รีเซต

RATCH โบรกฯ แนะนำ “ซื้อ” เป้า 34.80 บาท

RATCH โบรกฯ แนะนำ “ซื้อ” เป้า 34.80 บาท
ทันหุ้น
26 พฤษภาคม 2569 ( 15:34 )
15

#ทันหุ้น #Thailand #ลงทุน #SET #RATCH โบรกฯ แนะนำ “ซื้อ” เป้า 34.80 บาท 

บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ RATCH เปิดเผยในการประชุมนักวิเคราะห์ว่า ผู้บริหารยังมีมุมมองเชิงบวกต่อโอกาสการเติบโตระยะยาว แม้โทนการประชุมโดยรวมจะเป็นกลาง และยังไม่มีประเด็นใหม่ที่มีนัยสำคัญ โดยประเด็นหลักที่นักลงทุนให้ความสนใจยังคงอยู่ที่ความคืบหน้าของแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP) ฉบับใหม่

ฝ่ายบริหารมองว่า การปรับเพิ่มประมาณการความต้องการใช้ไฟฟ้าและกำลังผลิตใหม่ในแผน PDP อาจทำให้การประกาศใช้ล่าช้าออกไปจากเดิม เนื่องจากร่างปัจจุบันได้ผ่านกระบวนการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะไปแล้วเมื่อปีที่ผ่านมา และอาจต้องมีการทบทวนเพิ่มเติม

RATCH ยังคงให้น้ำหนักการลงทุนในประเทศไทยเป็นหลัก หากภาครัฐเดินหน้าเปิดประมูลโครงการใหม่ตามแผน PDP แต่หากนโยบายด้านพลังงานยังไม่มีความชัดเจน ทั้งในประเด็นแผน PDP ใหม่ หรือการรับซื้อไฟฟ้าแบบ Direct PPA สำหรับธุรกิจ Data Center บริษัทก็พร้อมขยายการลงทุนไปต่างประเทศที่มีความชัดเจนมากกว่า เพื่อเพิ่มโอกาสการเติบโตในอนาคต

ผู้บริหารระบุว่า มี 3 ปัจจัยสำคัญที่จะเป็นแรงหนุนการเติบโตในระยะถัดไป ได้แก่ โครงการโซลาร์ชุมชน 1,500 เมกะวัตต์ ซึ่งบริษัทคาดว่าจะสามารถเข้าร่วมลงทุนได้ราว 20 เมกะวัตต์, โครงการ Direct PPA สำหรับ Data Center ขนาดรวม 2 กิกะวัตต์ และโอกาสการต่ออายุหรือเปิดประมูลโรงไฟฟ้าใหม่ในภาคตะวันตกและภาคใต้ ซึ่งอาจเป็นโอกาสสำคัญของโรงไฟฟ้าราชบุรีที่กำลังจะหมดอายุสัญญาในปีหน้า

ในส่วนของธุรกิจ Data Center บริษัทอยู่ระหว่างศึกษาการใช้ประโยชน์จากพื้นที่โรงไฟฟ้าราชบุรีขนาด 2,100 เมกะวัตต์ เพื่อรองรับผู้ประกอบการที่สนใจลงทุน โดยมีหลายรายแสดงความสนใจแล้ว เนื่องจากบริษัทมีความพร้อมด้านระบบสาธารณูปโภคและโครงสร้างพื้นฐานเหนือคู่แข่ง

ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยระบุว่า ปัจจัยบวกข้างต้นยังไม่ได้รวมอยู่ในประมาณการปัจจุบัน

สำหรับแนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 2/2569 คาดว่าจะฟื้นตัวทั้งเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนและช่วงเดียวกันปีก่อน จากจำนวนโรงไฟฟ้าที่ปิดซ่อมบำรุงลดลง รวมถึงการเริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ (COD) ของโครงการใหม่ ได้แก่ ส่วนขยายโรงไฟฟ้านวนคร เฟส 3 ขนาด 12 เมกะวัตต์ ในเดือนเมษายน 2569 และโรงไฟฟ้า NPSI ขนาด 71.5 เมกะวัตต์ รวมถึง Song Giang 1 ขนาด 5.5 เมกะวัตต์ ที่จะ COD ในเดือนมิถุนายน 2569 ซึ่งจะช่วยหนุนกำไรในช่วงครึ่งหลังปี 2569

บล.ฟินันเซีย ไซรัส ยังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2569 เติบโต 12% จากปีก่อน พร้อมคงคำแนะนำ “ซื้อ”  เป้า 34.80 บาท โดยมองว่าหุ้นปัจจุบันซื้อขายที่ระดับ P/BV เพียง 0.7 เท่า และคาดให้อัตราผลตอบแทนเงินปันผลประมาณ 5.7% ต่อปี

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง