มูลค่าเหมาะสบที่ 23 บาท
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
