พณ. นำคณะตรวจร้านวัสดุก่อสร้าง กทม.-ต่างจังหวัด กำชับห้ามฉวยโอกาสขึ้นราคา

นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน นำคณะลงพื้นที่ตรวจติดตามสถานการณ์การจำหน่ายสินค้าวัสดุก่อนสร้าง ณ ไทวัสดุ จ.นนทบุรี เปิดเผยว่า “ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายพิชัย นริพทะพันธุ์ ได้สั่งการให้กรมการค้าภายในเร่งดำเนินมาตรการติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคและที่สำคัญราคาวัสดุก่อสร้างและอุปกรณ์ซ่อมแซมบ้านเรือนและอย่างใกล้ชิด หลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมา โดยเน้นย้ำให้ป้องกันการฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้า ให้มีสินค้าจำหน่ายอย่างเพียงพอ และให้รายงานผลการตรวจสอบอย่างต่อเนื่องเพื่อให้มั่นใจว่าประชาชนจะได้รับความเป็นธรรม กรมฯ ได้ดำเนินมาตรการเร่งด่วนในการควบคุมราคาวัสดุก่อสร้างและอุปกรณ์ซ่อมแซมบ้าน เพื่อไม่ให้เกิดการขึ้นราคาที่ไม่เป็นธรรม โดยเฉพาะวัสดุที่จำเป็นสำหรับการซ่อมแซมบ้าน เช่น ปูนซีเมนต์ เหล็ก กระเบื้อง และวัสดุฉาบผิว ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการฟื้นฟูบ้านเรือนของประชาชนที่ได้รับความเสียหายจากแผ่นดินไหว
นายวิทยากร กล่าวเพิ่มเติมว่า “กรมได้ประสานงานกับผู้ประกอบการทุกภาคส่วนเพื่อให้มีสต๊อกสินค้าที่เพียงพอ และขอความร่วมมือจากห้างร้านต่าง ๆ ในการจัดโปรโมชั่นลดราคาสินค้าและให้บริการตรวจสอบความเสียหายของบ้านเรือนฟรี โดยทุกห้างได้ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี โดยวันนี้ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์ที่ห้างไทวัสดุ สาขานครอินทร์ พบว่ามีการเตรียมความพร้อมทั้งในเรื่องของสต๊อกสินค้าและราคาที่ยังคงอยู่ในระดับปกติ พร้อมทั้งมีการลดราคาสินค้าหลายรายการ
สำหรับรายการสินค้าที่อยู่ในโปรโมชั่นลดราคานั้น เช่น สีทาบ้านลดราคา 20 % น้ำยาประสานคอนกรีต ใช้เพื่อประสานปูนเก่าและปูนใหม่ ลดราคา 17% ปูนซ่อมแซมโครงสร้าง ลดราคา 25% สีโป๊ ลดราคา 18% กาวยาแนวอะคิลิก ลดราคา 50% นอกจากนี้ยังส่งทีมเจ้าหน้าที่กรมตรวจสอบในห้างที่จำหน่ายวัสดุก่อสร้างในอีกหลาย ๆ ที่ ซึ่งเป็นไปในแนวทางเดียวกัน ในส่วนของการจำหน่าย ทราบจากทางผู้จำหน่ายว่า ในช่วงนี้มีปริมาณเพิ่มขึ้นประมาณ 50% แต่ยังไม่ถึงกับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งการจำหน่ายเป็นไปตามปกติ”
“ขอให้ผู้ประกอบการห้างร้าน หรือร้านจำหน่ายสินค้าทุกประเภท ต้องมีการปิดป้ายแสดงราคาให้ชัดเจน เพื่อให้ประชาชนได้เปรียบเทียบราคาก่อนซื้อ หากพบการกระทำผิด เช่น การไม่แสดงราคาสินค้าหรือไม่ปิดป้ายราคาสินค้า จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด โดยการปรับไม่เกิน 10,000 บาท และหากพบการขายสินค้าในราคาที่สูงเกินไป อาจมีโทษจำคุกสูงสุด 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท โดยประชาชนสามารถร้องเรียนการกระทำผิดได้ที่สายด่วน 1569, ไลน์ @MR.DIT หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทุกแห่ง โดยขณะนี้ยังไม่มีการร้องเรียนเกี่ยวกับการปรับขึ้นราคาสินค้าวัสดุก่อสร้างแต่อย่างใด และกรมยังติดตามสถานการณ์การจำหน่ายสินค้าต่าง ๆ อย่างใกล้ชิดเพื่อให้ประชาชนได้รับการดูแลอย่างเต็มที่ ไม่ให้เกิดความเดือดร้อนจากการขึ้นราคาสินค้าที่ไม่เป็นธรรม” นายวิทยากร กล่าวทิ้งท้าย.