รีเซต

ชาวอเมริกันเอาด้วยหรือไม่? กับแผนของทรัมป์ที่จะครอบครองซีกโลกตะวันตกและกรีนแลนด์

ชาวอเมริกันเอาด้วยหรือไม่? กับแผนของทรัมป์ที่จะครอบครองซีกโลกตะวันตกและกรีนแลนด์
TNN ช่อง16
7 มกราคม 2569 ( 17:46 )
9

◾️◾️◾️

🔴 ทรัมป์เดินหน้าขยายอิทธิพลสหรัฐฯ หลังกลับมาดำรงตำแหน่งสมัยที่ 2

นับตั้งแต่การจับกุมประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ของเวเนซุเอลาเมื่อวันที่ 3 มกราคมที่ผ่านมา ทรัมป์และรัฐบาลของเขาได้เร่งเดินหน้าวาระนโยบายต่างประเทศเชิงขยายอิทธิพลอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ซึ่งตั้งแต่ทรัมป์กลับขึ้นมาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ สมัยที่ 2 เขาเริ่มเกริ่นแนวคิดดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นการยึดกรีนแลนด์ หรือทำให้แคนาดาเป็นรัฐที่ 51 จนทำให้หลายฝ่ายมองว่าเป็นเพียงการพูดเล่น การยั่วยุ หรือความฝันลม ๆ แล้ง ๆ ที่ไม่ควรจริงจัง

แต่วันนี้แนวคิดเหล่านั้นไม่อาจมองข้ามได้อีกต่อไป ทรัมป์เฉลิมฉลองการโค่นอำนาจมาดูโรด้วยการอ้างสิทธิ์เหนือทรัพยากรน้ำมันของเวเนซุเอลา และข่มขู่ประเทศอื่น ๆ อีกหลายประเทศ บัญชีโซเชียลมีเดียทางการเมืองและของรัฐบาลสหรัฐฯ ถึงขั้นนำเสนอภาพทรัมป์ในฐานะ “ผู้พิชิตทวีปอเมริกา” ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศโพสต์ข้อความเมื่อวันที่ 5 มกราคมว่า “นี่คือซีกโลกของเรา” (“THIS IS OUR HEMISPHERE.”)

ต่อมาในวันเดียวกัน สตีเฟน มิลเลอร์ ที่ปรึกษาระดับสูงของทำเนียบขาว ยังตอกย้ำเป้าหมายของรัฐบาลในการเข้าควบคุมกรีนแลนด์ โดยชี้ว่าสหรัฐฯ มีสิทธิอันชอบธรรมเหนือดินแดนดังกล่าว มากกว่าประเทศผู้ปกครองอย่างเดนมาร์ก โดยมิลเลอร์กล่าวว่า “ไม่มีใครจะทำสงครามกับสหรัฐฯ เพื่ออนาคตของกรีนแลนด์”

ก่อนหน้านั้นไม่กี่วัน ทรัมป์เคยระบุว่าสหรัฐฯ “จำเป็นต้องได้กรีนแลนด์ในมุมมองด้านความมั่นคงแห่งชาติ และเดนมาร์กไม่สามารถจัดการเรื่องนี้ได้” และที่สำคัญ มันขัดแย้งอย่างชัดเจนกับความต้องการของประชาชนชาวอเมริกัน รวมถึงสมาชิกพรรครีพับลิกันจำนวนมาก แทบไม่แสดงความกระตือรือร้นใด ๆ ต่อแนวคิดเหล่านี้เลย

ท่ามกลางนโยบายที่ไม่เป็นที่นิยมมากมายในสมัยที่สองของทรัมป์ ความพยายามครอบงำซีกโลกตะวันตกอาจเป็นหนึ่งในแนวคิดที่สุ่มเสี่ยงทางการเมืองมากที่สุด

◾️◾️◾️

🔴 ชาวอเมริกันหวั่นถูกดึงเข้าไปติดหล่มในเวเนซุเอลา

ผลสำรวจความคิดเห็นของ Reuters-Ipsos ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 5 มกราคมที่ผ่านมา สะท้อนภาพดังกล่าวอย่างชัดเจน โดยสอดคล้องกับผลสำรวจของวอชิงตันโพสต์ก่อนหน้านี้ ซึ่งชี้ว่าคนอเมริกันมีความเห็นต่อปฏิบัติการในเวเนซุเอลาแตกเป็นสองฝ่ายใกล้เคียงกัน โดย 33% เห็นด้วย ขณะที่ 34% ไม่เห็นด้วย

ตัวเลขนี้อาจไม่เลวร้าย แต่ก็ไม่ได้ดีนัก อย่างน้อยก็ยังดีกว่าผลสำรวจเมื่อเดือนก่อนที่ทดสอบแนวคิดการโจมตีเวเนซุเอลาในเชิงสมมติ ซึ่งบ่งชี้ว่าการ “ปลดมาดูโร” เพียงอย่างเดียว อาจยังเป็นที่ยอมรับได้ในสายตาประชาชน

รายละเอียดอื่น ๆ ในผลสำรวจของรอยเตอร์สกลับชี้ชัดว่า ชาวอเมริกันแทบไม่ต้องการเห็นสหรัฐฯ เข้าไปพัวพันกับเวเนซุเอลาในระยะยาวเลย

เกือบ 3 ใน 4 หรือ 72% ของผู้ตอบแบบสอบถาม แสดงความกังวลว่าสหรัฐฯ จะเข้าไปมีบทบาทมากเกินไปในเวเนซุเอลา ซึ่งรวมถึงรีพับลิกันมากกว่าครึ่งหนึ่ง (54%)

ประชาชนยังคัดค้านแนวคิดที่สหรัฐฯ จะเข้าไปปกครองเวเนซุเอลา แม้เพียงชั่วคราว ด้วยคะแนนห่างถึง 44% ต่อ 33%

ขณะเดียวกัน ยังมีเสียงคัดค้านแผนควบคุมน้ำมันเวเนซุเอลาของทรัมป์มากกว่าฝ่ายสนับสนุนถึง 46% ต่อ 29%

ที่น่าสนใจที่สุดคือ คำถามที่ว่า “สหรัฐฯ ควรมีนโยบายครอบงำกิจการในซีกโลกตะวันตกหรือไม่” ซึ่งเป็นแก่นแท้ของแนวคิดที่ทรัมป์กำลังผลักดัน มีเพียง 26% ของชาวอเมริกันที่เห็นด้วย และในหมู่รีพับลิกันเอง ก็มีเพียง 43% เท่านั้นที่สนับสนุนแนวคิดนี้

 ◾️◾️◾️

🔴 ผลสำรวจสอดคล้องกับกรณีกรีนแลนด์และแคนาดา

ข้อมูลเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจ เพราะเมื่อทรัมป์เสนอแนวคิดเชิงขยายอำนาจเหล่านี้เมื่อปีก่อน ผลสำรวจในขณะนั้นก็ออกมาในเชิงลบอย่างชัดเจนเช่นกัน

กรณีกรีนแลนด์ ผลสำรวจหลายครั้งพบว่าชาวอเมริกันคัดค้านความพยายามของสหรัฐฯ ในการยึดครองดินแดนดังกล่าวด้วยสัดส่วนที่ขาดลอย เช่น 55% ต่อ 28%, 54% ต่อ 23% และ 73% ต่อ 27%

แม้แต่แนวคิดที่อ่อนลง เช่น การกดดันให้เดนมาร์กยกกรีนแลนด์ให้สหรัฐฯ โดยไม่ใช้กำลัง ก็ยังถูกคัดค้านในผลสำรวจเมื่อเดือนมีนาคม

แนวคิดการทำให้แคนาดาเป็นรัฐที่ 51 ยิ่งไม่เป็นที่นิยมมากกว่าเดิม ขณะที่ข้อเสนอชั่วคราวของทรัมป์ในการควบคุมฉนวนกาซาก็ถูกต่อต้านอย่างหนัก โดยมีชาวอเมริกันมากถึง 74% ไม่เห็นด้วย

แทบจะเป็นแนวคิดเดียวที่พอ “ขายได้” ในสายตาประชาชนคือการทวงคืนคลองปานามา แต่แม้กรณีนั้น ผลสำรวจก็ยังออกมาในเชิงลบ

แม้ในประเด็นที่พรรครีพับลิกันเอนเอียงไปสนับสนุนแนวคิดของทรัมป์ ก็ไม่ได้สนับสนุนอย่างแข็งแรงนัก เช่น ในผลสำรวจของรอยเตอร์ส เมื่อเดือนมกราคม 2025 มีรีพับลิกันเพียง 8% ที่ “เห็นด้วยอย่างยิ่ง” กับการกดดันเดนมาร์กให้ยกกรีนแลนด์ให้สหรัฐฯ และเพียง 29% ที่เห็นด้วยอย่างยิ่งกับการทวงคืนคลองปานามา

ยังมีคำถามกว้าง ๆ ในช่วงนั้น โดยอ้างอิงแนวคิด “โชคชะตากำหนด” (manifest destiny) ของทรัมป์ ว่าสหรัฐฯ มี “สิทธิ” ในการขยายอาณาเขตในซีกโลกตะวันตกหรือไม่ คำตอบคือ ชาวอเมริกันคัดค้านมากกว่าสนับสนุนถึง 30 จุด หรือ 51% ต่อ 21% แม้แต่ในหมู่รีพับลิกัน ก็เห็นด้วยเพียงเล็กน้อย คือ 39% ต่อ 32% และมีเพียง 7% ของชาวอเมริกันทั้งหมดที่เห็นด้วยอย่างมากกับแนวคิดดังกล่าว

◾️◾️◾️

🔴 ชาวอเมริกันไม่ต้องการพัวพันกับปัญหาของต่างชาติ

สิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดจากตัวเลขเหล่านี้คือ คนอเมริกันจำนวนมากเลือก “ไม่แสดงความเห็น” ซึ่งหมายความว่า ทรัมป์อาจยังพยายามโน้มน้าวใจผู้คนได้

มีหลักฐานชัดเจนว่า เหตุผลสำคัญที่ชาวอเมริกันไม่สนับสนุนแนวคิดเหล่านี้ เป็นเพราะพวกเขาต้องการให้ทรัมป์มุ่งความสนใจไปที่เรื่องอื่น โดยเฉพาะปัญหาในประเทศ และที่สำคัญที่สุดคือ “ค่าครองชีพ”

การขอให้ประชาชนสนับสนุนนโยบายขยายอำนาจเช่นนี้ในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจแข็งแรงดีอาจเป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่การขอการสนับสนุนในช่วงที่ความกังวลทางเศรษฐกิจแพร่กระจาย และประชาชนไม่เห็นว่าทรัมป์ให้ความสำคัญกับปัญหาปากท้องเลย เป็นอีกเรื่องหนึ่งโดยสิ้นเชิง

จากผลสำรวจของ CBS News และ YouGov เมื่อเดือนตุลาคม 2025 พบว่า 75% ของชาวอเมริกัน และแม้แต่ 57% ของพรรครีพับลิกัน เห็นว่ารัฐบาลทรัมป์ไม่ได้ให้ความสำคัญเพียงพอกับการลดค่าครองชีพ และตัวเลขนี้เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดปีที่ผ่านมา

ผลสำรวจอื่น ๆ ยังชี้ว่า นโยบายต่างประเทศไม่ใช่ลำดับความสำคัญของประชาชนอเมริกันในขณะนี้ แม้แต่ข้อตกลงหยุดยิงในกาซาของทรัมป์ก็แทบไม่สร้างแรงกระเพื่อมใด ๆ ความเห็นสาธารณะสะท้อนว่าชาวอเมริกันจำนวนมากในระดับสูงเป็นประวัติการณ์ ไม่ต้องการเข้าไปพัวพันในต่างประเทศ เว้นแต่จะมีความจำเป็นอย่างแท้จริงและเป็นภัยคุกคามโดยตรง

นี่อาจเป็นช่วงเวลาที่เลวร้ายที่สุดสำหรับประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในการเริ่มต้นความพยายามเช่นนี้ และแม้แต่บริษัทน้ำมันเองก็ยังไม่ได้แสดงท่าทีสนับสนุนแผนของทรัมป์ในเวเนซุเอลาอย่างชัดเจน และแน่นอนว่า ทรัมป์มักไม่ปล่อยให้ความไม่เป็นที่นิยมมาขัดขวางสิ่งที่เขาต้องการ แต่การใช้กองทัพสหรัฐฯ เพื่อบรรลุเป้าหมายเหล่านั้น และความเสี่ยงที่จะปะทะกับต่างชาติ ย่อมเป็นการยกระดับเดิมพันไปอีกขั้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง