"วิกฤตประดิษฐ์" น้ำมันหายแต่กำไรพุ่ง เสนอ 7 ข้อฝ่าทางตันพลังงาน

สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) ร่วมกับภาคีเครือข่ายแรงงานและพรรคสังคมประชาธิปไตยไทย ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้รัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล ดำเนินมาตรการเร่งด่วนเพื่อแก้ไขวิกฤตการณ์ด้านพลังงานและค่าครองชีพ หลังพบความผิดปกติในการบริหารจัดการน้ำมันสำรอง
ข้อสังเกตเรื่องน้ำมันขาดแคลนและการปรับราคา
จากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางที่ส่งผลต่อราคาน้ำมันโลก แถลงการณ์ระบุว่าประเทศไทยกำลังประสบปัญหาการกระจายน้ำมันที่ไม่ทั่วถึง ประชาชนจำนวนมากต้องรอคิวเติมน้ำมันดีเซลเป็นเวลานานตามสถานีบริการน้ำมันต่าง ๆ
ทางกลุ่มเครือข่ายตั้งข้อสังเกตว่า แม้รัฐบาลจะเคยยืนยันว่ามีน้ำมันสำรองใช้ได้นานถึง 106 วัน แต่กลับเกิดภาวะขาดแคลนอย่างรวดเร็ว และเมื่อมีการประกาศปรับขึ้นราคาน้ำมันรวดเดียว 6 บาทต่อลิตร น้ำมันกลับมีพร้อมจำหน่ายทันทีทั่วประเทศ เหตุการณ์นี้ทำให้เกิดคำถามจากภาคประชาชนเรื่องการกักตุนน้ำมันเพื่อเก็งกำไรจากส่วนต่างราคา
การวิเคราะห์ส่วนต่างกำไรและผลกระทบต่อประชาชน
เครือข่ายแรงงานได้นำข้อมูลจากกรมธุรกิจพลังงานปี 2568 มาชี้ให้เห็นว่า ไทยมีกำลังการผลิตน้ำมันเพียงพอต่อความต้องการใช้ในประเทศ ประมาณ 195-197 ล้านลิตรต่อวัน (ความต้องการใช้จริงอยู่ที่ 153.98 ล้านลิตรต่อวัน) จากปริมาณน้ำมันสำรองและการปรับขึ้นราคาสะสม คาดการณ์ว่ากลุ่มทุนพลังงานอาจได้รับผลประโยชน์จากส่วนต่างราคาสต๊อกเก่าเป็นมูลค่ามหาศาล สูงถึง 311,040 ล้านบาท ขณะที่ประชาชนและเกษตรกรต้องรับภาระต้นทุนสินค้าที่ปรับตัวสูงขึ้นตามค่าขนส่ง
แนวทางแก้ไข 7 ประการที่เสนอต่อรัฐบาล
เพื่อให้การบริหารจัดการพลังงานเป็นไปอย่างเป็นธรรมและโปร่งใส ทางเครือข่ายได้ยื่นข้อเสนอ 7 ข้อ ดังนี้:
1. ควบคุมราคาน้ำมัน: ลดค่าการกลั่นให้ไม่เกิน 2 บาท/ลิตร และพิจารณาตรึงราคาน้ำมันดีเซลให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม
2. ทบทวนโครงสร้างรัฐวิสาหกิจ: ยุติการแปรรูปและนำกิจการพลังงานหลักกลับมาอยู่ภายใต้การกำดูแลของรัฐ
3. เปิดเผยข้อมูล: รัฐบาลต้องโปร่งใสเรื่องตัวเลขการผลิต การกลั่น และการนำเข้า เพื่อการตรวจสอบจากภาคประชาชน
4. ตรวจสอบการกักตุน: ดำเนินการทางกฎหมายกับผู้ที่กักตุนน้ำมันเพื่อเก็งกำไรอย่างจริงจัง
5. การบริหารจัดการภาวะฉุกเฉิน: ให้นายกรัฐมนตรีใช้อำนาจบริหารจัดการด้านพลังงานโดยคำนึงถึงประโยชน์สาธารณะเป็นหลัก
6. มาตรการคุมราคาสินค้า: สกัดกั้นการฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่เกินกว่าต้นทุนจริง
7. ปฏิรูปโครงสร้างไฟฟ้า: ทบทวนสัญญาซื้อไฟฟ้าจากเอกชน และให้ กฟผ. เป็นองค์กรหลักในการผลิตเพื่อลดค่าครองชีพประชาชน
แถลงการณ์ทิ้งท้ายด้วยการเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งพิจารณาข้อเสนอเหล่านี้อย่างจริงจัง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนและสร้างความสมดุลระหว่างผลประโยชน์ของรัฐ เอกชน และสาธารณชน
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
