ฮ่องกงประกาศสงครามพลาสติก เปลี่ยนวิถีชีวิตคนทั้งเมือง แต่จะหยุดวิกฤตขยะได้จริงหรือ?

ฮ่องกงกำลังทำสงครามกับพลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้ง ตั้งแต่ร้านกาแฟข้างทางไปจนถึงโรงแรมห้าดาว เพื่อสกัดขยะที่ถาโถมสู่หลุมฝังกลบและทะเลในแต่ละวัน เมืองที่มีประชากรราว 7.5 ล้านคนทิ้งขยะพลาสติกประมาณ 2,000 ตันต่อวัน แต่รีไซเคิลได้เพียงราว 17% เท่านั้น
“เจียฮวา หว่อง” วัย 73 ปี คือหนึ่งในผู้คนจำนวนมากที่กำลังปรับตัวกับมาตรการห้ามใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งของฮ่องกง หว่องบอกว่า แนวคิดใช้วัสดุทดแทนเป็นเรื่องดี แต่หลอดกระดาษยุ่ยเร็วและทำให้ประสบการณ์การดื่มแย่ลง
ตั้งแต่เดือนเมษายน พ.ศ.2567 ทางการฮ่องกงสั่งห้ามร้านอาหาร ร้านค้า และโรงแรม แจกอุปกรณ์พลาสติกใช้ครั้งเดียว เช่น หลอด ช้อนส้อม และไม้คน เครื่องมือดังกล่าวเป็นเป้าหมายหลัก เพราะชาวฮ่องกงนิยมกินข้าวนอกบ้านหรือสั่งอาหารกลับบ้านหลายครั้งต่อสัปดาห์
ย้อนกลับไปในปี พ.ศ.2562 ชาวฮ่องกงหนึ่งคนทิ้งช้อนส้อมพลาสติกเฉลี่ยถึง 1,940 ชิ้นต่อปี ส่งผลให้มีขยะพลาสติกวันละราว 2,000 ตัน น้ำหนักเทียบเท่าเครื่องบินเจ็ตลำใหญ่หลายลำ พลาสติกส่วนใหญ่จบลงในหลุมฝังกลบยาวนานนับร้อยปี หรือแตกตัวเป็นไมโครพลาสติกในทะเลรอบเมือง
ฮ่องกงกำลังพยายามไล่ตามประเทศเพื่อนบ้านในเอเชีย ไต้หวันเริ่มลดการใช้ภาชนะใช้ครั้งเดียวทิ้งตั้งแต่ปี พ.ศ.2545 และตั้งเป้าแบนเต็มรูปแบบในปี พ.ศ.2573 ขณะที่เกาหลีใต้ห้ามใช้แก้วพลาสติกและกระดาษตั้งแต่ปี พ.ศ.2561 พร้อมแผนลดขยะระยะยาว ส่วนฮ่องกงเองยังอยู่ในช่วงถกเถียงมาตรการหลายด้าน
ภาคธุรกิจอาหารเคยกังวลว่าต้นทุนจะสูงขึ้นและลูกค้าหาย แต่สมาคมร้านอาหารระบุว่าผู้ประกอบการและผู้บริโภคเริ่มชิน ร้านใช้พลาสติกน้อยลง ประหยัดต้นทุน และลูกค้าบางส่วนก็พกภาชนะมาเอง
ทางการระบุว่า หลังมาตรการมีผลบังคับใช้ ร้านอาหารลดการใช้ช้อนส้อมใช้ครั้งเดียวได้ 30 ล้านชุด และคาดว่าจะลดได้มากกว่านั้นเป็นเท่าตัวในแต่ละปี โรงแรมก็ลดการใช้ขวดน้ำและของใช้พลาสติกได้กว่า 80% อย่างไรก็ตาม ยังมีร้านฝ่าฝืน โดยตรวจพบและออกคำเตือนหลายแห่ง และมีบางร้านถูกปรับ
สำหรับร้านขนาดเล็ก ต้นทุนยังเป็นปัญหา เจ้าของร้านอาหารจีนแห่งหนึ่งเผยว่า การเปลี่ยนไปใช้วัสดุทางเลือก เช่น กระดาษ ไม้ไผ่ หรือเส้นใยพืช ทำให้ต้นทุนต่อชุดอาหารเพิ่มขึ้นราว 2–3 ดอลลาร์ฮ่องกง หรือประมาณ 9–14 บาท ซึ่งสุดท้ายถูกผลักไปที่ผู้บริโภค
ผู้บริโภคจำนวนไม่น้อยบ่นถึงคุณภาพ วัสดุกระดาษรั่ว หลอดกระดาษยุ่ย ช้อนส้อมไม้แตกง่าย นักวิชาการบางคนชี้ว่าอาหารร้อนหรือมีน้ำมากทำให้ซอสซึมออกก่อนถึงบ้าน นำไปสู่การทิ้งอาหารเพิ่มขึ้น
โครงการยืม–คืนแก้วแบบใช้ซ้ำขององค์กรเอกชนในฮ่องกงช่วยลดการใช้แก้วใช้ครั้งเดียวไปแล้วกว่าหนึ่งแสนใบ ลดการปล่อยคาร์บอนได้หลายหมื่นกิโลกรัม แต่ต้นทุนการล้างต่อแก้วสูงถึงราว 4 ดอลลาร์ฮ่องกง หรือประมาณ 18 บาท ทำให้ยังขยายได้จำกัด หากไม่เกิดการสนับสนุนในระดับนโยบาย
แม้การใช้ซ้ำยังไม่แพร่หลาย แต่ประชาชนบางส่วนเริ่มพกช้อนส้อมหรือหลอดสแตนเลสเอง ทางการเองก็เริ่มโครงการสนับสนุน เช่น ร้านอาหารที่เข้าร่วมโครงการพกภาชนะมาเองกว่า 470 แห่ง และแอปให้รางวัลคนที่ปฏิเสธอุปกรณ์พลาสติก
อย่างไรก็ตาม การห้ามใช้ภาชนะใส่อาหารและแก้วพลาสติกสำหรับซื้อกลับบ้าน ซึ่งเป็นระยะถัดไปของมาตรการ เดิมตั้งเป้าเริ่มในปีนี้ แต่ยังไม่ประกาศกรอบเวลา ทางการเพียงระบุว่าจะทบทวนทางเลือกและออกแบบให้ดีขึ้น เพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย “ขยะเป็นศูนย์” และความเป็นกลางทางคาร์บอนในปี พ.ศ.2593
นักสิ่งแวดล้อมเรียกร้องให้รัฐกำหนดไทม์ไลน์ชัดเจน สนับสนุนอุตสาหกรรมสีเขียว โดยเฉพาะระบบใช้ซ้ำ พร้อมใช้แรงจูงใจ เช่น สิทธิประโยชน์ทางภาษี หรือให้หน่วยงานรัฐเป็นตัวอย่าง ด้านผู้ประกอบการย้ำว่า หากรัฐสั่งห้ามใช้สิ่งใด ต้องมีทางเลือกที่ใช้งานได้จริง เพราะการลดพลาสติก ไม่ใช่เรื่องของร้านใดร้านหนึ่ง แต่คือโจทย์ใหญ่ของทั้งฮ่องกง ว่าจะเดินไปให้ไกลกว่าการ “เปลี่ยนวัสดุ” และเปลี่ยนวิถีการใช้ทรัพยากรได้มากแค่ไหน
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
