"ยูนิลีเวอร์" เบรกจ้างงานทั่วโลก! เซ่นพิษสงคราม

บริษัท Unilever (ยูนิลีเวอร์) ผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภครายใหญ่ของโลก ประกาศมาตรการหยุดรับพนักงานใหม่ทั่วโลกในทุกระดับ โดยมีผลทันทีและจะดำเนินการอย่างน้อย 3 เดือน
มาตรการดังกล่าวมีขึ้นท่ามกลางแรงกดดันจากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะความขัดแย้งที่เกี่ยวข้องกับอิหร่านซึ่งยืดเยื้อมานานกว่า 1 เดือน และส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อเศรษฐกิจโลก
บันทึกภายในองค์กรระบุว่า ปัจจัยด้านเศรษฐกิจมหภาคและภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะความไม่แน่นอนในตะวันออกกลาง กำลังสร้างความท้าทายอย่างมีนัยสำคัญต่อธุรกิจในช่วงหลายเดือนข้างหน้า ทำให้ฝ่ายบริหารต้องตัดสินใจชะลอการจ้างงานเพื่อควบคุมต้นทุนและบริหารความเสี่ยง
ผลกระทบของสงครามได้ลุกลามไปยังหลายอุตสาหกรรมทั่วโลก ตั้งแต่การบิน ค้าปลีก ไปจนถึงภาคการผลิต หลังราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่ใช้พลังงานเข้มข้น เช่น เคมีภัณฑ์และพลาสติก
แม้ยูนิลีเวอร์จะมีการผลิตสินค้าใกล้ตลาดที่จำหน่าย แต่ยังคงพึ่งพาวัตถุดิบสำคัญอย่างสารเคมี อาหาร และบรรจุภัณฑ์ ซึ่งล้วนมีต้นทุนเชื่อมโยงกับพลังงาน ทำให้บริษัทไม่สามารถหลีกเลี่ยงแรงกดดันด้านต้นทุนได้
บริษัทระบุเพิ่มเติมว่า การหยุดจ้างงานครั้งนี้เป็นมาตรการชั่วคราว และพร้อมปรับแผนตามสถานการณ์ภายนอกที่เปลี่ยนแปลง
ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวเกิดขึ้นต่อเนื่องจากแผนลดต้นทุนที่ยูนิลีเวอร์ดำเนินมาตั้งแต่ปี 2024 ซึ่งมีเป้าหมายประหยัดค่าใช้จ่ายราว 800 ล้านยูโร ภายใน 3 ปี และคาดว่าจะส่งผลต่อพนักงานทั่วโลกราว 7,500 ตำแหน่ง
ปัจจุบัน ยูนิลีเวอร์มีพนักงานประมาณ 96,000 คน ลดลงจากราว 149,000 คนในปี 2020 สะท้อนการปรับโครงสร้างองค์กรต่อเนื่องในช่วงหลังวิกฤตโควิด-19
ขณะเดียวกัน บริษัทอยู่ระหว่างการเจรจาขายธุรกิจอาหารให้กับ McCormick & Company ซึ่งอาจเป็นดีลสำคัญในการปรับพอร์ตธุรกิจภายใต้การนำของซีอีโอคนใหม่ โดยมีแนวโน้มที่ผู้ถือหุ้นของยูนิลีเวอร์จะยังคงถือหุ้นใหญ่ในกิจการใหม่
การตัดสินใจหยุดจ้างงานครั้งนี้ จึงสะท้อนภาพชัดของภาคธุรกิจโลกที่เริ่มเข้าสู่โหมดตั้งรับ ท่ามกลางความผันผวนด้านพลังงานและภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังไม่มีสัญญาณคลี่คลายในระยะสั้น
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
