รีเซต

เซเลนสกีปลด ผบ.สูงสุด หวังลดแรงกดดันประท้วง-ดึงนายทหารรุ่นใหม่นำสงคราม

เซเลนสกีปลด ผบ.สูงสุด หวังลดแรงกดดันประท้วง-ดึงนายทหารรุ่นใหม่นำสงคราม
TNN ช่อง16
22 กรกฎาคม 2569 ( 14:39 )

ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน สร้างความสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ด้วยการประกาศปลด พลเอกโอเล็กซานเดอร์ ซีร์สกี ออกจากตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุดของกองทัพยูเครน พร้อมแต่งตั้ง พลตรีมีคาอิโล ดราปาตี นายทหารสายเลือดใหม่วัย 43 ปี ขึ้นกุมบังเหียนกองทัพแทน การปรับโครงสร้างระดับบนสุดในครั้งนี้นับเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดตั้งแต่รัสเซียเปิดฉากบุกในปี 2022 ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงวิกฤตความขัดแย้งภายในกองทัพ และแรงกดดันอย่างหนักจากภาคประชาชน

ชนวนร้าว "คนสองรุ่น" สู่การประท้วงใหญ่ทั่วประเทศ

(พลเอกโอเล็กซานเดอร์ ซีร์สกี ผู้บัญชาการทหารสูงสุดที่ถูกปลด)

(พลตรีมีคาอิโล ดราปาตี ผู้บัญชาการทหารสูงสุดคนใหม่)

วิกฤตผู้นำครั้งนี้ก่อตัวขึ้นหลังจากที่เซเลนสกีมีคำสั่งปลด มิคาอิโล เฟโดรอฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมวัย 35 ปี ไปก่อนหน้านี้เพียงไม่กี่วัน การปลดเฟโดรอฟครั้งนั้น ได้จุดชนวนเหตุชุมนุมประท้วงจากประชาชนคนหนุ่มสาว เนื่องจากเฟโดรอฟได้รับการยกย่องให้เป็น "สัญลักษณ์แห่งความหวัง" จากผลงานการเร่งปราบปรามการทุจริต และความพยายามที่จะเปลี่ยนกองทัพยูเครนให้ทันสมัย ด้วยการนำเทคโนโลยี นวัตกรรม โดรน และหุ่นยนต์เข้ามาใช้แทนยุทธวิธีการรบแบบดั้งเดิม

( มิคาอิโล เฟโดรอฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมที่ถูกปลด)

กระแสข่าวยืนยันว่า เบื้องหลังการปลดอดีต รมว.กลาโหม มาจากความขัดแย้งที่ไม่อาจประนีประนอมได้ระหว่าง เฟโดรอฟ ผู้เป็นตัวแทนของแนวคิดสมัยใหม่ กับ พลเอกซีร์สกี ผบ.ทหารสูงสุด วัย 60 ปี ผู้ซึ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่ามีแนวทางการบัญชาการรบแบบ "ยุคโซเวียต" ที่เน้นการใช้กำลังพลจำนวนมากเข้าปะทะ และมีท่าทีต่อต้านการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างกองทัพ เมื่อความขัดแย้งลุกลามจนสร้างความแตกแยกทั้งในกองทัพและสังคม เซเลนสกีจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องปลดพลเอกซีร์สกีตามไปอีกคน เพื่อยุติการประท้วงและรักษาความเป็นเอกภาพของชาติในยามวิกฤต

เซเลนสกีได้แต่งตั้ง เยฟเฮนี คมารา อดีตเจ้าหน้าที่ระดับสูงจากหน่วยงานความมั่นคง ขึ้นเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมคนใหม่ ขณะเดียวกันก็พยายามเยียวยาความรู้สึกของมวลชนด้วยการทาบทามเฟโดรอฟให้กลับมารับตำแหน่งสำคัญอื่นในรัฐบาล ซึ่งยังต้องจับตาดูต่อไปว่าเขาจะตอบรับข้อเสนอนี้หรือไม่

(เยฟเฮนี คมารา รัฐมนตรีกลาโหมยูเครนคนใหม่)

ปลดรมว.กลาโหม-ผบ.สูงสุด .. กับทิศทางสงครามยูเครน?

การผลัดใบผู้นำทัพจาก "ซีร์สกี" สู่ "ดราปาตี" ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนตัวบุคคล แต่คือการ "เปลี่ยนผ่านหลักนิยมทางทหาร" ของยูเครน


1. เปลี่ยนจากการรบด้วย "กำลังคน" สู่ "สงครามเทคโนโลยี"  พลตรีดราปาตี ผบ.ทหารสูงสุดคนใหม่ มีประวัติผลงานโดดเด่นจากการเป็นผู้บัญชาการกองกำลังร่วมในสมรภูมิคาร์คิฟ และได้รับการยอมรับว่าเป็นนายทหารรุ่นใหม่ที่เปิดรับนวัตกรรม การขึ้นมาของเขา (ซึ่งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ที่เฟโดรอฟเคยวางไว้) จะทำให้กองทัพยูเครนหันมาทุ่มเทให้กับการทำสงครามอสมมาตร (Asymmetric Warfare) มากขึ้น เช่น การใช้ฝูงโดรนโจมตีระยะไกล ระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการระบุเป้าหมาย และหุ่นยนต์ทางการทหาร เพื่อลดการสูญเสียกำลังพล ซึ่งเป็นจุดอ่อนสำคัญของยูเครนที่มีประชากรน้อยกว่ารัสเซียมาก


2. การฟื้นฟูขวัญกำลังใจทหารในแนวหน้า พลเอกซีร์สกีมักถูกมองภาพลบจากทหารระดับปฏิบัติการ เนื่องจากยุทธวิธีการรบที่ถูกโจมตีว่านำทหารไปเสี่ยงตายโดยไม่จำเป็น การขึ้นมาของดราปาตี ซึ่งเป็นอดีตผู้บัญชาการรบที่คลุกคลีอยู่กับแนวหน้าและเข้าใจความเจ็บปวดของทหาร จะช่วยดึงขวัญกำลังใจของกองทัพกลับมาได้อย่างมาก ทหารจะรู้สึกเชื่อมั่นว่าผู้บังคับบัญชาเห็นคุณค่าของชีวิตพวกเขา และพร้อมจะใช้ยุทธวิธีที่ชาญฉลาดมากกว่าการส่งคนไปตายในสมรภูมิสนามเพลาะ

แม้การเปลี่ยนผ่านนี้จะเป็นผลดีในระยะยาว แต่ในระยะสั้น ยูเครนจะต้องเผชิญกับช่วงเวลาแห่งความเปราะบาง การปรับเปลี่ยนโครงสร้างผู้บัญชาการระดับสูงสุดท่ามกลางสงครามที่กำลังดำเนินอยู่ อาจทำให้เกิดความสับสนในการสั่งการ รัสเซียอาจฉวยโอกาสนี้ในช่วงที่สายการบังคับบัญชาของยูเครนกำลังปรับตัว เร่งเปิดฉากรุกคืบกดดันในสมรภูมิหลัก นอกจากนี้ รมว.กลาโหมคนใหม่ (คมารา) ยังต้องรีบพิสูจน์ตัวเองให้ชาติตะวันตกเห็นว่า ยูเครนยังคงโปร่งใสและพร้อมสานต่อนโยบายปราบปรามคอร์รัปชัน เพื่อรักษาการสนับสนุนทางอาวุธและการเงินเอาไว้ให้ได้

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง