รีเซต

คนไทย 4 ล้านคน แบกภาษีทั้งประเทศจริงไหม ? หรือจริงๆ มีปัญหาอะไรอยู่ในระบบการเก็บภาษี

คนไทย 4 ล้านคน แบกภาษีทั้งประเทศจริงไหม ? หรือจริงๆ มีปัญหาอะไรอยู่ในระบบการเก็บภาษี
TNN ช่อง16
24 เมษายน 2569 ( 15:29 )
12

คนไทยมีมากกว่า 60 ล้านคน แต่ทำไมถึงมีการพูดว่า คนเสียภาษีเป็นเดอะแบก มีแค่ 4 ล้านคนเท่านั้น ? ทำไมถึงมีการพูดเช่นนี้ และจริงๆ แล้วคนเสียภาษีในไทย มีแค่ 4 ล้านจริงๆ หรือไม่ ? 

ประเด็นนี้เกิดขึ้นหลังมีกระแสการขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ VAT จาก 7% ขึ้นเป็น 10% ซึ่งแม้สุดท้าย รัฐบาลจะออกมาประกาศ คงอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มที่ 7% ต่อไปอีก 1 ปี ถึงวันที่ 30 กันยายน 2570 แต่ก็มีการถกเถียงในโซเชียลทั้งที่มองว่า ประเทศไทยคงภาษีมูลค่าเพิ่มที่ 7% มานานเกินไปแล้ว ทำให้ประเทศเก็บภาษีได้เป็นสัดส่วนต่อ GDP ได้น้อย เมื่อเทียบกับประเทศพัฒนาแล้ว

ไปถึงการนำตัวเลขมาเปิดว่า ภาษีที่รัฐเก็บไปส่วนใหญ่ มาจากการจ่ายของประชากรเพียง 4 ล้านคน ที่เป็นเดอะแบกของประเทศ ตัวเลข 4 ล้านคนนี้มาจากไหนกัน ? 

ตัวเลขนี้มาจากข้อมูลในระบบฐานภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของไทย ในช่วง 10 ปี ตั้งแต่ปี 2557 - 2566 ที่พบว่า จากแรงงานกว่า 40 ล้านคน  มีจำนวนผู้ยื่นแบบแสดงรายการภาษี (ภ.ง.ด. 90/91) เพียงแค่ เฉลี่ยเพียงแค่ 11 ล้านคน และในจำนวนนี้ มีผู้ต้องเสียภาษีเพียงแค่ประมาณ 4 ล้านคนเท่านั้น โดยข้อมูลล่าสุดในปี 2566 มีผู้ที่ต้องเสียภาษีจริงเพียง 4.73 ล้านคน หรือคิดเป็นเพียง 11.67% ของกำลังแรงงานทั้งหมดเท่านั้น

ทำให้ภาระภาษีกระจุกตัว ผู้มีเงินได้สุทธิเกิน 1 ล้านบาท/ปี (เพียง 8.44%) จ่ายภาษีรวมกัน 72.8% ของมูลค่าภาษีที่ผู้เสียภาษีจ่ายทั้งหมด สะท้อนถึงความเหลื่อมล้ำทางรายได้ที่สูง

จากข้อมูลนี้เองทำให้เกิดการมองว่า คน 4 ล้านคนคือเดอะแบกที่จ่ายภาษี แต่ถึงอย่างนั้น ก็มีฝั่งที่มองว่าไม่เป็นความจริง เพราะทุกคนต้องจ่ายภาษีในส่วนอื่นๆ และภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเป็นเพียงแค่หนึ่งในภาษีที่รัฐเรียกเก็บเท่านั้น แต่ยังมีภาษีนิติบุคคล ภาษีสรรพากรอื่นๆ ซึ่งร่วมถึงภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีสรรพสามิตร ไปถึงภาษีศุลกากร

โดยจากข้อมูลปี 2568 ที่รัฐเก็บภาษีสรรพากรทั้งหมด 2,334,946 ล้านบาท หากมาดูสัดส่วนก็จะเห็นว่า ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ที่ประชาชน 4 ล้านจ่ายนั้น เป็นสัดส่วนที่ 18.5% ภาษีนิติบุคคลคิดเป็น 34.1% และภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ VAT ที่อยู่ในสินค้า และบริการที่ประชาชนส่วนใหญ่จ่ายนั้น คือ 42.5% 

จุดนี้เอง ทำให้มีการมองว่า คน 4 ล้านคนไม่ใช่แค่กลุ่มเดียวที่เสียภาษีให้ประเทศ เพราะภาษีก้อนใหญ่ ในภาษีสรรพากร คือ VAT ที่ทุกคนร่วมกันจ่ายต่างหาก เรียกได้ว่าต่างก็เป็นการถกเถียงกันด้วยข้อมูลคนละมุม 


TNN Online ได้พูดคุย ผศ.ดร.ยุทธนา ศรีสวัสดิ์ CEO ผู้ก่อตั้ง iTAX และรองคณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม ถึงมุมมองของภาษีนี้ ซึ่ง อ.ยุทธนาเองก็มองว่า การจะเรียกว่าคน 4 ล้านคนเป็นเดอะแบกนั้่น ในมุมของผู้เสียภาษีก็ถือว่าเป็นเรื่องจริง 

“เพราะว่าถ้าพูดถึงตัวภาระของกลุ่มคน 4 ล้าน เขาต้องจ่ายทั้งภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และทั้งภาษีมูลค่าเพิ่ม ก็ค่อนข้างเยอะพอสมควร ทั้งชนชั้นกลางโดยมากที่ได้รายได้จากงานประจำ ก็มักเสียภาษีเต็มจำนวน เมื่อเทียบกับนักลงทุน ที่มีรายได้สูงจากการลงทุน กลุ่มนี้ก็จะมีทรัพย์สินที่ทำให้จัดการภาษี และกระบวนการวางแผนภาษีกว่ากลุ่มชนชั้นกลางด้วย”

ถึงแม้คน 4 ล้าน จะเป็นกลุ่มใหญ่ที่เสียภาษี แต่ก็มีงานวิจัยที่เปิดเผยว่า ผลการจัดเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดามาเปรียบเทียบกับ GDP พบว่า มีสัดส่วนค่อนข้างต่ำมีการจัดเก็บภาษีไม่สอดคล้องกับเศรษฐกิจ มีฐานภาษีแคบ ซึ่ง CEO ของ iTax เองก็บอกกับเราว่า ปัญหาอาจจะไม่ใช่แค่นั้น หรือการถกเถียงกันว่าคนเพียง 4 ล้านแบกหรือไม่ แต่คือคนนอกระบบ ที่หาทางหลีกเลี่ยงการจ่ายภาษีอยู่ ซึ่งเชื่อว่าเป็นกลุ่มใหญ่ 

“ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาควรจะมีคนต้องจ่ายมากกว่านี้ มีการพูดว่าครึ่งหนึ่งของ GDP ไทยเป็นเศรษฐกิจนอกระบบด้วยซ้ำ และเราไม่เคยตามเก็บได้ ผมคิดว่ากลุ่มนี้มีเยอะพอสมควร ซึ่งเรียกว่า Tax Gap เป็นช่องว่างที่เราควรจะเก็บได้แต่เราไม่ได้เก็บ ผมคิดว่าเราก็ต้องตั้งคำถามว่า Tax gap ของเรามีอยู่เท่าไหร่ คนที่ควรจะอยู่ในระบบภาษีมีอยู่เท่าไหร่ ถ้าเก็บได้หมด รายได้ภาษีจะเพิ่มเป็นเท่าไหร่ ซึ่งพวกอยู่นอกระบบภาษีน่าจะมีเยอะ และเป็นการเอาเปรียบคนที่อยู่ในระบบ ที่เสียภาษีถูกต้องทุกบาททุกสตางค์”

สุดท้าย ดร.ยุทธนาชวนมองในมุมที่ว่า ประเทศที่พึ่งภาษีบริโภค หรือ VAT สูงอาจเป็นเพราะเก็บภาษีเงินได้ไม่ได้จริง คนหลบเลี่ยงง่าย เลยวนอยู่กับภาษีบริโภคต่อไป ซึ่งปัญหาคือภาษีบริโภคมันกระทบคนจนหนักกว่า เพราะของที่ซื้อล้วนเป็น essential หมด โดน VAT 7% เต็มๆ ในขณะที่รายได้มีแค่นั้น แต่คนรวยจ่าย VAT เท่ากัน ทั้งมีการมองด้วยว่าถ้าจะขึ้น VAT ต้องทำตอนเศรษฐกิจดี เพราะถ้าขึ้นตอนเศรษฐกิจแย่มันทำให้เงินเฟ้อแบบ cost-push ชีวิตคนยิ่งยากขึ้น

ซึ่งก็วนกลับมาที่ปัญหาการดึงคนนอกระบบให้กลับเข้ามา ด้วย tax morale ความเต็มใจจ่ายภาษี ซึ่งขึ้นอยู่กับว่ารัฐสร้างความน่าเชื่อถือได้ไหม ถ้าคนรู้สึกว่าภาษีนำไปสู่ความกินดีอยู่ดีจริง คนที่ไม่เข้าระบบก็จะโดนสังคมมองว่าเห็นแก่ตัว แต่ตอนนี้บ้านเราวิธีคิดมันเป็นแบบ "บังคับจัดเก็บ" ไม่ใช่ "สร้างความไว้วางใจ" พอคิดแบบนี้ปั๊บ ถ้ารัฐตรวจไม่เจอก็หลุด ออกนอกระบบได้ ไม่มีความไว้ใจ ไม่มีแรงจูงใจที่จะเข้าระบบเอง

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง