"สหรัฐฯ" เปิดฉากโจมตี "อิหร่าน" ทุบตลาดน้ำมันโลกผันผวนหนัก

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สถานการณ์สงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านกลับมาอยู่ในจุดเปราะบางอีกครั้ง หลังสหรัฐฯ เปิดปฏิบัติการโจมตีเป้าหมายทางทหารในภาคใต้ของอิหร่านเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม แม้ทั้งสองฝ่ายยังอยู่ภายใต้ข้อตกลงหยุดยิงที่เริ่มมาตั้งแต่วันที่ 8 เมษายน
กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ หรือ เซ็นต์คอม ระบุว่า กองกำลังสหรัฐฯ โจมตีเพื่อป้องกันตนเอง โดยมีเป้าหมายเป็นฐานยิงขีปนาวุธ และเรือที่พยายามวางทุ่นระเบิด ซึ่งสหรัฐฯ มองว่าเป็นภัยคุกคามต่อกำลังทหารของตนในภูมิภาค
ความเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเดียวกับที่คณะเจรจาระดับสูงของอิหร่านเดินทางถึงกรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ เพื่อหารือแนวทางยุติสงคราม ทำให้การโจมตีของสหรัฐฯ ถูกจับตาว่าอาจสั่นคลอนข้อตกลงหยุดยิงที่เปราะบางอยู่แล้ว
ตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา สหรัฐฯ และอิหร่านพยายามผลักดันข้อตกลงทางการทูต เพื่อยุติสงครามที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกอย่างหนัก โดยเฉพาะการหยุดชะงักของเส้นทางพลังงานสำคัญ และความไม่แน่นอนในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นหนึ่งในเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญที่สุดของโลก
อย่างไรก็ตาม ความหวังต่อข้อตกลงสันติภาพยังเผชิญแรงกดดันหลายด้าน โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่า อิหร่านควรส่งมอบยูเรเนียมเสริมสมรรถนะให้สหรัฐฯ เพื่อนำไปทำลาย หรือทำลายในพื้นที่ของอิหร่านภายใต้การสังเกตการณ์ระหว่างประเทศ แต่ยังไม่ชัดเจนว่า ข้อเรียกร้องนี้เป็นส่วนหนึ่งของร่างข้อตกลงที่กำลังเจรจาหรือไม่
ขณะเดียวกัน ทรัมป์ยังเสนอให้หลายประเทศในตะวันออกกลาง รวมถึงซาอุดีอาระเบีย กาตาร์ อียิปต์ ตุรกี ปากีสถาน บาห์เรน จอร์แดน และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เข้าร่วมข้อตกลงอับราฮัม แอคคอร์ดส์ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของแพ็กเกจสันติภาพกับอิหร่าน แม้ว่าหลายประเทศในอ่าวอาหรับยังยืนยันว่า จะไม่ปรับความสัมพันธ์กับอิสราเอล หากไม่มีการจัดตั้งรัฐปาเลสไตน์ที่เป็นอิสระ
ด้านรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ มาร์โก รูบิโอ ระบุว่า อาจมีความคืบหน้าเรื่องข้อตกลงในเร็ว ๆ นี้ ส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกปรับลดลงจากความหวังว่าความขัดแย้งจะคลี่คลาย แต่โฆษกกระทรวงต่างประเทศอิหร่านออกมาลดความคาดหวัง โดยยอมรับว่าการเจรจามีความคืบหน้าในหลายประเด็น แต่ยังไม่สามารถบอกได้ว่า การลงนามข้อตกลงใกล้เกิดขึ้นแล้ว
ทั้งหมดนี้ทำให้ดีลยุติสงครามสหรัฐฯ–อิหร่านยังอยู่บนเส้นด้าย แม้ตลาดโลกจะยังมีความหวังต่อการเจรจา แต่การโจมตีรอบล่าสุดสะท้อนว่า ความเสี่ยงด้านพลังงาน การค้า และความมั่นคงในตะวันออกกลาง ยังพร้อมปะทุขึ้นได้ทุกเมื่อ และอาจส่งแรงกระเพื่อมกลับมาสู่เศรษฐกิจโลกอีกระลอกใหญ่
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
