วิธีรับมือ "ภูมิแพ้หน้าฝน" ดูแลตัวเองอย่างไร?ให้รอด!

ฝนตกที่ไรไม่ได้มีแค่ความชุ่มฉ่ำ แต่มาพร้อม "ความชื้นเป็นพิษ" ที่คอยปลุกอาการภูมิแพ้ให้กำเริบไม่หยุด ทั้งคัดจมูก น้ำมูกไหล และความอ่อนเพลียที่บั่นทอนวันทำงาน มาเรียนรู้วิธีปรับสภาพแวดล้อม และดูแลตัวเอง เพื่อคืนลมหายใจที่โล่งโปร่งให้คุณอีกครั้ง แม้ในวันที่พายุฝนโหมกระหน่ำกันค่ะ
ทำไมช่วงที่ฝนตกจึงทำให้ภูมิแพ้กำเริบ
-เพราะระบบทางเดินหายใจของคนที่เป็นภูมิแพ้จะไวต่อการเปลี่ยนแปลงของอากาศมากกว่าคนปกติทั่วไป ผู้ป่วยภูมิแพ้มักจะมีอาการก่อนฝนตกประมาณ 1 ชั่วโมง
-ในรายที่แพ้เกสรดอกไม้ อาการมักจะเกิดหลังฝนตกไปแล้ว และเริ่มมีแดดออก ทั้งนี้ก็เพราะ ฝนอาจพาเอาเกสรดอกไม้ที่ลอยในอากาศมาติดที่ตัวเรา พอไปปะทะเข้ากับจมูก หรือทางเดินหายใจของคนที่แพ้เกสร ก็จะเกิดอาการภูมิแพ้กำเริบได้
อาการภูมิแพ้กำเริบที่พบได้บ่อยช่วงที่มีพายุฝนในหน้าร้อน
-น้ำมูกไหล เป็นอาการของภูมิแพ้อากาศ มักเกิดขึ้นช่วงอากาศเปลี่ยน ตอนก่อนฝนตก ขณะที่ฝนตก และอากาศเย็น (บางคนแพ้อากาศร้อน ๆ ก็อาจเป็นได้เช่นกัน) เป็นต้น
-ไอ จาม ร่วมกับอาการ คันคอ เจ็บคอ บางรายอาจไอเรื้อรัง กระแอมตลอดเวลา หอบหืดกำเริบ หายใจลำบาก เป็นต้น
-มีผดผื่นขึ้น ยิ่งในช่วงหน้าร้อน ยิ่งเห็นอาการได้ชัด โดยเฉพาะกลุ่มผู้ป่วยที่แพ้เหงื่อตนเอง หรือมักเป็น ผดร้อน เสมอเมื่อเข้าหน้าร้อน มักมีอาการคัน มีผดผื่นขึ้นตามตัว บางรายอาการรุนแรงก็อาจเป็นลมพิษได้
5 ข้อง่ายๆ เพื่อสุขภาพที่ดี
-ดื่มน้ำเปล่าวันละ 6-8 แก้ว เพื่อให้อุณหภูมิในร่างกายคงที่
-กินอาหารปรุงด้วยสมุนไพรไทย เช่น ขิง ข่า ตะไคร้ ใบกะเพรา เพิ่มอุณหภูมิให้แก่ร่างกาย
-ผัก-ผลไม้ตามฤดูกาล เช่น มะเขือเปราะ มะนาว ถั่วพู ชะอม ผักหวาน กล้วยน้ำว้า ส้มโอ เงาะ ช่วยลดโอกาสการเกิดโรคหวัด เพิ่มภูมิต้านทานในร่างกาย
-ออกกำลังกายเป็นประจำ เช่น เดินเร็ว วิ่งเหยาะ ๆ สัปดาห์ละ 3-5 วัน วันละ 30 นาที
-นอนพักผ่อนให้เพียงพอ 6-8 ชั่วโมงต่อวัน เด็กเล็กควรนอน 11-14 ชั่วโมงและวัยสูงอายุ ควรนอน 7-8 ชั่วโมงต่อวัน
หากตัวเปียกฝน ให้รีบเช็ดตัวให้แห้ง แล้วเปลี่ยนเสื้อผ้าที่เปียกชื้นออก ทำให้ร่างกายอบอุ่นอยู่เสมอ และทำตาม 5 ข้อข้างบนนี้ ก็จะช่วยให้สุขภาพแข็งแรงไปไม่ป่วยง่าย ในหน้าฝน
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
