รีเซต

รับเหมาดีดโครงการเพียบ CK แบ็กล็อกสูงมาร์จิ้นสวย

รับเหมาดีดโครงการเพียบ CK แบ็กล็อกสูงมาร์จิ้นสวย
ทันหุ้น
25 กุมภาพันธ์ 2569 ( 02:40 )

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวถึง การปรับตัวเพิ่มขึ้นของกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง เนื่องจากสถานการณ์ในปี 2569 มีปัจจัยหนุนจากบรรยากาศการแข่งขันที่ลดความร้อนแรงลง หลังผู้รับเหมาบางรายขาดคุณสมบัติ (Disqualify) ที่จะเข้าประมูลโครงการขนาดใหญ่ภาครัฐ

เป็นปัจจัยหนุนกลุ่มรับเหมาที่จะมีศักยภาพการรักษาอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ในระดับสูงต่อเนื่องปี 2569 – 2570 สอดคล้องกับงานในมือของบริษัทรับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ โดยเฉพาะ บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) หรือ CK  ที่ยังคงดำเนินการต่อเนื่องหลายรายการ อาทิ โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง, โครงการรถไฟทางคู่  รวมถึงโครงการภาคเอกชนต่างๆ 

ขณะเดียวกัน การประมูลโครงการภาครัฐบาลที่จะทยอยเปิดประมูลออกมาช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ก็จะสะท้อนบรรยากาศการแข่งขันที่ลดลงอย่างชัดเจน เบื้องต้นคาดว่าจะสามารถรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้ทรงตัวเหนือ 6 – 7% ได้อย่างแข็งแกร่ง

@กำไรโตแกร่ง

สำหรับ CK  มีกำหนดประกาศผลประกอบการไตรมาส 4/2568  วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 โดยคาดว่าจะมีกำไรสุทธิราว 730 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 95% จากปีก่อนหน้า (YoY) แต่มีแนวโน้มปรับลดลง เมื่อเทียบกับไตรมาส 3/2568 (QoQ) เนื่องจากไม่มีเงินปันผลรับจากบริษัท TTW และส่วนแบ่งกำไรจากโครงการหลวงพระบาง (LPB) ลดลง พร้อมประมาณการกำไรทั้งปี 2568  ไว้ที่ 2.1 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 88% YoY ณ สิ้นปี 2568 CK มีงานในมือมูลค่าประมาณ 169,000 ล้านบาท  คาดว่ามูลค่างานใหม่ในปี 2569 จะยังอยู่ในระดับสูง

อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิปี 2569 มีแนวโน้มใกลัเคียงกับกำไรปกติที่ราว 1,963 ล้านบาท กดดันจากรายได้โครงการ CKP และ BEM ที่อาจอ่อนตัวลง นอกจากนี้ ยังต้องติดตามโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐที่จะเปิดประมูลในปีนี้ ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเติบโตของงานในมือและรายได้ในระยะถัดไป

คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมายสิ้นปี 2569 ที่ 23.40 บาท  อิงค่า PER 20 เท่า แม้ว่าจะมีความกังวลต่อทิศทางกำไรระยะสั้นจากผลประกอบการไตรมาส 4/2565 ที่อาจชะลอตัว แต่เชื่อว่าประเด็นดังกล่าวได้รับการสะท้อนในราคาหุ้นแล้ว

@จับตาแจ้งกำไร

บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) คาดกำไรสุทธิงวดไตรมาส 4/2568 ของ CK ที่ 248 ล้านบาท ลดลง 86% เมื่อเทียบกับงวดไตรมาส 3/2568 (QoQ) กดดันจากส่วนแบ่งกำไรจาก CKP ที่ลดลงตามฤดูกาล  แต่พลิกจากที่ขาดทุน 171 ล้านบาทเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน (YoY) ได้รับผลดีจากการไม่ต้องรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจากบริษัทหลวงพระบางพาวเวอร์ และรายได้ที่เพิ่มขึ้น พร้อมคาดกำไรขั้นต้นคาดที่ 7% ทรงตัว YoY แต่ลดลงจาก 7.9% ในงวดไตรมาส 3/2568 คาดว่าเกิดจากโครงการที่มีกำไรขั้นต้นต้นสูงมีสัดส่วนลดลง และค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น 8%YoY, และเพิ่มขึ้น 10%QoQ มาอยู่ที่  642 ล้านบาท  ทั้งนี้หากกำไรสุทธิออกมาตามคาดจะทำให้กำไรทั้งปี 2568 อยู่ที่ 3,132 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17% สูงกว่าประมาณการเดิมที่ทำไว้ 3,075 ล้านบาท ส่วนกำไรปกติจะอยู่ที่ 2,318 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 60%

ณ สิ้นปี 2568 CK มี Backlog  ในมือราว 170,000 ล้านบาท เนื่องจาก CK ไม่มีการประมูลงานใหม่เข้ามาเติมในช่วงปลายปี 2568 แต่ด้วย Backlog ที่ยังอยู่ในระดับสูงเพียงพอรองรับรายได้ช่วงครึ่งแรกของปี 2569 (1H/69) เบื้องต้นคาดว่าหลังการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ในปี 2569 จะมีการเปิดประมูลโครงการขนาดใหญ่ออกมา รวมถึงมีความคืบหน้าโครงการ Double Deck อีกโครงการ

อย่างไรก็ตามในปี 2569 จะไม่มีการรับรู้ส่วนแบ่งจากโครงการหลวงพระบางเข้ามา จึงพิจารณาปรับลดรายได้ลงจากเดิมเล็กน้อยมาอยู่ที่ 45,036 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2%YoY และประเมินกำไรสุทธิได้ใหม่ที่ 2,144 ล้านบาท ลดลง 8%YoY คงคำแนะนำ "ซื้อ" มูลค่าเหมาะสบที่ 23 บาท

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง