ครั้งแรกในรอบ 50 ปี จีน-อินเดียลดใช้พลังงานถ่านหิน สัญญาณดีในการชะลอ “โลกร้อน”

การผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินในจีนและอินเดียลดลงพร้อมกันเป็นครั้งแรกในปี 2568 นับเป็น “ช่วงเวลาประวัติศาสตร์” ที่อาจนำไปสู่การลดลงของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วโลก ตามผลการวิเคราะห์ล่าสุด
นักวิเคราะห์จากศูนย์วิจัยพลังงานและอากาศสะอาด (Centre for Research on Energy and Clean Air – CREA) ระบุว่า การลดลงของการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินในสองประเทศซึ่งเป็นผู้ใช้ถ่านหินรายใหญ่ที่สุดของโลก เกิดขึ้นพร้อมกันเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี พ.ศ.2516 โดยมีปัจจัยหลักจากการขยายตัวของพลังงานสะอาดในระดับสูงเป็นประวัติการณ์
งานวิจัยดังกล่าว ซึ่งจัดทำตามคำสั่งของเว็บไซต์ข่าวด้านสภาพภูมิอากาศ Carbon Brief พบว่า การผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินในจีนลดลงร้อยละ 1.6 ขณะที่อินเดียลดลงร้อยละ 3 ในปีที่ผ่านมา หลังการลงทุนในพลังงานสะอาดของทั้ง2 ประเทศสามารถรองรับความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้นได้มากกว่าที่คาด
รายงานระบุว่า การลดลงของถ่านหินและการเพิ่มขึ้นของพลังงานสะอาดในจีนและอินเดีย ถือเป็นสัญญาณสำคัญที่อาจบ่งชี้ถึงทิศทางใหม่ของระบบพลังงานโลกในอนาคต
ตลอดช่วงปี พ.ศ.2558–2567 จีนและอินเดียมีส่วนร่วมมากกว่าร้อยละ 90 ของการเพิ่มขึ้นของการปล่อยคาร์บอนทั่วโลก ทำให้หากทั้งสองประเทศสามารถลดการใช้ถ่านหินได้อย่างถาวร อาจนำไปสู่จุดสูงสุดของการใช้ถ่านหินและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระดับโลก
ในปีที่ผ่านมา จีนได้ติดตั้งกำลังการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์มากกว่า 300 กิกะวัตต์ และพลังงานลมกว่า 100 กิกะวัตต์ รวมกันมากกว่ากำลังการผลิตไฟฟ้าทั้งหมดของสหราชอาณาจักรกว่า 5 เท่า ซึ่งถือเป็นสถิติใหม่สูงสุดทั้งสำหรับจีนและประเทศใด ๆ ในโลก
ด้านอินเดีย ก็เพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 35 กิกะวัตต์ พลังงานลม 6 กิกะวัตต์ และพลังน้ำ 3.5 กิกะวัตต์ และเป็นครั้งแรกที่พลังงานสะอาดมีบทบาทสำคัญในการลดการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินของอินเดีย
อย่างไรก็ตาม รายงานเตือนว่า การลดลงของการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลในอินเดียยังได้รับอิทธิพลจากปัจจัยอื่น โดยร้อยละ 36 มาจากสภาพอากาศที่ไม่รุนแรงนัก และร้อยละ 20 จากการชะลอตัวของความต้องการพลังงานพื้นฐาน ซึ่งหมายความว่าหากอุณหภูมิฤดูร้อนรุนแรงขึ้น อาจทำให้ความต้องการใช้เครื่องปรับอากาศเพิ่มสูงและพลิกแนวโน้มดังกล่าวได้
ก่อนหน้านี้ ความคาดหวังว่าการใช้ถ่านหินโลกจะถึงจุดสูงสุด เคยถูกบั่นทอนจากสงครามรัสเซีย–ยูเครน ซึ่งทำให้ราคาก๊าซธรรมชาติพุ่งสูง และผลักดันให้หลายประเทศกำลังพัฒนาหันกลับไปใช้ถ่านหินซึ่งมีราคาถูกกว่าอีกครั้ง
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
