ปม "ทับลาน" ถึงทางออก? ย้อน 50 ปีความขัดแย้ง ก่อนมติปรับแนวเขตครั้งประวัติศาสตร์

ทำไม "ทับลาน" จึงเป็นปัญหาที่แก้ไม่จบมานานกว่าครึ่งศตวรรษ
ชื่อของ "อุทยานแห่งชาติทับลาน" กลับมาอยู่ในความสนใจอีกครั้ง หลังคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ มีมติเห็นชอบแนวทางปรับปรุงแนวเขตพื้นที่ เพื่อแก้ไขปัญหาการใช้ประโยชน์ที่ดินที่ยืดเยื้อมานานหลายสิบปี
สำหรับหลายคน อาจเข้าใจว่าเป็นการ "ลดพื้นที่อุทยาน" หรือ "คืนป่าให้ชาวบ้าน" แต่ในข้อเท็จจริง ปัญหาทับลานมีความซับซ้อนมากกว่านั้น เพราะเป็นผลสะสมจากนโยบายของรัฐหลายยุคหลายสมัย ที่เกิดขึ้นก่อนและหลังการประกาศอุทยานแห่งชาติ
หัวใจของปัญหาคือ พื้นที่จำนวนไม่น้อยมีประชาชนอาศัยอยู่ก่อนการประกาศเขตอุทยาน ขณะเดียวกันรัฐเองก็เคยมีนโยบายจัดสรรที่ดิน ส่งเสริมการตั้งถิ่นฐาน และโครงการด้านความมั่นคงในพื้นที่เดียวกัน
เมื่อเวลาผ่านไป แนวเขตจากหลายหน่วยงานกลับซ้อนทับกัน จนประชาชนจำนวนหนึ่งตกอยู่ในสถานะ "อยู่ในพื้นที่ป่าอนุรักษ์" แม้จะได้รับการส่งเสริมหรือได้รับสิทธิจากรัฐมาก่อน
ย้อนจุดเริ่มต้น จากป่าผืนใหญ่สู่พื้นที่พิพาท
พื้นที่ทับลานครอบคลุมบางส่วนของจังหวัดนครราชสีมา ปราจีนบุรี และสระแก้ว เป็นผืนป่าที่มีความสำคัญทางระบบนิเวศ และต่อมาได้รับการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติทับลาน เมื่อปี 2524
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านั้นหลายพื้นที่มีชุมชนตั้งถิ่นฐานอยู่แล้ว รวมถึงมีนโยบายของรัฐที่ส่งเสริมให้ประชาชนเข้าใช้ประโยชน์ในพื้นที่
โดยเฉพาะในช่วงทศวรรษ 2510-2530 ซึ่งรัฐบาลดำเนินโครงการต่าง ๆ เพื่อความมั่นคงของประเทศและการจัดที่ดินทำกินให้ประชาชน ส่งผลให้เกิดการตั้งถิ่นฐานในหลายพื้นที่ที่ต่อมากลายเป็นส่วนหนึ่งของเขตอุทยานแห่งชาติ
เมื่อมีการสำรวจและกำหนดแนวเขตในเวลาต่อมา จึงเกิดพื้นที่ทับซ้อนระหว่างสิทธิของประชาชนกับพื้นที่อนุรักษ์
ไทม์ไลน์สำคัญของปัญหาทับลาน
พ.ศ. 2520
คณะรัฐมนตรีเห็นชอบโครงการหมู่บ้านตัวอย่างไทยสามัคคี เพื่อจัดสรรพื้นที่รองรับประชาชนในบางพื้นที่
พ.ศ. 2524
ประกาศจัดตั้งอุทยานแห่งชาติทับลาน ครอบคลุมพื้นที่ป่าขนาดใหญ่ในภาคตะวันออกและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
พ.ศ. 2535
รัฐบาลมีมติสนับสนุนโครงการด้านความมั่นคงและการจัดที่ดินทำกินให้ประชาชนในบางพื้นที่ ซึ่งบางส่วนอยู่ในแนวเขตที่ภายหลังถูกกำหนดเป็นพื้นที่อนุรักษ์
พ.ศ. 2540-2565
เกิดข้อพิพาทด้านสิทธิที่ดิน การร้องเรียน และคดีความเกี่ยวกับการครอบครองพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
14 มีนาคม 2566
คณะรัฐมนตรีเห็นชอบแนวทางตามข้อเสนอของคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) เพื่อแก้ไขปัญหาแนวเขตทับซ้อนระหว่างหน่วยงาน
15 มิถุนายน 2569
คณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ มีมติเห็นชอบแนวทางปรับปรุงแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน และเสนอทบทวนมติ ครม. เดิม เพื่อจัดระเบียบพื้นที่ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
มติล่าสุด ปรับพื้นที่ 265,286 ไร่ อย่างไรบ้าง
คณะกรรมการอุทยานแห่งชาติแบ่งพื้นที่ที่เกี่ยวข้องออกเป็น 5 กลุ่ม เพื่อกำหนดแนวทางบริหารจัดการที่แตกต่างกัน
กลุ่มที่ 1 พื้นที่ ส.ป.ก. 53,416 ไร่
เป็นพื้นที่ที่ประชาชนได้รับสิทธิภายใต้กฎหมายปฏิรูปที่ดินแล้ว
คณะกรรมการเห็นควรปรับออกจากแนวเขตอุทยาน และส่งมอบให้สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) เป็นผู้ดูแล
กลุ่มที่ 2 หมู่บ้านตัวอย่างไทยสามัคคี 8,328 ไร่
เป็นพื้นที่ที่จัดตั้งขึ้นตามนโยบายรัฐในอดีต
แนวทางคือส่งต่อให้ ส.ป.ก. บริหารจัดการเช่นเดียวกัน
กลุ่มที่ 3 พื้นที่โครงการเพื่อความมั่นคง 87,500 ไร่
ประกอบด้วยพื้นที่ตามโครงการ พมพ. และ คจก.
พื้นที่ที่ยังไม่มีเอกสาร ส.ป.ก.4-01 จะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาตามแนวทางของคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ
กลุ่มที่ 4 พื้นที่ราษฎรนอกเขต ส.ป.ก. 109,420 ไร่
นี่คือพื้นที่ที่ถูกจับตามากที่สุด
คณะกรรมการมีมติให้คงสถานะเป็นอุทยานแห่งชาติทับลานต่อไป และใช้มาตรา 64 แห่ง พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2562 ในการพิสูจน์สิทธิของประชาชนที่อยู่อาศัยมาก่อนการประกาศเขตอุทยาน
ปัจจุบันมีผู้ผ่านการสำรวจแล้วประมาณ 5,200 ราย และตั้งเป้าดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 6 เดือน
กลุ่มที่ 5 พื้นที่ราชพัสดุทางทหาร 6,621 ไร่
เป็นการปรับแนวเขตให้สอดคล้องกับการใช้ประโยชน์ในราชการ
รัฐบาลย้ำ ไม่ใช่การยกเลิกอุทยานแห่งชาติ
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ระบุว่า กระแสข่าวที่ระบุว่ามีการยกเลิกอุทยานแห่งชาติทับลานทั้งหมดนั้นไม่ตรงกับข้อเท็จจริง
เนื่องจากการดำเนินการครั้งนี้เป็นการจัดระเบียบพื้นที่ที่มีข้อพิพาทและทับซ้อนกันมายาวนาน เพื่อให้เกิดความชัดเจนทั้งในด้านการอนุรักษ์และสิทธิของประชาชน
ขณะเดียวกัน ยังมีแผนสำรวจพื้นที่เพิ่มเติมประมาณ 86,966 ไร่ เพื่อพิจารณาประกาศเป็นพื้นที่อุทยานแห่งชาติในอนาคต
แล้วพื้นที่มรดกโลกจะได้รับผลกระทบหรือไม่?
อีกหนึ่งข้อกังวลสำคัญคือ อุทยานแห่งชาติทับลานเป็นส่วนหนึ่งของผืนป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติจากยูเนสโก
กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ยืนยันว่า แนวทางที่กำลังดำเนินการไม่ได้กระทบต่อคุณค่าโดดเด่นสากลของพื้นที่มรดกโลก และมีการรายงานความคืบหน้าให้คณะกรรมการมรดกโลกได้รับทราบอย่างต่อเนื่อง
ปมสำคัญที่ยังต้องติดตาม
แม้มติครั้งนี้จะถูกมองว่าเป็นความพยายามครั้งใหญ่ในการคลี่คลายความขัดแย้งที่ยืดเยื้อมานานหลายสิบปี แต่ยังมีหลายประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
การพิสูจน์สิทธิของประชาชนกว่า 5,000 รายจะแล้วเสร็จตามกรอบเวลาหรือไม่
กระบวนการคัดกรองจะสามารถป้องกันการสวมสิทธิได้มากน้อยเพียงใด
การขยายพื้นที่อุทยานใหม่ 86,966 ไร่ จะเกิดขึ้นจริงหรือไม่
การดำเนินคดีกับผู้บุกรุกพื้นที่ป่าที่ยังอยู่ในกระบวนการยุติธรรมจะเป็นอย่างไร
ขณะที่กรมอุทยานฯ ยืนยันชัดเจนว่า คดีบุกรุกพื้นที่ป่าที่เกิดขึ้นก่อนการปรับแนวเขตยังต้องดำเนินการตามกฎหมายต่อไป และพื้นที่ที่กำลังจะถูกส่งมอบให้หน่วยงานอื่นจะไม่รับรองสิทธิแก่ผู้ที่อยู่ระหว่างการถูกดำเนินคดี
มติปรับแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลานครั้งนี้ ถือเป็นความพยายามแก้ไขปัญหาที่สะสมมายาวนานกว่า 50 ปี จากความไม่สอดคล้องกันของนโยบายรัฐในอดีต
เป้าหมายสำคัญคือการแยกพื้นที่อนุรักษ์ออกจากพื้นที่ที่ประชาชนได้รับสิทธิหรือเข้าอยู่อาศัยมาก่อน เพื่อให้การบริหารจัดการที่ดินมีความชัดเจนมากขึ้น ลดข้อพิพาทระหว่างรัฐกับประชาชน และรักษาทรัพยากรธรรมชาติควบคู่ไปกับการดูแลสิทธิของคนในพื้นที่
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
