ฝรั่งเศสเพิ่มงบกลาโหมมหาศาล หวั่นสหรัฐฯ เลิกหนุนนาโต

แคทเธอรีน วอทริน รัฐมนตรีกลาโหมของฝรั่งเศส เปิดเผยระหว่างการแถลงข่าวเมื่อวานนี้ (8 เมษายน) ว่าฝรั่งเศสมีแผนจะเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหมอีก 36,000 ล้านยูโร (ประมาณ 39,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ภายในช่วงเวลาปัจจุบันจนถึงปี 2030 ภายใต้กฎหมายวางแผนทางทหารฉบับปรับปรุงใหม่ ซึ่งจะขยายคลังอาวุธนิวเคลียร์ และเพิ่มปริมาณขีปนาวุธและโดรน
การเพิ่มงบประมาณดังกล่าว ถูกเสนอขึ้นทั้งที่ฝรั่งเศส เป็นหนึ่งในประเทศที่ประสบปัญหาการขาดดุลงบประมาณสูงที่สุดในกลุ่มยูโรโซน สะท้อนถึงแรงกดดันด้านความมั่นคงที่เพิ่มขึ้นจากสงครามในยูเครนและตะวันออกกลาง รวมถึงความไม่แน่นอนที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับพันธกรณีของสหรัฐฯ ต่อองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ หรือนาโต (NATO) ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ
วอทรินกล่าวว่า “ขอบเขตของความขัดแย้งในปัจจุบันขยายจากใต้ท้องทะเลไปจนถึงอวกาศ และเราต้องสามารถตอบสนองได้ในทุกมิติ”
ทั้งนี้ กฎหมายฉบับปรับปรุงสำหรับช่วงปี 2024–2030 จะเพิ่มสัดส่วนงบกลาโหมเป็นร้อยละ 2.5 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หรือจีดีพี ภายในสิ้นทศวรรษ จากปัจจุบันที่ประมาณร้อยละ 2 โดยงบประมาณประจำปีจะเพิ่มขึ้นเป็น 76,300 ล้านยูโร (ประมาณ 89,250 ล้านดอลลาร์) ภายในปี 2030
วอทรินยังระบุด้วยว่า ภายในปี 2031 ฝรั่งเศสคาดว่าจะได้รับคำสั่งซื้อที่เกี่ยวข้องกับกลาโหมมูลค่า 26,000 ล้านยูโร (ประมาณ 30,410 ล้านดอลลาร์)
หัวใจสำคัญของการปรับปรุงด้านกลาโหมครั้งนี้ คือการเสริมความแข็งแกร่งของการยับยั้งด้วยอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งประกาศโดยประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส เมื่อเดือนมีนาคม โดยเขายังเปิดโอกาสให้ประเทศพันธมิตรในยุโรปสามารถเป็นเจ้าภาพเครื่องบินฝรั่งเศส ในภารกิจป้องปรามด้วยอาวุธนิวเคลียร์ได้ด้วย
นอกจากนี้ วอทรินยังเน้นถึงความจำเป็นในการเพิ่มกำลังพล โดยฝรั่งเศ้าตั้งเป้ารับสมัครกำลังสำรองปฏิบัติการ 50,000 นายภายในปี 2030 ซึ่งจะทำให้จำนวนกำลังพลทหารรวมเพิ่มเป็น 330,000 นาย
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
