ธอส.แกร่งสำรองสูง160% รับมือเศรษฐกิจผันผวน

#ธอส. #ทันหุ้น - ธอส.มั่นใจฐานะการเงินแข็งแกร่ง รับมือความผันผวนทางเศรษฐกิจที่อาจเกิดจากสงครามตะวันออกกลาง –การใช้มาตรฐานบัญชีใหม่ปี 2570 เผยยอดกันสำรองหนี้สงสัยจะสูญ 160% สูงเป็นอันดับ 4 ของระบบ เชื่อตลาดสินเชื่อบ้านยังมีดีมานด์ เป้าปล่อยสินเชื่อปีนี้ 2.46 แสนล้านบาท
นายมหัทธนะ อัมพรพิสิษฐ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) กล่าวว่า ธนาคารมีความมั่นคงเพียงพอในการรองรับวิกฤติเศรษฐกิจที่อาจจะเกิดขึ้นจากสงครามในตะวันออกกลาง ซึ่งปัจจุบันธนาคารมีการกันสำรองหนี้สงสัยจะสูญ ถึง 160% ถือว่าสูงเป็นอันดับที่ 4 ในระบบธนาคารพาณิชย์ในประเทศ นอกจากนั้นสินเชื่อที่ปล่อยออกไป ล้วนมีหลักประกัน ไม่ใช่ Clean Loan และแม้ว่า ธนาคารจะเข้าสู่มาตรฐานบัญชีใหม่ในปี 2570 ระดับการกันสำรองก็จะไม่ลดลงมากนัก
*เดินหน้าปล่อยสินเชื่อ
ทั้งนี้ ธอส.เป็นธนาคารของรัฐ มีพันธกิจที่จะให้คนไทยเข้าถึงสินเชื่อบ้านในระบบให้ได้มากที่สุด โดยเฉพาะคนรายได้น้อยและกลุ่มเปราะบาง ดังนั้น เงื่อนไขการปล่อยสินเชื่อของธนาคารจึงมีความยืดหยุ่นมากกว่าธนาคารพาณิชย์ทั่วไป ซึ่งผลให้แม้ว่าปีที่แล้ว สินเชื่อที่อยู่อาศัยของระบบสถาบันการเงินในประเทศ จะขยายตัวติดลบ แต่ธอส.ยังสามารถขยายสินเชื่อเป็นบวกได้
สำหรับในปี 2568 ธอส.ตั้งเป้าหมายในการปล่อยสินเชื่อบ้าน ที่ 2.42 แสนล้านบาท แต่ทำได้จริง 2.47 แสนล้านบาท ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากมาตรการส่งเสริมของภาครัฐที่ทำให้ช่วงปลายปีมีการอนุมัติสินเชื่อสูงขึ้น ส่วนในปีนี้ ธอส.ตั้งเป้าสินเชื่อ 2.46 แสนล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายในปีที่แล้ว 1%
โดยธนาคารได้เตรียมรองรับผลกระทบจากสงคราม เพราะหากสงครามมีความยืดเยื้อ ผลักดันให้ราคาพลังงานสูงขึ้น จะส่งผลกระทบต่อต้นทุนของทุกอย่าง และผลักดันให้ระดับเงินเฟ้อสูงขึ้น และในท้ายที่สุดส่งผลกระทบต่อลูกหนี้เงินกู้ของธนาคาร
*ดูแลลูกค้า
ขณะเดียวกัน สินเชื่อที่อยู่อาศัยยังได้รับผลกระทบจากภาระหนี้ครัวเรือนในประเทศที่อยู่ในระดับที่สูง ดังนั้น ธอส.จึงเข้าไปดูแลลูกค้าตั้งแต่ เริ่มขอสินเชื่อว่าลูกค้าแต่ละรายมีความสามารถในการผ่อนชำระได้แค่ไหน หากเครดิตยังไม่ดีพอ ธนาคารก็มีโครงการธนาคารโรงเรียน เพื่อฝึกวินัยการออมของลูกค้า 1 ปี หากมีวินัยดีก็สามารถเข้าสู่ระบบสินเชื่อได้ต่อ ขณะที่หากลูกค้ารายใดที่เริ่มจะมีปัญหา ก็เข้าไปช่วยก่อน เพื่อไม่ให้เป็น NPL
“หน้าที่ของเรานอกจากให้คนไทยมีบ้าน แล้วยังต้องดูแลเซ็คเตอร์ที่อยู่อาศัยให้มั่นคง เพื่อให้เป็นเครื่องยนต์ให้เศรษฐกิจสามารถเติบโตได้ ขณะที่การเตรียมรับผลกระทบจากสงครามนั้น ธนาคารยังวางแผนที่จะลดต้นทุนค่าใช้จ่ายของธนาคาร เช่น การมีมาตรการประหยัดพลังงานและมาตรการ WFH เป็นต้น”
สำหรับภาพรวมของภาคอสังหาริมทรัพย์ว่า ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) ได้ระบุว่า ภาคอสังหาริมทรัพย์ได้ถึงจุดต่ำสุดแล้ว แต่เป็นการวิเคราะห์ก่อนที่จะมีสงคราม แต่อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าภาคอสังหาริมทรัพย์ จะค่อยๆ ฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป เนื่องจากในตลาดยังมีดีมานด์
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
