ศบก. เผยยอดอพยพแล้ว 952 คน เพิ่มรอบรับคนไทยในอิหร่าน 17 และ 25 มี.ค.

คืบหน้าเหตุสู้รบตะวันออกกลาง
นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงข่าวศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ถึงความคืบหน้าสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ว่า สถานการณ์โดยรวมยังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง มีการการโจมตีทางอากาศในหลายประเทศ โดยเฉพาะในอิหร่าน อิสราเอล และอิรัก
ขณะที่อิหร่าน ยังคงโจมตีทางอากาศไปยังกลุ่มประเทศคณะมนตรีความร่วมมือรัฐอ่าวอาหรับ(GCC) อิรัก และจอร์แดน โดยเฉพาะบริเวณท่าเรือ สนามบิน และโครงสร้างพื้นฐานพลังงาน นอกจากนี้สหรัฐและอิสราเอล ยังโจมตีโครงสร้างพื้นฐานทางทหารทั่วอิหร่าน ซึ่งรวมถึงจุดส่งออกน้ำมันดิบสำคัญของอิหร่านบนเกาะคาบ และมีรายงานด้วยว่า อิสราเอลโจมตีบริเวณใกล้พื้นที่ชุมนุมในกรุงเตหะราน
อย่างไรก็ตามเนื่องจากสถานการณ์ ยังมีความไม่แน่นอนกระทรวงการต่างประเทศ จึงแนะนำขอให้คนไทยพิจารณาเดินทางออกจากพื้นที่เสี่ยงโดยเร็วที่สุด คอยติดตามข่าวสารแล้วคำแนะนำจากช่องทางที่เป็นทางการของสถานเอกอัครราชทูตและกงสุลใหญ่ที่รับผิดชอบ รวมถึงลงทะเบียนแจ้งข้อมูลที่อยู่และช่องทางติดต่อให้กับสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ที่รับผิดชอบ
ความคืบหน้าการช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่
เมื่อเช้านี้ลูกเรือบรรทุกสินค้าไทย เรือมยุรีนารี 20 คน เดินทางถึงประเทศไทยแล้ว โดยมีผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศ ได้แก่ รองอธิบดีกรมการกงสุล และรองอธิบดีกรมสารนิเทศ และผู้แทนกระทรวงแรงงาน ได้แก่ลงอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ให้การต้อนรับที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งลูกเรือทั้งหมดมีขวัญและกำลังใจที่ดี ทั้งนี้การประสานงานเพื่อให้ความช่วยเหลือได้รับความสนับสนุนจากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมัสกัต สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองดูไบ และความร่วมมือจากทางการโอมาน และ UAE เป็นอย่างดี
ส่วนการช่วยเหลือและเร่งค้นหาลูกเรือไทยอีก 3 คน เมื่อวานนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทย ได้หารือทางโทรศัพท์ กับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน โดยฝ่ายไทยขอให้อิหร่าน สนับสนุนการให้ความช่วยเหลือคนไทย 3 คน ที่ยังติดค้างอยู่บนเรือมยุรีนารี และยังใช้โอกาสนี้ในการหารือ การอนุญาตให้เรือพาณิชย์ไทยเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างปลอดภัย พร้อมย้ำท่าทีของไทย ที่เรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกลับสู่กระบวนการเจรจาและการทูต เพื่อให้สถานการณ์จบลงด้วยสันติวิธีโดยเร็วที่สุด
กระทรวงการต่างประเทศ ขอให้พี่น้องประชาชน มั่นใจว่า กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงกลาโหม โดยกองทัพเรือ และสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมัสกัต เดินหน้าประสานงานใกล้ชิดกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามความคืบหน้าการปฏิบัติการค้นหา และเร่งรัดให้การช่วยเหลือในทันที
กรณีอิหร่าน แม้สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน ได้ตั้งที่ทำการชั่วคราวที่เมืองวาน ประเทศตุรกีแล้ว แต่ยังคงช่วยเหลือคนไทยในอิหร่าน พร้อมประกาศแจ้งเตือนสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดได้ประกาศแนวทางและความพร้อมในการอพยพคนไทยออกจากอิหร่าน หากมีความประสงค์โดยในชั้นนี้ได้กำหนดการอพยพเพิ่มเติมจำนวน 2 รอบ คือ วันที่ 17 และวันที่ 25 มีนาคม 2569 โดยขอให้ผู้ประสงค์เดินทาง แจ้งลงทะเบียนกับสถานเอกอัครราชทูต โดยเร็วที่สุด
ทั้งนี้ สถานเอกอัครราชทูต อาจจัดการรอบอพยพเพิ่มเติมตามความจำเป็นและความเหมาะสมของสถานการณ์ ขณะที่ภาพรวมสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ในพื้นที่ เดินหน้าอำนวยความสะดวกดูแล ให้คำแนะนำ และประสานงานกับสายการบิน พร้อมมอบสิ่งของจำเป็นในการยังชีพให้กับคนไทยที่ประสงค์เจริญทางกลับ ภายในพื้นที่ที่ยังสามารถทำการบินได้ รวมทั้งประสานงานกับหน่วยงานในประเทศที่ปิดน่านฟ้า ขออนุญาตเดินทางผ่านทางบกไปยังประเทศข้างเคียง หรือประเทศที่ 3 เพื่อให้คนไทยเดินทางปลอดภัย
อย่างไรก็ตามตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ดังกล่าว มีคนไทยที่ได้รับความช่วยเหลือเพื่อให้ออกจากประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลาง เราเดินทางกลับประเทศไทยแล้ว 952 คน รัฐบาลไทยยึดมั่นในการให้ความช่วยเหลือคนไทยในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบให้ออกจากพื้นที่อันตรายในโอกาสแรกด้วยความปลอดภัย
ส่วนสวัสดิภาพของลูกเรือไทยอีก 3 คน ที่เหลืออยู่ในเรือมยุรีนารี นั้น นายปาณิดล ระบุว่า ทางกระทรวงการต่างประเทศยังคงรอฟังข่าวอยู่ และติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยกระทรวงการต่างประเทศ ได้ประสานกับสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโอมาน และสถานเอกอัครราชทูตอิหร่านประจำประเทศไทยอย่างใกล้ชิด เช่นเดียวกับสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงมัสกัส พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างเต็มที่ แต่ขณะนี้ยังไม่ได้รับการยืนยันใดๆ จึงขอให้อดทนรอ
ส่วนภาพรวมการอพยพคนไทยประเทศอื่นๆในภูมิภาคตะวันออกกลาง นายปาณิดล กล่าวว่า จุดที่มีความท้าทายและยากลำบากที่สุดได้ผ่านพ้นไปแล้ว คือกรณีของการช่วยเหลือคนไทยในอิหร่าน ซึ่งเป็นจุดที่มีความอันตรายที่สุด และรัฐบาลมีนโยบายชัดเจนว่าต้องอพยพ ซึ่งคนไทยสองกลุ่มแรกเดินทางออกมาเรียบร้อยแล้ว ส่วนอีกสองกลุ่มที่กำลังจะอพยพกำลังจะตามออกมา
ขณะที่ ในพื้นที่อื่นๆ เรายึดหลักการอำนวยความสะดวกอย่างเต็มที่ โดยสรุปปัจจัยต่างๆประกอบกับความพร้อมของเที่ยวบิน การเปิดน่านฟ้า ส่วนกรณีที่ขอเปิดไม่ได้ ก็จะไปยังพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งสามารถดำเนินไปได้ด้วยดี ฉะนั้นยืนยันว่าหากมีสถานการณ์เราก็สามารถรับมือได้
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
