ถึงเวลายกเครื่อง? "สุวรรณภูมิ" แก้ปัญหาสนามบินแออัด-คิวยาว หนุนการท่องเที่ยว

ลบภาพจำชาวโลก! สนามบินคิวยาว-แออัด ไทยเร่งยกเครื่อง "สุวรรณภูมิ" เพิ่ม Auto Gate พุ่ง 31 สัญชาติ รับนักเดินทางได้ไวขึ้น
สนามบินสุวรรณภูมิของไทย กำลังเข้าสู่ช่วงเวลาแห่งการยกเครื่องครั้งใหญ่ เพื่อยกระดับการให้บริการ ต้อนรับนักท่องเที่ยวได้ดีขึ้น เพราะสนามบินถือเป็นประตูสู่ประเทศไทย เป็นด่านแรกที่ต้องสร้างความประทับใจ
ลองนึกภาพตามถ้าหากเราจะไปเที่ยวที่ไหนแล้วต้องรอคิวนาน หรือเดินทางไปประเทศไหนแล้วต้องติดอยู่ในสนามบินนานๆ คนก็เบียด แถวก็ยาว คงไม่ใช่ความรู้สึกที่ดีนัก และอาจจะไม่อยากกลับมาอีกก็เป็นได้
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคนี้ที่โลกกำลังขับเคลื่อนด้วยโซเชียลมีเดีย หากเกิดภาพคิวยาว คนต่อแถวแออัดวุ่นวาย กลายเป็นไวรัล ก็อาจทำลายภาพลักษณ์ประเทศได้ในระยะยาว ท่ามกลางคู่แข่งในตลาดการท่องเที่ยว ที่กำลังดุเดือดแย่งชิงคน แย่งชิงรายได้อย่างร้อนแรง ซึ่งในขณะเดียวกันหากทุกอย่างเป็นไปด้วยดี ทั้งรวดเร็ว สะดวก ปลอดภัย และสะอาด คนก็มักจะชื่นชมและบอกต่อได้เช่นกัน
ถามว่าทำไมเราต้องพูดถึงเรื่องนี้? คำตอบคือ เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญระดับประเทศ และเป็นหัวใจของเศรษฐกิจในระดับโลก เพราะการเดินทางทางอากาศเชื่อมโยงทั้งการท่องเที่ยวและการค้าโลก ไม่ใช่แค่นักท่องเที่ยวต่างชาติ แต่ยังมีนักธุรกิจอีกมากมายที่เดินทางเข้ามาประเทศไทย และทั้งหมดนี้ ก็ยังหมายถึงเงินที่ไหลเข้าสู่ประเทศไทย และเงินเหล่านี้กำลังจะกระจายไปถึงมือทุกคน ไม่ทางตรงก็ทางอ้อม
ไทยต้องแก้ “คอขวด” สุวรรณภูมิ
ไทยจึงต้องเร่งแก้ไขปัญหาคอขวดในสนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อให้คนเดินทางเข้าและออกจากประเทศได้เร็วขึ้น และทำให้เงินไหลเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจได้เร็วขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการแก้ปัญหาคิว ตม. เพิ่ม Auto Gate ไปจนถึงการขยายพื้นที่ ขยายอาคารผู้โดยสาร รวมไปถึงร้านค้าและพื้นที่ธุรกิจรอบๆ สนามบิน
เป้าหมายครั้งนี้ไม่ใช่แค่ทำให้ “สนามบินดีขึ้น” แต่ต้องทำให้สุวรรณภูมิเป็นประตูที่พาคนและรายได้เข้าสู่ประเทศไทยได้มากขึ้น เพราะปัจจุบันนี้สนามบินสุวรรณภูมิไม่ใช่สนามบินธรรมดาๆ แต่เป็นสนามบินที่ต้องสู้และแข่งขันในระดับโลก
ปี 2568 มีผู้โดยสารใช้บริการถึง 62.90 ล้านคน และมีเที่ยวบินกว่า 370,000 เที่ยวบิน ขณะที่ปี 2569 คาดว่าจะมีผู้โดยสารประมาณ 61.85 ล้านคน ด้านการจัดอันดับ Skytrax 2026 ให้สุวรรณภูมิอยู่ที่อันดับ 36 ของโลก ขยับขึ้นจากอันดับ 39 ในปี 2568 แต่โจทย์ต่อไปคือ จะทำอย่างไรให้สนามบินที่มีผู้โดยสารกว่า 60 ล้านคนต่อปี รองรับคนได้มากขึ้นโดยไม่เกิดคอขวด และยังรักษามาตรฐานระดับโลกไว้ได้
จุดคอขวดสำคัญ อยู่ที่ ตม.
จุดที่สำคัญอย่างมากก็คือด่านตรวจคนเข้าเมือง เพราะในบางช่วง โดยเฉพาะช่วงไฮซีซั่นของไทย มีนักเดินทางพุ่งขึ้นมาเป็นแสนคนต่อวัน ช่วงโลว์ซีซั่น สุวรรณภูมิมีผู้โดยสารขาเข้าประมาณ 70,000-75,000 คนต่อวัน แต่ในช่วงพีก เวลา 14.00-17.00 น. มีผู้โดยสารเข้าสู่ ตม. ถึง 5,000-6,000 คนต่อชั่วโมง ส่วนช่วงไฮซีซั่นอาจเพิ่มเป็น 85,000-100,000 คนต่อวัน ดังนั้น หากคนทะลักเข้ามาพร้อมๆ กัน แต่กระบวนการตรวจยังใช้เวลาได้เท่าเดิม ก็จะทำให้แถวยาว คิวยาว และคนยืนกันแน่นแออัด
นอกจากนี้ ปัญหาก็ไม่ได้หยุดอยู่ที่ ตม. เพราะเมื่อคนออกจากสนามบินช้า ไปรับกระเป๋าช้า ไปขึ้นรถช้า เข้าโรงแรมช้า และเริ่มเที่ยวช้า สุดท้ายอาจกระทบหนักไปทั้งระบบ
เพิ่ม Auto Gate ลดเวลารอ
ทางออกที่เคาะมาแล้ว แก้เร่งด่วนเร็วที่สุด และเริ่มได้เลย คือ การเพิ่ม Auto Gate หรือช่องตรวจหนังสือเดินทางอัตโนมัติ โดยจากเดิมสนามบินมีใช้อยู่แล้ว แต่รองรับเพียง 3 กลุ่ม คือคนไทย สิงคโปร์ และฮ่องกง หลังจากนี้จะเพิ่มขึ้น โดยสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองได้เห็นชอบในหลักการให้เพิ่มสิทธิ์อีก 31 สัญชาติ และขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนการลงนาม คาดว่าจะสามารถดำเนินการได้ภายในสิ้นเดือนสิงหาคม 2569 โดยคัดเลือกจากข้อมูลด้านความเสี่ยงและความมั่นคง
การคัดเลือกสัญชาติพิจารณาจากสถิติการปฏิเสธเข้าเมือง ดัชนี Henley Passport Index และข้อกฎหมายความมั่นคง คาดเพิ่มผู้ใช้ Auto Gate ได้ราว 6.5 ล้านคน และผู้ถือวีซ่าระยะยาวอีก 900,000 คน
หากระบบเต็มประสิทธิภาพ ผู้โดยสารขาเข้าจะใช้ Auto Gate ได้ 53% อีก 47% ผ่านเจ้าหน้าที่ การเปิดใช้จะทยอยดำเนินการตามความพร้อมของระบบและข้อมูลชีวมิติ โดยผู้ที่เคยเข้าไทยมีข้อมูลในระบบจะใช้ได้ก่อน ผู้เดินทางครั้งแรกยังต้องจัดเก็บข้อมูลชีวมิติ
ถามว่า Auto Gate ดีอย่างไร คำตอบคือ “เร็ว” และช่วยลดภาระการตรวจด้วยเจ้าหน้าที่ เพราะใช้เวลาตรวจเฉลี่ยเพียงประมาณ 24-30 วินาทีต่อคน หากไม่พบประเด็นด้านความมั่นคง
TDAC ปลอม ปัญหาที่กระทบภาพลักษณ์ไทย
อีกหนึ่งเรื่องใหญ่ที่คนไทยอาจไม่รู้ คือปัญหา Thailand Digital Arrival Card หรือ TDAC ปลอม เรื่องนี้ดูเหมือนเป็นปัญหาของนักท่องเที่ยว แต่จริงๆ แล้วกระทบภาพลักษณ์ประเทศไทยโดยตรง เนื่องจากนักท่องเที่ยวบางรายถูกเว็บไซต์ปลอมหลอกให้จ่ายเงิน ทั้งที่ระบบ TDAC ทางการไม่มีค่าธรรมเนียม ทางออกคือเตรียมให้สายการบินแจ้งข้อมูลที่ถูกต้องตั้งแต่ก่อนเดินทาง พร้อมนำผู้โดยสารไปยังช่องทางทางการ
นอกจากนี้ รัฐบาลยังมองเรื่อง “ประสบการณ์ระหว่างรอ” เพิ่มด้วย เช่น ถ้าต้องรอ ก็ต้องรอให้ดีขึ้น ดังนั้นจึงจะมีการปรับพื้นที่พักคอย ระบบจัดการคิว รวมถึงแนวคิดนำความบันเทิงแบบไทยๆ เข้ามาผ่อนคลาย ไม่ว่าจะเป็นโขน หุ่นละครโจหลุยส์ หรือดนตรีพื้นบ้าน มาสร้างบรรยากาศในจุดที่เหมาะสม เพราะเป้าหมายไม่ใช่แค่ทำให้คนรอน้อยลง แต่ต้องทำให้ประสบการณ์ของคนที่เดินทางมาถึงประเทศไทยดีขึ้นด้วย
ขยายพื้นที่ รองรับคนให้มากขึ้น
ส่วนในอนาคตอันใกล้ คือการขยายและเพิ่มพื้นที่รองรับ เพื่อให้สนามบินไม่แออัด และมีความสะดวกสบายมากขึ้น แนวทางในระยะกลาง รัฐบาลได้ศึกษาความเป็นไปได้ในการเปิดจุดตรวจคนเข้าเมืองที่ Satellite Terminal เพื่อกระจายผู้โดยสารออกจากอาคารหลัก ช่วยลดการกระจุกตัว ลดแรงกดดันบริเวณ ตม. และเชื่อมผู้โดยสารที่ผ่าน ตม. แล้วไปยังจุดรับกระเป๋า นี่คือการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ ไม่ใช่แค่เพิ่มเจ้าหน้าที่ตอนคนเยอะ
ส่วนแนวทางระยะยาว คือการขยายสุวรรณภูมิครั้งใหญ่ เพราะหากประเทศไทยต้องการรับนักท่องเที่ยวมากขึ้น สุดท้ายก็ต้องเพิ่ม Capacity ของสนามบิน
แผนสำคัญจึงประกอบด้วย East Expansion เพิ่มขีดความสามารถรองรับผู้โดยสารเป็น 70 ล้านคนต่อปี ก่อสร้างช่วงปี 2570-2574
South Terminal เพิ่มขีดความสามารถรองรับผู้โดยสารเป็น 120 ล้านคนต่อปี ก่อสร้างช่วงปี 2572-2578
และ Runway 4 เพิ่มศักยภาพรองรับเที่ยวบินเป็น 120 เที่ยวบินต่อชั่วโมง คาดเปิดใช้งานปี 2583
“ประตูสู่เมืองไทย” คือประตูเศรษฐกิจ
“ประตูสู่เมืองไทย” สำคัญอย่างมาก เพราะสนามบินสุวรรณภูมิเชื่อมโยงไปถึงภาคการท่องเที่ยว และการท่องเที่ยวก็คือรายได้สำคัญของประเทศ ดังนั้น การยกเครื่องครั้งใหญ่และการยกระดับสนามบินสุวรรณภูมิ จึงไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของการแก้คิวหรือความแออัด แต่คือการเตรียมประเทศไทยให้พร้อมรับคนจากทั่วโลกมากขึ้น
เมื่อคนเดินทางสะดวกขึ้น เงินก็มีโอกาสไหลเข้าสู่ธุรกิจได้เร็วขึ้น ตั้งแต่โรงแรม ร้านอาหาร การเดินทาง แหล่งท่องเที่ยว ไปจนถึงร้านค้าและบริการต่างๆ และสุดท้ายรายได้เหล่านี้ก็จะกระจายต่อไปถึงคนไทย
เพราะฉะนั้น การแก้ “คอขวด” ที่สุวรรณภูมิ จึงไม่ใช่แค่การทำให้สนามบินดีขึ้น แต่คือการเปิดประตูให้ประเทศไทยรับทั้ง “คน” และ “รายได้” ได้มากขึ้นในอนาคต
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
