รีเซต

MINT โชว์กำไรสุทธิปี 68 พุ่ง 16% แตะ 9,700 ล้านบาท

MINT โชว์กำไรสุทธิปี 68 พุ่ง 16% แตะ 9,700 ล้านบาท
ทันหุ้น
13 กุมภาพันธ์ 2569 ( 13:15 )
4

#ทันหุ้น #2026 #SET #MINT โชว์กำไรสุทธิปี 68 พุ่ง 16% แตะ 9,700 ล้านบาท

บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) รายงานผลประกอบการที่แข็งแกร่งและมีคุณภาพสูงอย่างต่อเนื่องอีกหนึ่งไตรมาสและตลอดทั้งปี สะท้อนถึงความยืดหยุ่นของแพลตฟอร์มธุรกิจระดับโลกที่มีความหลากหลาย และการดำเนินธุรกิจอย่างมีวินัย

ในไตรมาส 4 ปี 2568 รายได้จากการดำเนินงานของ MINT อยู่ที่ 43,849 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยธุรกิจโรงแรมได้รับแรงหนุนจากการเติบโตของรายได้เฉลี่ยต่อห้องต่อคืน (RevPar) ที่แข็งแกร่งในตลาดหลัก รวมถึงการรับรู้รายได้จากโรงแรมที่เปิดใหม่ ขณะที่รายได้ของธุรกิจอื่นได้รับประโยชน์จากยอดขายโครงการที่อยู่อาศัยที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นของอนันตรา เวเคชั่น คลับ และร้านอาหารในสหราชอาณาจักร สำหรับธุรกิจร้านอาหาร การฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องในประเทศจีน และผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของธุรกิจสายการผลิต Nomad ในออสเตรเลีย รวมถึงการขยายร้านคอนเซ็ปต์ใหม่ในประเทศสิงคโปร์ ช่วยสนับสนุนการเติบโตของพอร์ตโฟลิโอโดยรวม.

กำไรจากการดำเนินงานก่อนหักดอกเบี้ยจ่าย ภาษี และค่าเสื่อมราคา (Core EBITDA) ในไตรมาส 4 ปี 2568 อยู่ที่ 12,015 ล้านบาท เติบโต 10% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งสูงกว่าอัตราการเติบโตของรายได้ ส่งผลให้อัตรากำไรจากการดำเนินงานก่อนหักดอกเบี้ยจ่าย ภาษี และค่าเสื่อมราคา (EBITDA Margin) เพิ่มขึ้นเป็น 27.4% จาก 26.2% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยการปรับตัวดีขึ้นของอัตรากำไรดังกล่าวเป็นผลมาจากการควบคุมต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพในธุรกิจโรงแรมและร้านอาหารในหลายภูมิภาค.

บริษัทมีกำไรสุทธิจากการดำเนินงานอยู่ที่ 3,472 ล้านบาท ในไตรมาส 4 ปี 2568 เพิ่มขึ้น 21% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่อัตรากำไรสุทธิจากการดำเนินงานปรับเพิ่มขึ้นเป็น 7.9% จาก 6.9% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยความสามารถในการทำกำไรได้รับแรงหนุนจากความสามารถของบริษัทในการตอบสนองต่ออุปสงค์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ การขยายฐานลูกค้า และการยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน รวมถึงภาระดอกเบี้ยที่ลดลงจากต้นทุนทางการเงินที่ต่ำลง.

สำหรับผลการดำเนินงานของปี 2568 รายได้จากการดำเนินงานของบริษัททรงตัวเมื่อเทียบกับปีก่อน แต่หากไม่รวมผลกระทบจากการแข็งค่าของเงินบาทเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก รายได้จากการดำเนินงานจะเติบโต 3% เมื่อเทียบกับปีก่อน มาอยู่ที่ 165,513 ล้านบาท การเติบโตดังกล่าวเป็นผลมาจากการดำเนินงานของโรงแรมที่ดีขึ้นในยุโรป ออสเตรเลีย และมัลดีฟส์ รวมถึงการขยายเครือข่ายสาขาอย่างต่อเนื่องในตลาดเป้าหมายบางแห่งของไมเนอร์ ฟู้ด และการดำเนินกลยุทธ์เน้นศูนย์กลางแต่ละประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะที่กำไรจากการดำเนินงานก่อนหักดอกเบี้ยจ่าย ภาษี และค่าเสื่อมราคาเพิ่มขึ้น 1% เมื่อเทียบกับปีก่อน หรือเพิ่มขึ้น 4% หากไม่รวมผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน มาอยู่ที่ 44,973 ล้านบาท อีกทั้งภาระดอกเบี้ยที่ลดลงช่วยยกระดับคุณภาพของผลประกอบการ ส่งผลให้กำไรสุทธิจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 16% เมื่อเทียบกับปีก่อน มาอยู่ที่ 9,700 ล้านบาท.

ณ วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 หากนับรวมรายการที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวและผลจากอัตราแลกเปลี่ยนตามที่ระบุไว้ในภาคผนวก บริษัทมีรายได้ตามที่รายงานในไตรมาส 4 ปี 2568 อยู่ที่ 44,308 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรก่อนหักดอกเบี้ยจ่าย ภาษี และค่าเสื่อมราคาตามที่รายงานลดลง 3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อยู่ที่ 11,570 ล้านบาท กำไรสุทธิตามที่รายงานสำหรับไตรมาสนี้อยู่ที่ 2,953 ล้านบาท ลดลงจาก 3,632 ล้านบาท ในไตรมาส 4 ปี 2567 สาเหตุหลักเป็นผลมาจากผลขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากสัญญาอนุพันธ์ และการด้อยค่าทางบัญชีของที่ดินและอาคารที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์โรงแรมในประเทศเยอรมนีที่บันทึกในไตรมาส 4 ปี 2568 เมื่อเทียบกับกำไรจากตราสารอนุพันธ์ที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงในไตรมาส 4 ปี 2567.

สำหรับปี 2568 รายได้ตามที่รายงานและกำไรก่อนหักดอกเบี้ยจ่าย ภาษี และค่าเสื่อมราคาของบริษัททรงตัวอยู่ที่ 167,241 ล้านบาท และ 44,435 ล้านบาท ตามลำดับ ซึ่งเป็นผลมาจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น ขณะที่กำไรสุทธิตามที่รายงานเพิ่มขึ้น 16% สะท้อนให้เห็นถึงค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยที่ลดลง โดยไมเนอร์ โฮเทลส์ ยังคงเป็นธุรกิจที่สร้างรายได้หลัก โดยมีสัดส่วนคิดเป็น 73% ของกำไรจากการดำเนินงานของบริษัทในปี 2568.

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง