อังกฤษร้อนจัด โรงพยาบาลประกาศภาวะวิกฤต เครื่องมือแพทย์พัง ผู้ป่วยล้น

คลื่นความร้อนที่ถล่มทั่วทั้งภูมิภาคยุโรปตอนนี้ กระทบถึงระบบสาธารณสุขหลายประเทศแล้ว รวมถึงที่อังกฤษ หลังจากที่โรงพยาบาลหลายแห่งออกมาประกาศ “ภาวะวิกฤต” หลังได้รับผลกระทบจากคลื่นความร้อนรุนแรง ส่งผลให้ระบบสำคัญภายในโรงพยาบาลเกิดปัญหา ทั้งเครื่องมือแพทย์ ระบบทำความเย็น และระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ ขณะที่จำนวนผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ ทำให้บางพื้นที่เผชิญภาวะแออัดอย่างหนัก
แพทย์ในระบบบริการสุขภาพแห่งชาติอังกฤษ หรือ NHS เปิดเผยว่า อุณหภูมิที่พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์สร้างแรงกดดันต่อการให้บริการทางการแพทย์อย่างมาก โดยอุปกรณ์สำคัญหลายชนิดได้รับผลกระทบ เช่น เครื่องตรวจ MRI เครื่องฉายรังสีรักษามะเร็ง ระบบระบายความร้อน และระบบสนับสนุนภายในโรงพยาบาล
นอกจากนี้ สภาพอากาศร้อนจัดยังทำให้จำนวนผู้ป่วยที่เข้าห้องฉุกเฉินเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่มีอาการเป็นลม ขาดน้ำ และเจ็บป่วยจากความร้อน ส่งผลให้หลายโรงพยาบาลมีจำนวนผู้ป่วยเกินกว่าขีดความสามารถของเตียงที่รองรับได้
ผู้สูงอายุจำนวนมากถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลหลังหมดสติหรือเกิดภาวะขาดน้ำ ขณะที่ผู้ป่วยในต้องเผชิญสภาพแวดล้อมที่ร้อนอบอ้าว เนื่องจากโรงพยาบาลหลายแห่งในอังกฤษไม่ได้ออกแบบให้รองรับอากาศร้อนจัด และบางพื้นที่ไม่มีระบบปรับอากาศที่เพียงพอ
ซ้ำร้าย โรงพยาบาลหลายแห่ง “ไม่พร้อมรับมือ” กับสถานการณ์ดังกล่าว ทำให้ทั้งผู้ป่วยและบุคลากรต้องทำงานภายใต้สภาพแวดล้อมที่ยากลำบาก ทั้งในหอผู้ป่วย ห้องตรวจ และพื้นที่ส่วนกลางของโรงพยาบาล
นอกจากปัญหาด้านอาคารและอุปกรณ์แล้ว บุคลากรทางการแพทย์ยังต้องทำงานท่ามกลางความเหนื่อยล้า เนื่องจากประชาชนจำนวนมากนอนหลับได้ยากจากอากาศร้อน ขณะที่เจ้าหน้าที่บางส่วนไม่สามารถมาปฏิบัติงานได้ เพราะโรงเรียนบางแห่งต้องปิดจากสภาพอากาศรุนแรง
อากาศร้อนจัดยังส่งผลกับระบบเซิร์ฟเวอร์ไอทีของโรงพยาบาลยังเผชิญปัญหาความร้อนสูง จนเสี่ยงต่อการหยุดทำงาน เจ้าหน้าที่จึงต้องปิดคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ไม่จำเป็น รวมถึงลดการใช้พลังงานบางส่วน เพื่อป้องกันความเสียหายของระบบ
ที่โรงพยาบาล Queen Alexandra Hospital ในเมืองพอร์ตสมัธ มีการประกาศภาวะวิกฤตหลังระบบทำความเย็นล้มเหลว ส่งผลให้อุณหภูมิภายในโรงพยาบาลสูงขึ้น กระทบต่อพื้นที่สำคัญ เช่น ห้องผ่าตัด ห้องสวนหัวใจ และแผนกตรวจวินิจฉัยเฉพาะทาง ทำให้โรงพยาบาลบางแห่งต้องเลื่อนหรือยกเลิกการรักษาและนัดหมายบางส่วนออกไป และต้องเลือกรับการรักษาเฉพาะผู้ป่วยเคสฉุกเฉินเท่านั้น
นอกจากนี้ หน่วยบริการรถพยาบาลของอังกฟษ หรือ EMAS ก็ต้องประกาศภาวะวิกฤตเช่นเดียวกัน หลังมีจำนวนเหตุฉุกเฉินที่คุกคามชีวิตสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยได้รับแจ้งเหตุระดับรุนแรงที่สุด 642 ครั้ง ซึ่งรวมถึงผู้ป่วยหัวใจหยุดเต้นและผู้ที่หยุดหายใจ
แม้เจ้าหน้าที่ต้องเผชิญแรงกดดันอย่างมาก แต่ก็กำลังทำงานร่วมกับหน่วยงานด้านสุขภาพและการดูแลผู้ป่วย เพื่อสนับสนุนการรักษาและรักษาความพร้อมของรถพยาบาลให้เพียงพอ โดยทางโฆษกของ EMAS ต้งออกมาเรียกร้องให้ประชาชนช่วยลดการใช้บริการที่ไม่จำเป็น เพื่อให้รถพยาบาลสามารถเข้าถึงผู้ป่วยที่มีอาการวิกฤตและจำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนที่สุดได้ทันเวลา
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
