OpenClaw คืออะไร? เจาะลึก AI Agent มาแรงแห่งปีจน OpenAI คว้าตัวผู้ก่อตั้งร่วมทีม

ก่อนหน้านี้โลกออนไลน์ตื่นเต้นกับ AI Chatbot อย่าง ChatGPT หรือ Claude ที่ทำได้เพียงตอบคำถามบนหน้าจอ ล่าสุดวงการเทคโนโลยีได้ก้าวไปอีกขั้นด้วยการมาถึงของ OpenClaw หรือที่เคยรู้จักกันในชื่อ Clawdbot และ Moltbot ซึ่งเป็นตัวโปรเจกต์ Open Source ที่กำลังเป็นกระแสไวรัลอย่างหนัก โดยสามารถกวาดดาวบน GitHub ได้มากกว่า 100,000 ดวงภายในเวลาอันรวดเร็ว
OpenClaw คืออะไร?
OpenClaw คือโครงการผู้ช่วยอัจฉริยะในรูปแบบ AI Agent ที่ถูกออกแบบมาให้ทำงานได้อย่างอัตโนมัติ (Autonomous AI Agent) โดยเน้นแนวคิด Open Source หรือการเปิดซอร์สโค้ดให้สาธารณะสามารถเข้าถึง ศึกษา แก้ไข และพัฒนาต่อยอดได้อย่างอิสระ
จุดเด่นสำคัญของ OpenClaw คือความสามารถในการทำงานแบบ Self-hosted หมายความว่าผู้ใช้งานสามารถติดตั้งและรันระบบทั้งหมดบนเซิร์ฟเวอร์หรือคอมพิวเตอร์ของตนเอง ไม่ต้องพึ่งพาคลาวด์ภายนอก ช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัว ความปลอดภัยของข้อมูล และการควบคุมต้นทุนในระยะยาว
ในเชิงเทคนิค OpenClaw ถูกออกแบบให้ทำหน้าที่เป็นตัวกลางระหว่างผู้ใช้กับโมเดลปัญญาประดิษฐ์ สามารถรับคำสั่ง วางแผนการทำงาน แบ่งงานย่อย และดำเนินการตามขั้นตอนต่าง ๆ ได้เองโดยไม่ต้องให้มนุษย์ควบคุมทุกขั้นตอน เหมาะสำหรับงานอัตโนมัติ เช่น การจัดการเอกสาร การค้นคว้าข้อมูล การเขียนโค้ด หรือการประสานงานกับระบบภายนอกผ่าน API ต่าง ๆ
โครงการนี้พัฒนาโดย Peter Steinberger นักพัฒนาซอฟต์แวร์ที่มีชื่อเสียงในวงการเทคโนโลยี และเป็นผู้ก่อตั้ง PSPDFKit ซึ่งเป็นบริษัทที่เชี่ยวชาญด้านเครื่องมือจัดการเอกสารและ PDF ระดับองค์กร ประสบการณ์ของเขาในด้านซอฟต์แวร์ระดับมืออาชีพทำให้ OpenClaw ถูกออกแบบโดยคำนึงถึงโครงสร้างระบบที่แข็งแรง รองรับการใช้งานจริง และสามารถขยายขีดความสามารถได้ในระดับองค์กร
ความแตกต่างสำคัญระหว่าง OpenClaw กับ AI ทั่วไป
1. มันไม่ได้อยู่บน Cloud ของคนอื่น โดยข้อมูล กุญแจ API และโครงสร้างพื้นฐานทั้งหมดจะอยู่บนเครื่องของคุณเอง ไม่ว่าจะเป็น Laptop หรือเซิร์ฟเวอร์ส่วนตัว (VPS)
2. เน้นการลงมือทำ(Action-oriented) โดยในขณะที่ ChatGPT มีไว้คุย OpenClaw มีไว้ทำงานมันสามารถเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชันที่คุณใช้ประจำ เช่น WhatsApp, Telegram, Discord, Slack หรือแม้แต่จัดการไฟล์ในเครื่องของคุณ
3. ทำงานเชิงรุก (Proactive) โดย AI ตัวนี้มันไม่ต้องรอให้คุณสั่งเสมอไป มันสามารถทำงานตามตารางเวลา (Schedule) ที่ตั้งไว้ได้ เช่น ตื่นมาเช็กอีเมลและสรุปงานให้คุณทุกเช้า
เส้นทางอันโชกโชนของชื่อโปรเจกต์เริ่มจาก Clawd สู่ OpenClaw
ก่อนจะมาเป็นชื่อ OpenClaw โปรเจกต์นี้ผ่านการเปลี่ยนชื่อมาหลายครั้งในช่วงเวลาสั้น ๆ
ชื่อแรก Clawd / Clawdbot ชื่อที่ตั้งใจล้อเลียนชื่อ "Claude" ของ Anthropic แต่ถูกทีมกฎหมายของ Anthropic ขอให้เปลี่ยนเนื่องจากปัญหาเครื่องหมายการค้า
ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น Moltbot ชื่อต่อมาที่สื่อถึงการลอกคราบ (Molting) เพื่อการเติบโตเหมือนกุ้งล็อบสเตอร์ แต่ผู้พัฒนาเห็นว่าชื่อนี้เรียกยากเกินไป
จนในที่สุดได้ชื่อใหม่ OpenClaw ชื่อปัจจุบันที่สื่อถึงความ Open Source และยังคงเอกลักษณ์ก้ามปู (Claw) ของมาสคอตล็อบสเตอร์เอาไว้
การทำงานของ OpenClaw คือ Skills และ Jobs
หัวใจสำคัญที่ทำให้ OpenClaw ทรงพลังคือระบบการทำงานที่แบ่งออกเป็นทักษะ (Skills) และงาน (Jobs)
1. ทักษะ (Skills) คือ ความสามารถในการเชื่อมต่อกับแอปหรือบริการต่างๆ เช่น ทักษะการอ่าน Gmail, ทักษะการจัดการ GitHub หรือทักษะการโพสต์โซเชียลมีเดีย ผู้ใช้สามารถค้นหาและติดตั้ง Skill เหล่านี้ได้จาก Community
2. งาน (Jobs) คือ คำสั่งที่คุณตั้งค่าให้ OpenClaw ทำงานอัตโนมัติ ตัวอย่างการใช้งานจริงได้ เช่น
การจัดการอีเมล การสั่งให้ตรวจสอบอีเมลจากลูกค้าสำคัญ แล้วสรุปเนื้อหาพร้อมร่างคำตอบส่งเข้า Telegram ให้คุณพิจารณา
การดูแลโปรเจกต์ ผ่านการตรวจสอบ GitHub Repository ทุกเช้า แล้วรายงานประเด็นที่ต้องแก้ไขเร่งด่วน 3 อันดับแรก
เกาะติดเทรนด์ การตรวจสอบคีย์เวิร์ดที่กำลังติดเทรนด์ใน Social Media เพื่อหาไอเดียทำคอนเทนต์ใหม่ ๆ
แม้ OpenClaw จะเป็น AI Agent ที่ทรงพลังและเข้าถึงไฟล์ อีเมล รวมถึงสั่งการคอมพิวเตอร์ได้โดยตรง แต่ประเด็นความปลอดภัยถือเป็นดาบสองคมที่ต้องระวังอย่างยิ่ง โดยมีรายงานจากทีมวิจัยความปลอดภัยของ Cisco ว่า
"Skill ที่พัฒนาโดยนักพัฒนาภายนอกอาจมีโค้ดที่ซ่อนเจตนาร้าย เช่น ดึงข้อมูลลับออกไปโดยที่ผู้ใช้ไม่รู้ตัว หรือฝังคำสั่งที่ทำให้ AI ถูกหลอกผ่านข้อความธรรมดา (Prompt Injection) จนเผลอทำสิ่งที่ไม่ควรทำ เช่น ส่งไฟล์สำคัญ เปิดเผย API Key หรือเปลี่ยนค่าการตั้งค่าระบบโดยไม่ได้รับอนุญาต"
ดังนั้นผู้ใช้ควรตรวจสอบ Skill ทุกครั้งก่อนติดตั้ง หลีกเลี่ยงการให้สิทธิ์เข้าถึงข้อมูลสำคัญระดับวิกฤต เช่น กระเป๋าเงินคริปโต และควรติดตั้งในสภาพแวดล้อมที่แยกออกจากเครื่องหลัก (Sandboxing)
โดยเฉพาะการรันบน VPS แทนเครื่องส่วนตัว ซึ่งสามารถเลือกผู้ให้บริการอย่าง Hostinger หรือ DigitalOcean เพื่อให้ระบบทำงานได้ต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง ขณะที่การรันแบบ Local บน Mac หรือ PC เหมาะกับการทดลองใช้ แต่มีความเสี่ยงเรื่องความเสถียรหากเครื่องเข้าสู่โหมด Sleep
มาถึงตรงนี้ OpenClaw เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของเทรนด์ AI ในปี 2026 ที่เปลี่ยนจาก Chatbot ที่แสนจะช่างคุย ไปสู่ AI Agent นักปฏิบัติที่ทำงานแทนเราได้จริง แม้จะต้องแลกมาด้วยความรับผิดชอบในการดูแลความปลอดภัยและการตั้งค่าที่ซับซ้อนกว่า แต่สำหรับนักพัฒนาและผู้ที่ชื่นชอบเทคโนโลยี นี่คือเครื่องมือที่ทรงพลังที่สุดชิ้นหนึ่งในขณะนี้
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
