รีเซต

“สายด่วนแจ้งหลอกลงทุน” ปี 68 รับแจ้ง 6,354 ครั้ง สั่งปิดกั้นแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียแล้ว 3,036 บัญชี

“สายด่วนแจ้งหลอกลงทุน” ปี 68 รับแจ้ง 6,354 ครั้ง สั่งปิดกั้นแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียแล้ว 3,036 บัญชี
ทันหุ้น
18 กันยายน 2568 ( 16:37 )
10

“สายด่วนแจ้งหลอกลงทุน” ปี 68 รับแจ้ง 6,354 ครั้ง สั่งปิดกั้นแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียแล้ว 3,036 บัญชี 

#ทันหุ้น #SEC สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต. รายงานสถิติการดำเนินการของ “สายด่วนแจ้งหลอกลงทุน” ในปี 2568 (1 ม.ค. – 15 ก.ย.) ก.ล.ต. ได้รับแจ้งเบาะแสหลอกลงทุน รวมทั้งสิ้น 6,354 ครั้ง ผ่านระบบรับแจ้งใน 6 ช่องทาง ได้แก่ เว็บไซต์สำนักงาน ก.ล.ต. (www.sec.or.th/scamalert) โทรศัพท์ (1207 กด 22) อีเมล (scamalert@sec.or.th) การเดินทางมายังสำนักงาน ระบบบริการสนทนา และไปรษณีย์ 

โดยมีบัญชีโซเชียลมีเดียเข้าข่ายหลอกลงทุนที่ประสาน ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียและหน่วยงานภาครัฐเพื่อปิดกั้น จำนวน 3,036 บัญชี โดยผู้ให้บริการแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียได้ปิดกั้นไปแล้วร้อยละ 100 ภายในเวลา 7 นาที – 48 ชั่วโมง และให้คำปรึกษาในเรื่องการหลอกลงทุน จำนวน 3,318 ครั้ง

ทั้งนี้ การดำเนินการปิดกั้นช่องทางการหลอกลงทุนบนแพลตฟอร์มต่าง ๆ จะต้องดำเนินการให้เร็วที่สุด เพื่อไม่ให้ประชาชนรายอื่นตกเป็นเหยื่อถูกชักชวนหลอกลงทุน และมีกระบวนการตรวจสอบ ตั้งแต่ตรวจสอบข้อมูล เก็บพยานหลักฐาน เตรียมเอกสารและข้อมูลเพื่อใช้ในการปิดกั้น ติดต่อผู้แจ้งเบาะแสเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ค้นหาข้อมูลที่ได้รับจากการแจ้งเบาะแสเพิ่มเติม รวมถึงติดต่อผู้ถูกใช้ชื่อในการหลอกลงทุนเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งการดำเนินการด้วยความรอบคอบ เพื่อให้มั่นใจว่าเป็นการหลอกลงทุนจริง และระมัดระวังเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดในการปิดกั้นเกิดขึ้น 

นอกจากนี้ ก.ล.ต. ยังมีความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ทั้งในประเทศและต่างประเทศในการป้องกันการถูกชักชวนหลอกลงทุนให้แก่ประชาชน ผู้ลงทุน และผู้ประกอบธุรกิจและหน่วยงานในตลาดทุน ซึ่งดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง

ในประเทศ

     (1) เปิดรับสายตรงจากศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ AOC 1441 ทุกวันตั้งแต่เวลา 8.30 – 24.00 น. เพื่อให้ประชาชนหรือผู้ลงทุนที่จะดำเนินการแจ้งความและอายัดบัญชีกับ AOC 1441 แต่ยังไม่มั่นใจว่าถูกชักชวนหลอกลงทุนหรือไม่ ได้สอบถามข้อมูลก่อนการแจ้งความอายัดบัญชีเพื่อไม่ให้เกิดการแจ้งความเท็จเกิดขึ้น

     (2) เข้าร่วมศูนย์บริการเหตุการณ์แก๊งคอลเซ็นเตอร์และด้านมนุษย์นานาชาติ (War Room) ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยนำข้อมูลที่ผู้เสียหายที่ถูกหลอกลงทุนในตลาดทุนได้มีการแจ้งความมาดำเนินการตามกระบวนการของ ก.ล.ต.

     (3) เพิ่มช่องทางการเข้าถึงข้อมูล SEC Check First บน Cyber Check* ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้ประชาชนและผู้ลงทุนสามารถตรวจสอบข้อมูลก่อนการลงทุน (สามารถสามารถดาวน์โหลดทั้งระบบ iOS และ Android)

     (4) เข้าร่วม/จัดกิจกรรม แคมเปญ หรือโครงการที่เกี่ยวข้องกับการสร้างความตระหนักรู้และป้องกันการถูกชักชวนหลอกลงทุนให้แก่ประชาชน ผู้ลงทุน และผู้ประกอบธุรกิจและหน่วยงานในตลาดทุน ซึ่งมีการดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง เช่น

·       โครงการ “เสริมเกราะป้องกันให้บัญชีด้วย Brand Rights Protection & Meta Verified” โครงการให้ความรู้ภัยหลอกลวงออนไลน์ (Investment scam campaign) แคมเปญต้านภัยมิจฉาชีพออนไลน์ “Is This Legit?” และร่วมเสวนาในงานต่าง ๆ ร่วมกับ Meta Platform, Inc. และบริษัท เฟซบุ๊ก (ไทยแลนด์) จำกัด

·       แคมเปญ #คนไทยรู้ทัน ปี 2567 และ 2568 ร่วมกับบริษัท ติ๊กต๊อก เทคโนโลยีส์ จำกัด หรือ เจ้าของแอปพลิเคชัน TikTok

·       เสวนา Smart Senior 2025 “วัยเก๋า ลงทุนฉลาด สมาร์ทดิจิทัล” ร่วมกับบริษัท ไลน์ คอมพานี (ประเทศไทย) จำกัด

     ต่างประเทศ

     (1) เผยแพร่ข้อมูลกรณีหลอกลงทุนที่จัดแสดงบน SEC Investor Alert ของ ก.ล.ต. เข้าระบบ International Securities Commodities Alerts Network (I-SCAN)** ของ IOSCO (https://www.iosco.org/i-scan/)

(2) เข้าร่วม APRC Working Group on Scams and Online Harms (SWG) Platform Providers (PPs) Engagement Sub-Group เพื่อร่วมวางแนวทางความร่วมมือและแนวทางดำเนินการในเรื่อง scams and online harms กับ PPs ในภูมิภาค

ข่าวที่เกี่ยวข้อง