"Starbucks" ญี่ปุ่นอาจเปลี่ยนเจ้าของ! จ่อขายกิจการมูลค่า 5 แสนล้านเยน

กาแฟดัง "Starbucks" ลุ้นขายกิจการในญี่ปุ่น มูลค่ากว่า 5 แสนล้านเยน
คอกาแฟทั่วโลกจับตา หลัง "Starbucks" กำลังพิจารณาทางเลือกใหม่สำหรับธุรกิจในญี่ปุ่น รวมถึงความเป็นไปได้ในการขายหุ้นกิจการบางส่วนหรือทั้งหมด มูลค่าสูงถึง 5 แสนล้านเยน สะท้อนการปรับยุทธศาสตร์ครั้งใหญ่ของเชนกาแฟชื่อดัง ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงและต้นทุนที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานโดยอ้างแหล่งข่าววงในว่า สตาร์บัคส์ (Starbucks) กำลังศึกษาทางเลือกหลายรูปแบบสำหรับการดำเนินธุรกิจในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งรวมถึงความเป็นไปได้ในการขายหุ้นกิจการบางส่วนหรือทั้งหมด โดยการประเมินมูลค่าธุรกิจอาจอยู่ที่ราว 400,000-500,000 ล้านเยน หรือประมาณ 2.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
รายงานระบุว่า หากมีการเปิดขายจริง ดีลดังกล่าวอาจได้รับความสนใจจากทั้งผู้ประกอบการธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มรายใหญ่ รวมถึงกองทุนไพรเวทอิควิตี้ที่กำลังมองหาโอกาสลงทุนในตลาดผู้บริโภคของญี่ปุ่น
หลังขายหุ้นจีน Starbucks เดินหน้าปรับพอร์ตธุรกิจเอเชีย
ความเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงไม่นาน หลังจาก Starbucks ปิดดีลขายหุ้นส่วนใหญ่ในธุรกิจประเทศจีนให้กับ Boyu Capital เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยดีลดังกล่าวประเมินมูลค่ากิจการในจีนไว้ที่ประมาณ 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
นักวิเคราะห์มองว่า การทบทวนโครงสร้างธุรกิจในญี่ปุ่นอาจเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ปรับพอร์ตการลงทุนในเอเชีย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและสร้างผลตอบแทนที่ดีขึ้นให้กับผู้ถือหุ้น
ยอดขายโต แต่กำไรยังถูกกดดันจากต้นทุน
แม้ Starbucks จะรายงานยอดขายรายไตรมาสที่เติบโตแข็งแกร่งที่สุดในรอบกว่า 2 ปีครึ่งเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา แต่บริษัทยังเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
ภายใต้แผนฟื้นฟูธุรกิจของ ไบรอัน นิกโคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนใหม่ บริษัทต้องลงทุนเพิ่มทั้งด้านบุคลากร การพัฒนาร้าน และการยกระดับประสบการณ์ลูกค้า ส่งผลให้นักลงทุนยังคงตั้งคำถามว่ากำไรของ Starbucks จะกลับมาเติบโตได้เร็วเพียงใด
ญี่ปุ่น หนึ่งในตลาดต่างประเทศที่สำคัญที่สุดของ Starbucks
ญี่ปุ่นถือเป็นหนึ่งในตลาดต่างประเทศที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดของ Starbucks โดยบริษัทเริ่มเข้ามาดำเนินธุรกิจผ่านบริษัทร่วมทุนกับพันธมิตรท้องถิ่นอย่าง Sazaby League ตั้งแต่ปี 2538
ต่อมาในปี 2557 Starbucks ได้เข้าซื้อหุ้นที่เหลือทั้งหมดของ Starbucks Coffee Japan จนกลายเป็นเจ้าของกิจการ 100% และบริหารธุรกิจในญี่ปุ่นโดยตรงนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
การที่บริษัทกลับมาพิจารณาทางเลือกด้านโครงสร้างผู้ถือหุ้นอีกครั้ง จึงถูกมองว่าเป็นสัญญาณสำคัญของการปรับยุทธศาสตร์ระดับโลกในช่วงที่อุตสาหกรรมร้านกาแฟกำลังเผชิญความท้าทายทั้งจากต้นทุน การแข่งขัน และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
