‘บันทึกของคุณหมอผู้ไม่รับวัคซีน’ เรื่องราวของเหล่าผู้ปฏิเสธวัคซีนในอังกฤษ

‘บันทึกของคุณหมอผู้ไม่รับวัคซีน’ เรื่องราวของเหล่าผู้ปฏิเสธวัคซีนในอังกฤษ
TNN World
1 สิงหาคม 2564 ( 12:05 )
41
‘บันทึกของคุณหมอผู้ไม่รับวัคซีน’ เรื่องราวของเหล่าผู้ปฏิเสธวัคซีนในอังกฤษ
Editor’s Pick: ‘บันทึกของคุณหมอผู้ไม่รับวัคซีน’ เรื่องราวของเหล่าผู้ปฏิเสธวัคซีนในอังกฤษ ที่ออกมาเตือนผู้คน หลังเสียใจที่เคยตัดสินใจผิดพลาด
 
 
จำนวนผู้ป่วยที่รับการรักษาโควิด-19 ที่โรงพยาบาลแบรดฟอร์ด รอยัลเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เหมือนกับโรงพยาบาลอื่น ๆ ในสหราชอาณาจักร
 
 
ศ.นพ. จอห์น ไรท์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเพื่อสุขภาพแบรดฟอร์ด ระบุว่า ประมาณครึ่งหนึ่งของผู้ป่วยเลือกไม่รับวัคซีน แต่ตอนนี้หลายคนเสียใจอย่างสุดซึ้งที่ตัดสินใจพลาด
 
 
 
ได้รับการเสนอวัคซีน แต่เย่อหยิ่ง
 
 
“ผมได้รับการเสนอให้ฉีดวัคซีน แต่ผมหยิ่ง” ไฟซาล บาชีร์ วัย 54 ปีที่มีรูปร่างฟิตสุด ๆ กล่าว เขาเป็นหนึ่งในผู้ป่วยโควิดจากการระบาดระลอกที่ 4 ในสหราชอาณาจักร
 
 
“ผมทั้งไปยิม ปั่นจักรยาน เดิน และวิ่ง เนื่องจากผมแข็งแรงและสุขภาพดี ผมจึงไม่คิดว่าจำเป็นต้องฉีดวัคซีน นั่นหมายความว่า หากที่ไหนที่รู้สึกว่าไม่ปลอดภัย ผมก็จะไม่เสี่ยงไป แต่ความจริงก็คือผมไม่สามารถหลีกเลี่ยงไวรัสได้ มันมาติดผมโดยที่ผมไม่รู้ว่ายังไง หรือจากที่ไหน”
 
 
หลังจากผ่านไปหนึ่งสัปดาห์กับการได้รับออกซิเจนในโรงพยาบาล ไฟซาลออกจากโรงพยาบาล ด้วยความกระตือรือร้นที่จะเตือนคนอื่น ๆ ว่าอย่าทำผิดพลาด
 
 
“สิ่งที่ผมต้องเจอในโรงพยาบาล ทำให้ผมอ่อนน้อมมากขึ้น และตอนนี้ผู้คนกำลังทะลักเข้าโรงพยาบาลด้วยการเลือกของพวกเขาเอง มันทำให้ผมรู้สึกแย่มาก ผมหวังว่าการพูดออกมาจะช่วยให้คนอื่นไม่ต้องเผชิญประสบการณ์แบบผมอีก” เขากล่าว
 
 
 
เชื้อสายพันธุ์ Delta ตัวแปรที่สำคัญ
 
 
เมื่อเดือนที่แล้วจำนวนผู้ป่วยในโรงพยาบาล 'แบรดฟอร์ด รอยัล' ที่ติดเชื้อโควิด ลดลงเหลือเพียงจำนวนหลักหน่วย ถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ฤดูร้อนปีที่แล้ว สัปดาห์นี้กำลังมุ่งหน้าสู่ 50 เนื่องจากเชื้อไวรัสสายพันธุ์ Delta ลบสถิติเก่า ๆ ออกไปทั้งหมด
 
 
ตัวเลขนี้สะท้อนถึงอัตราการติดเชื้อในชุมชนเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ที่มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนเกือบ 400 คนต่อประชากร 100,000 คน เพิ่มขึ้นราว 33% และคนหนุ่มสาวกลายเป็นสัดส่วนหลักของอัตราผู้ติดเชื้อ โดยผู้ติดเชื้อมีจำนวน 750 คนที่เป็นวัยรุ่น ต่อผู้ติดเชื้อ 100,000 คน
 
 
และตอนนี้ ผู้ป่วยในสหราชอาณาจักรมีอายุลดลงจากค่าเฉลี่ยในช่วงก่อนหน้านี้ โดยผู้ป่วยช่วงอายุ 30 และ 40 ปีมีจำนวนมากขึ้น
 
 
“บางคนได้รับวัคซีน 2 เข็มแล้ว แต่ก็ติดเชื้อ พวกเขายังมีชีวิตอยู่โดยใช้เครื่อง Cpap (เครื่องช่วยหายใจแบบไม่ต้องต่อท่อ) หากไม่ได้รับวัคซีน พวกเขาอาจจะตายไปแล้วก็ได้” ดร. อาบิด อาซิซ แพทย์ด้านระบบทางเดินหายใจระบุ
 
 
“บางคนเพิ่งได้รับวัคซีนเข็มแรกและไม่ได้รับการป้องกันอย่างเต็มประสิทธิภาพ และผู้ป่วยประมาณครึ่งหนึ่งของวอร์ดวันนี้ ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีน ผมเลิกถามพวกเขาแล้วว่าทำไม เพราะพวกเขาเขินอายอย่างเห็นได้ชัด”
 
 
 
คุณหมอผู้ต้องกลายมาเป็นผู้ป่วยหนัก
 
 
ศ.นพ. จอห์น ไรท์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยแบรดฟอร์ด ที่เป็นทั้งแพทย์และนักระบาดวิทยา และยังเป็นหมอที่ผ่านศึกกับโรคระบาดต่าง ๆ เช่นอหิวาตกโรค โรค HIV และอีโบลาในภูมิภาคทะเลทรายซาฮารา เขาเขียนไดอารี่ “บันทึกจากห้องผู้ป่วย” และเผยแพร่ผ่านสำนักข่าว BBC
 
 
​เมื่อมีการอนุมัติใช้วัคซีนในช่วงแรก ๆ เขายังระมัดระวัง และปฏิเสธการฉีดวัคซีนโควิด-19 ด้วยความที่มันพึ่งถูกผลิตออกมาใช้ แต่สุดท้าย เขาเข้ารับการรักษาในห้อง ICU เป็นเวลา 9 วัน เป็นครั้งแรกที่เขาต้องนอนค้างเพื่อรักษาตัวในโรงพยาบาล นับตั้งแต่เดินทางกลับมาจากโมร็อกโกในปี 1986
 
 
“ผมโชคดีมากที่ยังมีชีวิตอยู่ ภรรยาของผมยอมรับการฉีดวัคซีน แต่ผมปฏิเสธ ผมไม่เต็มใจ ผมอยากให้เวลากับตัวเอง และคิดว่าผมใช้ชีวิตอยู่กับไวรัส แบคทีเรียมาแล้วค่อนชีวิต ผมยังคิดว่าระบบภูมิคุ้มกันของผมดีพอ” ศ.นพ. จอห์นกล่าว
 
 
ตอนนั้นเขาคิดว่า หากเขาติดเชื้อ เขาจะมีอาการป่วยจากโควิดเพียงเล็กน้อย อย่างที่เคยเป็นในช่วงเริ่มต้นของการระบาดใหญ่ เขายังคิดว่าระบบภูมิคุ้มกันของเขาจะตรวจพบไวรัส และสร้างการป้องกันขึ้นมาได้ ซึ่งปรากฎว่าเขาคิดผิด
 
 
“นี่เป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิตของผม มันเกือบทำให้ผมตาย ผมตัดสินใจผิด ๆ มาหลายครั้งในชีวิต แต่นี่เป็นครั้งที่อันตรายและรุนแรงที่สุด”
 
 
 
ผลร้ายของข่าวปลอม
 
 
อับเดอร์ราห์มาเน ฟาดิล ครูวิทยาศาสตร์วัย 60 ปีที่มีลูก 2 คน ก็รู้สึกเสียใจเช่นกัน, เขาออกจากโรงพยาบาลเกือบหนึ่งเดือนแล้ว แต่ยังรู้สึกฟื้นตัวไม่ค่อยสมบูรณ์
 
 
"ผมหวังว่าจะได้ไปหาทุกคนที่ปฏิเสธการรับวัคซีน และบอกพวกเขาว่า นี่เป็นเรื่องของความเป็นความตาย คุณอยากจะอยู่หรือตาย ถ้าคุณต้องการมีชีวิตอยู่ ก็ไปรับวัคซีน”
 
 
ผลร้ายแรงของข่าวปลอมเกี่ยวกับโควิด-19 และวัคซีน ส่งผลให้มีคนจำนวนมากในสหราชอาณาจักรปฏิเสธการฉีดวัคซีน ต้องไปรักษาตัวในโรงพยาบาลจากอาการป่วยรุนแรงเพราะโควิด
 
 
ไฟซาล ผู้ซึ่งออกจากโรงพยาบาลมาแล้วหนึ่งสัปดาห์ ยอมรับว่าได้รับอิทธิพลจากการสนทนาบนโซเชียลมีเดีย และความกังวลเกี่ยวกับวัคซีนในชุมชนชาวเอเชีย รวมถึงรายงานข่าวเกี่ยวกับความเสี่ยงที่จะเกิดลิ่มเลือดจากวัคซีน AstraZeneca ซึ่งมีน้อยมาก
 
 
ปัจจุบัน ประมาณสามในสี่ของประชากรผู้ใหญ่ในเมืองแบรดฟอร์ด พึ่งได้รับวัคซีนเข็มแรก ซึ่งค่อนข้างน้อย เมื่อเทียบกับทั่วประเทศที่มีผู้ได้รับวัคซีนแล้วอย่างน้อย 1 โดสราว 87%
 
 
 
อย่าประมาท การ์ดอย่าตก
 
 
ศ.นพ. จอห์น เสริมว่า แม้ขณะนี้มีผู้เสียชีวิตจากโควิดน้อยกว่าเมื่อก่อนมาก แต่ก็ยังมีบางส่วนและจำนวนก็เพิ่มขึ้นอีกครั้ง ดังนั้น การแข่งขันระหว่างฉีดวัคซีนและการแพร่กระจายของเชื้อไวรัส ยังคงมีบทบาทสำคัญมาก และสำหรับบทเรียนจากปีที่แล้ว ก็คืออย่าประมาทไวรัสนี้เด็ดขาด

 

 

--------------------

เกาะติดสถานการณ์โควิด-19  ทันความเคลื่อนไหว ได้ความรู้ที่ถูกต้อง ส่งตรงถึงมือคุณ
คลิกเลย!! >>> รู้ทันกันโควิด <<< หรือ กด *301*35# โทรออก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง