ทรัมป์ร่วมรับร่างทหารสหรัฐฯ ที่พลีชีพจากสงครามในอิหร่าน

เมื่อวานนี้ (22 กรกฎาคม) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เข้าร่วมพิธีรับร่างทหารอเมริกัน 4 นาย ซึ่งถูกส่งกลับถึงมาตุภูมิในโลงศพที่คลุมด้วยธงชาติสหรัฐฯ หลังเสียชีวิตจากการโจมตีของอิหร่านในตะวันออกกลาง โดยทรัมป์เดินทางไปยังฐานทัพอากาศโดเวอร์ รัฐเดลาแวร์ เพื่อเข้าร่วมพิธีรับร่างทหารผู้เสียชีวิตอย่างสมเกียรติ (Dignified Transfer) ท่ามกลางกระแสความไม่พอใจของประชาชนต่อสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่านที่ทวีความรุนแรงขึ้น
ทหาร 3 นายเสียชีวิตเมื่อขีปนาวุธของอิหร่านพุ่งโจมตีที่พักภายในฐานทัพอากาศในจอร์แดน เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ได้แก่ร้อยตรี ไทเลอร์ เจมส์ ฟีฮาน อายุ 25 ปี, จ่าสิบเอก แองเจิล เอส. แรมเพอร์แซด อายุ 28 ปี และพลทหาร อิซาเบลลา กอนซาเลส อายุ 19 ปี ทั้งสามนายสังกัดหน่วยป้องกันภัยทางอากาศของกองทัพบกสหรัฐฯ
ส่วนผู้เสียชีวิตรายที่ 4 คือ จ่าสิบเอก ไมเคิล เอ็มมานูเอล สวินตัน อายุ 30 ปี ซึ่งเสียชีวิตเมื่อวันอาทิตย์ในเมืองเออร์บิล ประเทศอิรัก ระหว่างปฏิบัติการทำลายโดรนโจมตี ทรัมป์ยืนยันว่าจะดำเนินการตอบโต้ต่ออิหร่านจากเหตุการณ์ที่ทำให้ทหารอเมริกันเสียชีวิต
จนถึงขณะนี้ สงครามส่งผลให้ทหารสหรัฐฯ เสียชีวิตแล้ว 18 นาย บาดเจ็บมากกว่า 450 นาย ขณะที่มีชาวอิหร่านเสียชีวิตหลายพันคน
ทรัมป์ประกาศเมื่อวันพุธว่า หากอิหร่านยิงโจมตีเรือที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ สหรัฐฯจะตอบโต้ด้วยการทำลายสะพานหรือโรงไฟฟ้า ของอิหร่านทุกครั้ง คำประกาศดังกล่าวยิ่งเพิ่มความตึงเครียด หลังกลุ่มฮูตีในเยเมน ซึ่งเป็นพันธมิตรของอิหร่าน ขู่ว่าจะคุกคามเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญอีกแห่งหนึ่ง
ด้านอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ระบุผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า "หลักการป้องกันประเทศของเราชัดเจน คือ ตาต่อตา ฟันต่อฟัน การโจมตีต่ออิหร่านหรือโครงสร้างพื้นฐานของเรา จะนำไปสู่การตอบโต้ที่รุนแรงและเด็ดขาด และผู้ที่ให้การสนับสนุนการโจมตีก็จะถือเป็นเป้าหมายที่ชอบธรรมเช่นกัน"
กองบัญชาการร่วมของกองทัพอิหร่านยังเตือนว่า หากสหรัฐฯ ลงมือโจมตีโครงสร้างพื้นฐานจริง อิหร่านจะโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมัน ก๊าซ ไฟฟ้า และเศรษฐกิจในภูมิภาค พร้อมทั้งจะขัดขวางการส่งออกน้ำมันจนไม่สามารถส่งออกได้แม้แต่ "หยดเดียว"
การปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซเกือบทั้งหมดของอิหร่านได้ผลักดันให้เงินเฟ้อทั่วโลกสูงขึ้น ขณะที่ภัยคุกคามจากกลุ่มฮูตีบริเวณช่องแคบบับ เอล-มันเดบ (Bab el-Mandeb) ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 6 สัปดาห์
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
