รีเซต

"เลือกตั้ง 69" เปรียบเทียบนโยบายแก้เศรษฐกิจ คุณภาพชีวิต "พรรคเพื่อไทย VS พรรคประชาชน"

"เลือกตั้ง 69"  เปรียบเทียบนโยบายแก้เศรษฐกิจ คุณภาพชีวิต "พรรคเพื่อไทย VS พรรคประชาชน"
TNN ช่อง16
3 กุมภาพันธ์ 2569 ( 09:00 )
9

"เลือกตั้ง 69" เดิมพันอนาคตคุณภาพชีวิตคนไทย ? เปรียบเทียบนโยบายฟื้นเศรษฐกิจ 2 พรรคการเมืองใหญ่ "พรรคเพื่อไทย VS พรรคประชาชน"


การเลือกตั้งทั่วไปปี 2569 เกิดขึ้นท่ามกลางบริบทเศรษฐกิจไทยที่ยังเผชิญความท้าทายหลายด้าน ทั้งระดับหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง ค่าครองชีพที่ปรับเพิ่มต่อเนื่องตามต้นทุนพลังงานและอาหาร รวมถึงรายได้ของแรงงานที่ฟื้นตัวไม่เท่ากันในแต่ละภาคส่วน ส่งผลให้นโยบายแก้เศรษฐกิจด้าน “คุณภาพชีวิต” ถูกยกขึ้นเป็นหนึ่งในแกนหลักของการหาเสียงเลือกตั้ง โดยพรรคการเมืองขนาดใหญ่ต่างนำเสนอแนวทางแก้ปัญหาปากท้องควบคู่กับการฟื้นเศรษฐกิจ


ในบรรดาพรรคการเมืองที่ได้รับความสนใจ พรรคเพื่อไทย และพรรคประชาชน ต่างชูนโยบายคุณภาพชีวิตในฐานะเครื่องมือสำคัญในการรับมือกับภาวะเศรษฐกิจ แม้จะใช้แนวทางและกลไกที่แตกต่างกัน


พรรคประชาชน : ปรับโครงสร้างรายได้ ลดภาระชีวิตระยะยาว


จากข้อมูลนโยบายที่พรรคประชาชนเผยแพร่ พรรคได้วางกรอบนโยบายคุณภาพชีวิตภายใต้แนวคิดการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้าง โดยมองว่าความเปราะบางทางเศรษฐกิจของครัวเรือนไทยเกิดจากรายได้ที่ไม่สอดคล้องกับค่าครองชีพ และภาระหนี้ที่สะสมในระบบเป็นเวลานาน


หนึ่งในนโยบายหลักคือ "การกำหนดค่าแรงขั้นต่ำให้ผูกกับค่าครองชีพ" เพื่อให้การปรับค่าแรงสะท้อนต้นทุนชีวิตที่แท้จริงของแรงงาน ลดความเสี่ยงที่รายได้จะถูกแรงกดดันจากเงินเฟ้อ และช่วยรักษากำลังซื้อในระบบเศรษฐกิจ


ด้านหนี้ครัวเรือน พรรคประชาชนเสนอแนวทาง "ลดดอกเบี้ยและแก้ไขโครงสร้างหนี้" โดยมุ่งลดภาระดอกเบี้ยเงินกู้ของประชาชน เพื่อช่วยให้รายได้สุทธิของครัวเรือนเพิ่มขึ้น และลดแรงกดดันด้านการเงินในระยะยาว


นอกจากนี้ พรรคยังเสนอ "บำนาญประชาชน" ในฐานะหลักประกันรายได้ยามชรา เพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุและลดภาระการพึ่งพาครอบครัว ขณะเดียวกันยังเชื่อมโยงกับการสร้างเสถียรภาพด้านการออมในระบบเศรษฐกิจ


ด้านค่าครองชีพ พรรคประชาชนระบุถึงการ "อุดหนุนค่าไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด" เพื่อช่วยลดต้นทุนการใช้พลังงานของครัวเรือน และลดต้นทุนการผลิตในภาคธุรกิจ ซึ่งอาจส่งผลต่อราคาสินค้าและบริการในระยะต่อไป


ทั้งนี้ โดยภาพรวม นโยบายคุณภาพชีวิตของพรรคประชาชนมุ่งเน้นการสร้างความมั่นคงด้านรายได้และสวัสดิการผ่านการปรับโครงสร้างระบบเศรษฐกิจ เพื่อรองรับผลในระยะยาว





พรรคเพื่อไทย: ลดต้นทุนชีวิต เพิ่มกำลังซื้อในระบบ


พรรคเพื่อไทยนำเสนอนโยบายคุณภาพชีวิตโดยเน้นการลดค่าใช้จ่ายที่กระทบต่อชีวิตประจำวันของประชาชนโดยตรง เพื่อช่วยพยุงกำลังซื้อและกระตุ้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจภายในประเทศ


หนึ่งในนโยบายสำคัญคือ "การกำหนดค่าโดยสารรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย" รวมถึงระบบขนส่งเชื่อมต่อ (Feeder) ซึ่งมุ่งลดภาระค่าเดินทางของประชาชนในเขตเมืองและปริมณฑล โดยเฉพาะแรงงานและผู้มีรายได้น้อยที่ต้องเดินทางเป็นประจำ


นอกจากนี้ พรรคยังเสนอ "รถเมล์ดีเซลราคา 10 บาท" เพื่อเพิ่มการเข้าถึงระบบขนส่งสาธารณะและลดค่าใช้จ่ายด้านการเดินทางในชีวิตประจำวัน


ในประเด็นหนี้ครัวเรือน พรรคเพื่อไทยเสนอ "นโยบายล้างหนี้ครัวเรือนที่มียอดหนี้ต่ำกว่า 200,000 บาท" โดยกำหนดให้สามารถชำระเพียงร้อยละ 10 ของยอดหนี้เพื่อปิดบัญชี ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อลดภาระหนี้รายย่อยจำนวนมากในระบบ และช่วยให้ประชาชนกลับมามีสภาพคล่องทางการเงิน


แนวคิดของพรรคเพื่อไทยมุ่งใช้มาตรการด้านคุณภาพชีวิตเป็นกลไกในการเพิ่มรายได้สุทธิของครัวเรือนผ่านการลดค่าใช้จ่ายประจำ และกระตุ้นการใช้จ่ายในระบบเศรษฐกิจในระยะสั้นถึงกลาง


จากนโยบายที่ทั้งสองพรรคเสนอ สะท้อนให้เห็นว่าประเด็นคุณภาพชีวิตถูกเชื่อมโยงโดยตรงกับการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจในระดับครัวเรือน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องรายได้ ค่าใช้จ่าย หรือภาระหนี้สิน ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสำคัญต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโดยรวม





ทั้งนี้ แนวทางของพรรคประชาชนและพรรคเพื่อไทยแตกต่างกันในด้านกลไกและช่วงเวลาที่คาดว่าจะเกิดผล โดยพรรคประชาชนให้ความสำคัญกับการปรับโครงสร้างเพื่อรองรับความยั่งยืนในระยะยาว ขณะที่พรรคเพื่อไทยเน้นมาตรการที่ช่วยลดภาระค่าครองชีพและเพิ่มกำลังซื้อในระยะใกล้

ดังนั้นนโยบายเหล่านี้จึงเป็นส่วนหนึ่งของทางเลือกที่ประชาชนจะพิจารณาในการเลือกตั้งปี 2569 ภายใต้โจทย์สำคัญของเศรษฐกิจไทยในช่วงเปลี่ยนผ่าน ทั้งการฟื้นตัวหลังความผันผวนทางเศรษฐกิจ และการรับมือกับความท้าทายในอนาคต

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง