TUดีมานด์พุ่งดันยอดQ2 ยื่นขอคืนภาษีนำเข้าสหรัฐ

#TU #ทันหุ้น - TU แย้มผลดำเนินงานไตรมาส 2/2569 โตเด่น จากดีมานด์เพิ่มหลังขยายฐานลูกค้าใหม่ –ออกนิวโปรดักต์ พร้อมย้ำเป้าปีนี้รายได้ทะยาน 3-4% จากปีก่อน เดินหน้ายื่นขอคืนภาษีกับทางศุลากรสหรัฐ หลังลดเหลือ 10% จากเดิม 19% คาดได้เงินคืนในเวลา 60-90 วัน
นางสาวภิญญดา แสงศักดาหาญ หัวหน้าฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU เปิดเผยว่า บริษัทคาดแนวโน้มยอดขายในไตรมาส 2/2569 น่าจะปรับตัวดีขึ้นอย่างชัดเจน จากช่วงไตรมาส 1/2569 ที่ราว 3.2 หมื่นล้านบาท เพราะความต้องการ (ดีมานด์) สินค้าในกลุ่มต่างๆ เติบโตมากขึ้น หลังมีการทำตลาดเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ เพิ่มเติม และนำเสนอโปรดักส์ใหม่ๆ ทั้งอาหารแช่แข็ง (โฟรเซ่น), อาหารสัตว์เลี้ยง, อาหารสัตว์น้ำ เพื่อตอบสนองความต้องการอย่างต่อเนื่อง
*ปีนี้รายได้โต 3-4%
ขณะที่แนวโน้มผลประกอบการปี 2569 ทาง TU ยังคงเป้ารายได้เติบโต 3-4% จากปีก่อน เนื่องจากภาพรวมกลุ่มธุรกิจต่างๆ ทั้งอาหารแช่แข็ง (โฟรเซ่น), อาหารสัตว์เลี้ยง, อาหารสัตว์น้ำ ฯลฯ ล้วนขยายตัวมากขึ้น รวมทั้งบริษัทยังสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้มีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ ปัจจุบันสัดส่วนรายได้ของ TU แบ่งเป็น กลุ่มธุรกิจอาหารทะเลบรรจุกระป๋อง (Ambient) อยู่ที่ 47%, ธุรกิจอาหารแช่แข็ง (โฟรเซ่น) ราว 29% ส่วนที่เหลือมาจากกลุ่มธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง, ธุรกิจอาหารสัตว์น้ำ รวมทั้งมีแนวทางขยายฐานลูกค้าต่อเนื่อง เพื่อเสริมรายรับในอนาคต
อย่างไรก็ดี ล่าสุดทาง TU ได้มีการยื่นขอคืนภาษีนำเข้าของสหรัฐกับทางสำนักงานศุลกากร และพิทักษ์ชายแดนของสหรัฐ (US CBP) ได้เปิดตัวระบบ CAPE (Consolidated Administration and Processing of Entries) เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2569 เพื่อให้สามารถขอคืนภาษีศุลกากร IEEPA ได้หลังจากคำตัดสินของศาลฎีกา ให้มีการอัตราภาษีนำเข้าของสหรัฐ ลดลงเหลือ 10% (มีผลบังคับใช้เป็นเวลา 150 วัน ตั้งแต่เดือนก.พ.-ก.ค.2569)
*ขอคืนภาษีนำเข้า
ทั้งนี้จากเดิมที่สินค้าจากประเทศไทยถูกจัดเก็บในอัตรา 19% คาดได้น่าจะใช้เวลาเกี่ยวกับขั้นตอนประมาณ 60-90 วัน และน่าจะเป็นปัจจัยบวกต่อบริษัทอีกทางหนึ่ง
ด้านนักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด กล่าวว่า ฝ่ายวิเคราะห์มีมุมมองเป็นบวกต่อหุ้น TU หลังกำไรสุทธิในไตรมาส 1/2569 เป็นไปตามที่ฝ่ายวิเคราะห์คาดที่ 1.1 พันล้านบาท เติบโต 9% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ผลจากยอดขายที่แข็งแกร่งกว่าคาดไว้
ขณะที่แนวโน้มในไตรมาส 2/2569 ทาง TU คาดว่ายอดขายและอัตรากำไรขั้นต้นจะเติบโตกว่าไตรมาส 1/2569 เนื่องจากปัจจัยฤดูกาล และยอดขายขยับสูงขึ้น โดยได้แรงหนุนจากการปรับขึ้นราคาก่อนหน้านี้ (เพื่อสะท้อนภาษีนำเข้าของสหรัฐ) ในขณะที่ปริมาณการขายยังคงอยู่ในระดับปกติ (ไม่มีการเปลี่ยนแปลงของอุปสงค์จากสหรัฐ และยุโรปอย่างมีนัยสำคัญแม้ว่ามีสงคราม)
*ปรับขึ้นราคา
ขณะเดียวกันผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นจากต้นทุนที่สูงขึ้นใน ไตรมาส 2/2569 ยังมีจํากัด เนื่องจาก TU ยังมีสต๊อกวัตถุดิบต้นทุนเดิมสำหรับอีก 2-4 เดือนข้างหน้า และ TU ได้ปรับขึ้นราคาสินค้าแบรนด์กลุ่มอาหารทะเลแปรรูปในสหรัฐอเมริกาเมื่อปลายไตรมาส 3/2568 และอีกครั้งในเดือนมกราคม 2569 และปัจจุบันก็ได้รับประโยชน์ จากการลดภาษีนำเข้าของสหรัฐอเมริกาเหลือ 10% (จาก 19% ที่เริ่มใช้ตั้งแต่เดือนส.ค. 2568) ตั้งแต่วันที่ 23 กุมภาพันธ์ จนถึงปลายเดือนกรกฎาคม 2569 ซึ่งปัจจัยเหล่านี้น่าจะเป็นเกราะป้องกันอัตรากำไรจากต้นทุนที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นในอนาคต จึงให้คำแนะนำ “ซื้อ” หุ้น TU ให้ราคาเป้าหมาย 15.50 บาท
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
