NASA ชวนอินเดียสร้างฐานดวงจันทร์ขั้วโลกใต้ สู้ศึกอวกาศจีน

สหรัฐอเมริกาและอินเดียยกระดับความร่วมมือด้านอวกาศครั้งประวัติศาสตร์ไปอีกขั้นอย่างเป็นทางการ หลังองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ หรือ NASA เอ่ยปากเชิญองค์การวิจัยอวกาศแห่งอินเดีย (ISRO) เข้าร่วมเป็นพันธมิตรในโครงการสร้างฐานที่มั่นถาวรบนดวงจันทร์ (Moon Base) บริเวณขั้วโลกใต้ ซึ่งนับเป็นความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญที่จะเปลี่ยนดุลอำนาจในการสำรวจห้วงอวกาศลึก
คำเชิญครั้งสำคัญนี้ได้รับการเปิดเผยในระหว่างการประชุมร่วมครั้งที่ 9 ของคณะทำงานร่วมด้านอวกาศพลเรือนสหรัฐฯ-อินเดีย (U.S.-India Civil Space Joint Working Group หรือ CSJWG) ซึ่งจัดขึ้น ณ สำนักงานใหญ่ของ ISRO ในเมืองเบงกาลูรู ประเทศอินเดีย โดยคณะทำงานนี้ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 2005 เพื่อเป็นเวทีขับเคลื่อนเป้าหมายและแก้ปัญหาด้านการสำรวจอวกาศร่วมกัน
การประชุมครั้งนี้เปิดฉากด้วยการกล่าวต้อนรับโดย วี. นารายานัน (V. Narayanan) ประธาน ISRO และเลขานุการกระทรวงอวกาศอินเดีย ร่วมกับ เซอร์จิโอ กอร์ (Sergio Gor) เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำอินเดีย โดยมี เอ็ม. สังการัน (M. Sankaran) ผู้อำนวยการศูนย์ดาวเทียม U.R. Rao ของ ISRO เป็นประธานร่วมฝ่ายอินเดีย และมีผู้แทนระดับสูงจากฝั่งสหรัฐฯ คือ เวสลีย์ บรูคส์ (Wesley Brooks) ผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ และ แคธลีน คาริกา (Kathleen Karika) ผู้ช่วยผู้บริหารของ NASA ร่วมเป็นประธานขับเคลื่อนการหารือ
ทางด้าน NASA ได้ยืนยันความสนใจอย่างเป็นทางการผ่านบัญชีผู้ใช้งานโครงการ Moon Base บนแพลตฟอร์ม X โดยระบุว่า "NASA มีความมุ่งมั่นที่จะพาพันธมิตรอย่าง ISRO เข้าร่วมโครงการ Moon Base เพื่อสานต่อความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ที่ประสบความสำเร็จ" พร้อมย้ำวิสัยทัศน์ที่ว่า "เรากำลังจะกลับไปดวงจันทร์เพื่อตั้งรกรากถาวร และเราจะพาพันธมิตรของเราไปด้วย"
นอกจากนี้ สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำอินเดียยังเปิดเผยว่า ทั้งสองประเทศได้บรรลุข้อตกลงที่จะผลักดันการเจรจาด้านการแบ่งปันข้อมูลทางวิทยาศาสตร์แบบเปิดภายใต้ข้อตกลงอาร์เทมิส (Artemis Accords) ซึ่งเป็นกรอบความร่วมมือทางการทูตในการสำรวจดวงจันทร์อย่างปลอดภัยและรับผิดชอบ โดยอินเดียได้ร่วมลงนามเป็นสมาชิกลำดับที่ 27 ในปี 2023 จากปัจจุบันที่มีชาติพันธมิตรเข้าร่วมแล้วถึง 70 ประเทศ
เป้าหมายของโครงการ Moon Base ภายใต้โปรแกรม Artemis ของ NASA คือ การสร้างฐานปฏิบัติการขนาดใหญ่บริเวณขั้วโลกใต้ของดวงจันทร์ ซึ่งเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญเนื่องจากมีหลุมอุกกาบาตในเงามืดถาวรที่เชื่อกันว่าสะสมน้ำแข็งไว้เป็นจำนวนมาก แผนผังทางสถาปัตยกรรมระบุว่า จะมีการสร้างที่อยู่อาศัยบนยอดเนินเขาเพื่อเปิดรับแสงอาทิตย์ และติดตั้งระบบพลังงานนิวเคลียร์ไว้ห่างออกไปเพื่อลดความเสี่ยงจากรังสี
โดย NASA จะเริ่มต้นส่งหุ่นยนต์สำรวจขนาดเล็กแบบเคลื่อนที่ด้วยการกระโดด (Hopping robots) เข้าไปสำรวจพื้นที่ตั้งแต่ปี 2028 การดำเนินงานจะแบ่งเป็น 3 ระยะหลัก ได้แก่ ระยะแรกคือการเก็บข้อมูลพื้นผิว, ระยะที่ 2 ปี 2029-2032 เพื่อสร้างขีดความสามารถในการปฏิบัติการขั้นต้น และระยะที่ 3 ตั้งแต่ปี 2032 เป็นต้นไป เพื่อรองรับการอยู่อาศัยของมนุษย์อวกาศแบบกึ่งถาวร
การตัดสินใจดึงอินเดียเข้ามาร่วมสร้างฐานดวงจันทร์ในครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ NASA ประกาศชะลอการพัฒนาสถานีอวกาศเกตเวย์ (Gateway) ในวงโคจรดวงจันทร์ เพื่อทุ่มทรัพยากรทั้งหมดไปกับการสร้างโครงสร้างพื้นฐานบนพื้นผิวดวงจันทร์โดยตรง หวังเพิ่มความถี่ในการปล่อยจรวดและรักษาความได้เปรียบเหนือคู่แข่งอย่างจีนที่มีแผนจะส่งนักบินอวกาศลงจอดบนดวงจันทร์ภายในปี 2030
ในขณะเดียวกัน ข้อเสนอของสหรัฐฯ ยังสอดรับกับโรดแมปอวกาศระยะยาวของอินเดียเองที่มีแผนจะสร้างสถานีอวกาศในวงโคจรดวงจันทร์ภายในปี 2040 ส่งนักบินอวกาศของตนเองไปดวงจันทร์ และสร้างฐานปฏิบัติการดวงจันทร์ของตัวเองภายในปี 2047 เพื่อปูทางสู่การสร้างอารยธรรมมนุษย์ในอวกาศอย่างยั่งยืน
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
