แกะปม‘สารัชถ์’ถือMINT ธุรกิจแกร่ง-กำไรโตยาว

#สารัชถ์ #กัลฟ์ โฮลดิ้งส์ #MINT #ทันหุ้น - “สารัชถ์ รัตนาวะดี” ขยายพอร์ตลงทุน ส่ง กัลฟ์ โฮลดิ้งส์ (ประเทศไทย) ถือหุ้น MINT 39.33 ล้านหุ้น เป็นผู้ถือหุ้นอันดับ 16 ด้านนักวิเคราะห์ มองสาเหตุหลักเพื่อลงทุน หลังแวลูเอชันอยู่ระดับต่ำ ขณะที่กำไรแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง ทั้งธุรกิจโรงแรม-อาหาร แถมเตรียมสปินออฟ “ไมเนอร์ ฟู้ด” เข้าจดทะเบียนในตลท. คาดครึ่งปีหลังเตรียมตั้งกองรีทมูลค่า 4-5 หมื่นล้านบาท ดันฐานะการเงินแกร่ง
ความเคลื่อนไหวราคาหุ้นของ บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MINT วานนี้ (12 พ.ค.) ปรับตัวขึ้นเด่นในช่วงบ่ายทำให้ราคาขึ้นไปแตะระดับสูงสุดที่ 22.30 บาทต่อหุ้น ก่อนจะกลับมาปิดตลาดที่ระดับ 21.70 เพิ่มขึ้น 0.60 บาทต่อหุ้น หรือ 2.84% ตอบรับกรณีที่พบ บริษัท กัลฟ์ โฮลดิ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด เข้ามาถือหุ้นเป็นผู้ถือหุ้นอันดับที่ 16
@ขยายพอร์ตลงทุน
โดยบริษัท กัลฟ์ โฮลดิ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด ประกอบธุรกิจลงทุนในกิจการอื่น (โฮลดิ้ง คอมพานี) เป็นบริษัทส่วนตัวของ นายสารัชถ์ รัตนาวะดี ผู้ถือหุ้นใหญ่ของ บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF ซึ่ง
ผ่านมา นายสารัชถ์ ได้มีการนำ บริษัท กัลฟ์ โฮลดิ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด (บริษัทส่วนตัว) และ บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF เดินหน้าลงทุนอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมเสาหลักทางธุรกิจ ทั้ง 1.พลังงาน โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติและพลังงานหมุนเวียน 2. โครงสร้างพื้นฐาน ท่าเรืออุตสาหกรรม มาบตาพุด และแหลมฉบัง 3.ดิจิทัลและโทรคมนาคม เช่น ADVANC , THCOM และ Data Center รวมถึงคริปโทเคอร์เรนซี (ไบแนนซ์ไทย) 4.การเงิน ผ่านการถือหุ้น KBANK การให้ ADVANC ลงทุนร่วมกับพันธมิตรใน Virtual Bank และ 5. โรงแรม อาหาร และไลฟ์สไตล์ ซึ่งล่าสุดเข้าลงทุนใน MINT
จากการตรวจสอบข้อมูลล่าสุดพบว่า กัลฟ์ โฮลดิ้งส์ เข้าถือหุ้น MINT จำนวน 39.3 ล้านหุ้น (0.69%) โดยติดอันดับผู้ถือหุ้นใหญ่ลำดับที่ 16 เพื่อรุกเข้าสู่ธุรกิจโรงแรมและร้านอาหารระดับโลก
ขณะที่ธุรกิจการเงินและธนาคาร GULF ทยอยสะสมหุ้น KBANK จนกลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 1 (ไม่รวมไทยเอ็นวีดีอาร์) โดยถือหุ้นจำนวนประมาณ 236.8 ล้านหุ้น หรือ 9.99% ส่วน ADVANC ถือหุ้น 40.44% เป็นการลงทุนเชิงยุทธศาสตร์ที่สร้างรายได้เงินปันผลหลักให้กับกลุ่ม
นอกจากนี้ยังมีการร่วมทุนในธุรกิจ Data Center และ Cloud ร่วมกับพันธมิตรระดับโลกอย่าง Google และ Singtel รวมถึงรุกธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลผ่าน Gulf Binance นับเป็นการกระจายความเสี่ยงไปยังธุรกิจที่มีรายได้หมุนเวียนจากหลายอุตสาหกรรม แสดงให้เห็นถึงกลยุทธ์การช็อปของดีราคาถูกของนายสารัชถ์
@ราคาหุ้น MINT ถูก
นักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า การที่ บริษัท กัลฟ์ โฮลดิ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด เข้ามาถือหุ้น MIMT สาเหตุหลักๆ มาจากราคาหุ้น (Valuation) ต่ำ เมื่อเทียบกับปัจจัยพื้นฐานของบริษัทในอุตสาหกรรมเดียวกัน ทั้งมี P/E ต่ำเพียง 12 เท่า P/BV และกำไรมีการเติบโตทุกปี รวมถึงยังมีการจ่ายเงินปันผล แม้จะไม่มากก็ตาม โดยในครึ่งปีหลัง 2569 มีแผนขายสินทรัพย์เข้ากองทรัสต์ (REIT) มูลค่ากองประมาณ 40,000 - 50,000 ล้านบาท เพื่อนำเงินมาลดภาระหนี้สิน ซึ่งจะเป็นปัจจัยบวกกับ MINT ที่ช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางการเงิน โดยฝ่ายวิจัยแนะนำซื้อ MINT ประเมินราคาเป้าหมายไว้ที่ 30.50 บาทต่อหุ้น
นักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) กล่าวกับ “ทันหุ้น” ว่า การที่บริษัท กัลฟ์ โฮลดิ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด เข้ามาถือหุ้น MINT มองว่าเป็นนักลงทุนรายหนึ่ง ที่คาดหวังผลตอบแทนระยะยาว ซึ่งมองเป็นสัญญาณบวกที่ดี ประกอบกับราคาหุ้นอยู่ที่ระดับที่ต่ำมี P/E เพียง 12-13 เท่า และเป็นบริษัทที่มีการเติบโตต่อเนื่องในระยะยาว ซึ่ง MINT ตั้งเป้าการเติบโตของกำไรสุทธิเฉลี่ย (CAGR) ใน 3 ปีข้างหน้าไว้ที่ 15% ต่อปี มีพอร์ตโรงแรมและอาหารกระจายทั่วโลก
โดยธุรกิจโรงแรมรับผลดีจากอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่เป็นขาขึ้นทั่วโลก โดยผลดำเนินงานในไตรมาส 2 เติบโตที่ดี โดยเฉพาะ โรงแรมในยุโรปที่ไตรมาส 2 เป็นไฮซีซันคาดว่ารายได้เฉลี่ยต่อห้อง (RevPAR) จะเติบโตได้ราว 2-3% จากความต้องการเข้าพักยังแข็งแกร่ง ส่วนโรงแรมในไทยยังเติบโตได้จากการปรับราคาห้องพักหลังการปรับปรุงโรงแรม
@ถือลงทุนระยะยาว
ด้านธุรกิจอาหาร มีแบรนด์ที่แข็งแกร่ง และยังเติบโตต่อเนื่องทั้งในไทย จีน และสิงคโปร์ โดยมีแผนจะเน้นการขายแฟรนไชส์มากขึ้น เพื่อลดภาระการลงทุน และมีแผนในอนาคตที่จะนำธุรกิจอาหาร เสนอขายหุ้น IPO และเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ นอกจากนี้ MINT มีแผนเพิ่มรายได้ประจำ จากการรับจ้างบริหารโรงแรม (ซึ่งมีกำไรดี) เป็น 5% จากปัจจุบันที่มีเพียง 1-2%
สำหรับกลยุทธ์การลงทุน นักลงทุนสามารถลงทุนระยะยาวในหุ้น MINT ได้จากปัจจัยบวกที่กล่าวไปข้างต้น โดยฝ่ายวิจัยยังคงแนะนำ “ซื้อ” ให้ราคาเป้าหมายที่ 33.50 บาทต่อหุ้น
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
